<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;เล่นบท&#039;ซาร์เศรษฐกิจ&#039;ประโคมปีหน้าเข้าสู้ภาวะเผาจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า&amp;nbsp;
รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะค่าเงินบาท
ไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป
ซึ่งควรจะมีการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในการประชุม
กนง.วันพรุ่ง รวมทั้งใช้มาตรการทางการคลังสร้างกำลังซื้ออย่างยังยืน
ไม่เช่นนั้นปีหน้าเศรษฐกิจไทยอาจจะเข้าสู้ภาวะ #เผาจริง อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ฟังพลเอกประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย พูดว่าไทยถูกสหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือ GSP อาจเป็นเพราะ &amp;quot;เศรษฐกิจไทยโตเร็วเกินไป&amp;quot; แต่อีก2 วัน กลับมาพูดใหม่ว่า &amp;quot;เศรษฐกิจไทยโตช้า&amp;quot; จึงต้องตั้งคำถามว่า พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเทศไทย รู้และเข้าใจภาวะที่แท้จริงของเศรษฐกิจหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงคือ ขณะนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจดับทุกตัว ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุนภาคเอกชน และกำลังซื้อภายในประเทศหดหาย ทำให้เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก ประชาชนส่วนใหญ่ลำบากยากแค้น รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข หัวหน้าทีมเศรษฐกิจต้องเร่งทำงานให้หนัก ระดมทีมงานมาคิดแก้ไขให้ไว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าทุกสกุลในโลก แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปีที่ 30.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเฉพาะในปีนี้เกือบ 8% แต่หากเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในปี 2557 เท่ากับ 32.915 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ซึ่งแข็งค่ามากกว่าเงินสกุลของคู่ค้าอื่นๆ จนถึงวันนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงเกือบ 3 บาท แสดงให้เห็นว่านับแต่มีการยึดอำนาจการลงทุนภาคเอกชนก็หดหายไปตั้งแต่บัดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัญหาต่อการส่งออกและส่งผลต่อการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในปีนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้ธุรกิจส่งออกสูญเสียความสามารถในการแข่งขันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีกว่าประเทศคู่แข่งแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้ส่งออกต้องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างน้อย 8 % ทันทีที่ขายของได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากไปกว่านั้นปัจจุบันค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลง ยิ่งกระทบต่อธุรกิจที่ส่งออกและท่องเที่ยวของไทยมากขึ้นไปอีก แถมมาถูกซำ้เติมด้วยการถูกตัด GSP เข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคการส่งออกอาจติดลบประมาณถึง 3 % ในปีนี้ ถ้าหากหักทองคำออกในบางเดือน เราจะติดลบสูงถึง 8% ซึ่งนับว่ามากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงเห็นภาพว่าโรงงานต่างๆ ต้องลดกำลังการผลิต ลดเวลาจ้างแรