<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นคร มาฉิม’ร่ายยาวโชว์กึ๋นเศรษฐกิจก่อนตบท้ายปลุกไล่เผด็จการซ่อนรูป!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ธ.ค.2563 &amp;ndash; นายนคร มาฉิม &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า คนไทยที่รัก ท่านจะนิ่งดูดายปล่อยให้ประเทศไทยล่มสลายไปพร้อมกับความไร้ประสิทธิภาพของพลเอกประยุทธ์และรัฐบาลนี้หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับคณะได้มีโอกาสเดินทางไปทุกภาคทั่วประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพบกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการวิสาหกิจ SME ภาคบริการ การท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดชนบทรวมถึงตลาดสินค้าแบรนด์เนมในเมืองใหญ่ และภาคแรงงาน ทุกส่วนสะท้อนความจริงในทิศทางเดียวกันคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ภาคเกษตร เกษตรกรที่ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศเดือดร้อนแสนสาหัส เพราะราคาตกต่ำสุด ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตที่ปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ สูงลิ่วจากการผูกขาด ตัดตอนทำให้ภาระหนี้สินเกษตรกรท่วมแทบทุกหลังคาเรือน รถ บ้าน ที่ดิน ไร่นาติดภาระจำนอง หลุดมือ ถูกฟ้องร้อง ยึดทรัพย์ มีการประกาศขายที่ดินเพื่อปลดเปลื้องหนี้สิน แต่ไม่มีคนซื้อ มีแต่คนขายทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ภาคอุตสาหกรรม ก็เช่นกัน ตลอดเวลา 5-6 ปีนับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจ เดิม ม. ร. ว. ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็พอประคับประคองไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ทยอยลดการเจริญเติบโตลงเพราะโลกปฏิเสธเผด็จการ ไม่มาคบค้าสมาคมด้วย และไม่สนองตอบต่อผู้มีอำนาจสูงสุดของระบอบเผด็จการ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่สนับสนุนการยึดอำนาจของเผด็จการ คสช. ที่พวกเขาต้องการฮุบยึดครองเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งหมด ต้องการสิทธิสัมปทานจากรัฐบาลทุกสายทางของเศรษฐกิจเช่น โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษฝั่งตะวันออก EEC โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพฝั่งตะวันออกและอื่นๆ จึงเปลี่ยนหม่อมอุ๋ยออกไป แล้วเปลี่ยนมาเป็น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตลูกจ้างของบริษัท ยักษ์ใหญ่ ซีพี ลูกน้องคนสนิท มือขวาของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย ธนินทร์ เจียรวนนท์ มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีแทน ซึ่งน่าสังเกตว่าตลอดช่วงระยะเวลา ที่นายสมคิด มาดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลประยุทธ์ ข้อมูลปรากฎชัดเจนว่า กิจการของบรรดาเจ้าสัว 26 ตระกูลใหญ่ ในไทย เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทองเป็นหมื่นล้านแสนล้านครอบครองสินทรัพย์เกือบ 70 % ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ ขนาดกลางและ ขนาดเล็ก ผลิตสินค้าที่เคยได้รับการส่งเสริมและพัฒนามาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ที่เฟื่องฟูขยายตัวหลายล้านกิจการ หลังจากเผด็จการครองเมือง เริ่มล้มละลาย ทยอยล้มหายตายจากไปกว่า 300,000 แห่ง ที่เหลืออยู่ก็รอวันถูกฟ้อง ถูกยึดทรัพย์สิน และล้มละลายเป็นจำนวนมากเพราะผลิตสินค้าแต่ไม่สามารถขายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ภาคบริการ สถานบริการ สถานบันเทิง แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ ซบเซาลง หลายแห่งเริ่มปิดกิจการ เงียบเหงาอย่างไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ตลาดนัด ตลาดชุมชน ร้านค้าโชห่วย การค้าขายซบเซามาก พ่อค้าแม่ค้า บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าการทำมาหากินฝืดเคืองเหลือเกินไม่เพียงพอต่อการยังชีพ เพราะถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ขายของ ผ่านบัตรประชารัฐไปหมด เงินถูกธุรกิจขนาดใหญ่ดูดซับจนเหือดหายไปจากตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พ่อค้า แม่ค้า ที่เช่าขายสินค้าและสินค้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้ามีแต่คนเดินเพื่อตากแอร์ แต่ไม่มีคนซื้อเริ่มขาดทุน เริ่มขาดสภาพคล่อง ยอดขายลดลงกว่าครึ่งหรือต่ำกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ภาคแรงงาน ถือว่าวิกฤตสุด เนื่องจากโรงงานปิดกิจการหลายพันแห่ง คนงานตกงานทันทีกว่าครึ่งแสน เมื่อรวมกับที่ตกงานอยู่แล้วและที่จบการศึกษามา รวมกับแรงงานแฝงที่ไม่มีงานทำแน่นอนเป็นหลายล้านคน นอกจากค่าแรงไม่ขึ้นตามที่รัฐบาลโกหกหลอกลวงประกาศเป็นนโยบายไว้ ยังต้องตกงานอีก ไม่เงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เลี้ยงลูก สารพัดปัญหาที่ต้องเผชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนำซ้ำ รัฐบาลประยุทธ์ที่หาเงินไม่เป็นกลับมีเป้าหมายที่จะนำเอาเงินจากกองทุนประกันสังคมที่แรงงาน 37 ล้านคนเป็นเจ้าของร่วม จำนวนมากกว่า 1 ล้านล้าน มาใช้ มาให้กู้ยืม เพราะรัฐบาลถังแตก ธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยสินเชื่ออีกทำให้เกิดความเสี่ยงของแรงงานเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อแรงงานจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคเผด็จการ และเผด็จการซ่อนรูปของรัฐบาลนี้จึงถือเป็นยุคมืดทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เกิดความเหลื่อมล้ำมากที่สุดเป็นอันดับ หนึ่ง ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนจนยิ่งจนลง อยู่ในสภาพรวยกระจุก จนกระจายอย่างแท้จริง เศรษฐกิจทั้งประเทศอยู่ในกำมือของมหาเศรษฐีไม่กี่ตระกูล ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาวะทุกข์ยากลำบาก หนี้สินล้นพ้นตัว การค้าขายฝืดเคือง ธุรกิจกำลังจะล้มละลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนกำลังอดอยาก บางคนต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งหากสถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไป สุดท้ายเศรษฐกิจแบบมะเร็งร้ายภายใต้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปที่ร่วมมือกับนายทุนผูกขาดที่เป็นอยู่จะทำให้คนส่วนใหญ่ล้มละลาย ล้มหายตายจากไป เป็นทาสทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุนผูกขาดไม่กี่ตระกูลอันถือว่าเป็นวิกฤตชาติ ด้านเศรษฐกิจอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่ขณะรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์สืบทอดอำนาจคือพรรคพลังประชารัฐ เสนอนโยบายหาเสียงเพื่อจูงใจให้ประชาชนเลือกเช่น &amp;nbsp;ค่าแรง จะได้วันละ 400-425 บาท คนจบ ปวส. ได้ 18,000 บาท &amp;nbsp;คนจบปริญญาตรีได้ 20,000 บาท เพิ่มเงินผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท &amp;nbsp;เพิ่มเงิน อสม. &amp;nbsp;ราคาข้าว ต้อง 10,000- 18,000 บาทแล้วแต่ชนิด ราคายางพารา 65 บาทต่อกิโลกรัม ราคาอ้อย ตันละ1,000 บาท
และสารพัดนโยบายโดยไม่ได้แจ้งที่มาของเงินตามรายละเอียดที่แนบมาท้ายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากใช้ตัวชี้วัดความสำเร็จด้านการบริหาร หรือ KPI มาเป็นตัวชี้วัด ทุกการกระทำ ทุกนโยบายภายใต้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถสร้างความอยู่ดี มีสุข กินอิ่ม นอนอุ่น มีทุนทำกิน ให้กับประชาชนได้เลย และกำลังนำพาประเทศไปสู่หายนะในทุกๆด้านจนยากที่จะฟื้นฟูได้ในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลประยุทธ์มีแต่ใช้เงินโปรยหว่าน ดูถูกดูแคลนประชาชนให้เป็นบัตรคนจน บัตรขอทาน บางจังหวัด ที่เรียกตรงกับพรรคการเมืองที่สร้างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจว่า ประชารัฐ ที่ผู้รู้รังเกียจเพราะเอาเงินภาษีประชาชนมาทำทาน โปรยหว่านซื้อเสียงของประชาชนโดยไม่มีการสร้างเงินสร้างงานอย่างมั่นคง ยั่งยืน อันจะถือว่าเป็นรายได้ประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นรัฐบาล พวกเขากลับใช้เล่ห์เหลี่ยม หาเหตุผลหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทำตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน ไม่ทำตามนโยบายเกือบทุกเรื่องที่สัญญาไว้ อันถือว่าเป็นการโกหกหลอกลวงประชาชนโดยรัฐบาลเอง&amp;nbsp;
เมื่อพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองทุกอย่างกลับยิ่งเลวร้ายลง&amp;nbsp;
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเมือง ที่เผด็จการซ่อนรูปนี้ได้วางกับดัก วางแผนยุทธศาสตร์ เพื่อตนเองและพวกพ้องให้ครองอำนาจ อย่างน้อย 20 ปีพร้อมกับทำลายฝ่ายประชาธิปไตย ทำลายอำนาจของประชาชนให้อ่อนแอมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทย และคนไทยภายใต้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้กำลังถูกกระทำย่ำยี ถูกฉุดลากสู่ความหายนะ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มองไม่เห็นอนาคต เป็นคนป่วยของเอเชีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุใดคนไทยผู้รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม ที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความกล้า มีศักยภาพ กลับนิ่งเฉย เอาตัวรอด สยบยอมให้กับรัฐบาลเผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตย เช่นนี้ เหตุใดเหล่าผู้กล้า ผู้รู้ ผู้เสียสละ จึงไม่ลุกขึ้นมาอย่างกล้าหาญขจัดสิ่งเลวร้าย ล้างชำระมรดกบาป ล้างกฎกติกาของโจรกบฏแล้ว นำเอาความถูกต้อง ความเป็นธรรม ความเจริญไพบูลย์มาให้ประเทศไทย เพื่อประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เพื่อลูกหลานของเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุกขึ้นสู้กับเผด็จการ ลุกขึ้นสู้กับอธรรมเถิด ผู้กล้า ผู้รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรมทั้งหลาย อย่าปล่อยให้ประเทศไทยของเราถึงกาลวิบัติไปพร้อมกับรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความยุติธรรม ไร้ความสามารถนี้เลย
อนุชนรุ่นหลัง จะจดจำนามท่านในฐานะ วีรบุรุษ วีรสตรี และวีรชนของพวกเขา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51999</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, พท., พรรคเพื่อไทย, เผด็จการซ่อนรูป, เฟซบุ๊ก, เศรษฐกิจ, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d651b2e12de7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วรงค์&#039;ชม&#039;มาร์ค&#039;เปิดให้สมาชิกเลือกหัวหน้าพรรคปชป.  ซัดเผด็จการซ่อนรูปเจ้าของพรรคเลือกหัวหน้าเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.61 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่า&amp;quot;ผมขอชื่นชมท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแนวคิดให้สมาชิกพรรคทั้งประเทศ มีส่วนร่วมในการโหวตเลือกหัวหน้าพรรค และทำพรรคให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ถือได้ว่าเป็นการปฏิรูปพรรคครั้งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ ต้องเริ่มต้นจากพรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมืองมีความเป็นประชาธิปไตย เมื่อมีโอกาสบริหารประเทศ ก็จะมีความเป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกลับกัน ถ้าพรรคการเมืองใดมีการเริ่มต้นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ปล่อยให้เจ้าของพรรคมากำหนดผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค ก็ไม่ต่างจากเผด็จการซ่อนรูป เมื่อพรรคดังกล่าวมาบริหารประเทศ ก็จะมีความเป็นเผด็จการแฝงอยู่ เพราะต้องทำเพื่อเจ้าของ แต่ปากก็อ้างประชาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17071</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พรรคเพื่อไทย, หมอวรงค์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เผด็จการซ่อนรูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b796d5bab125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
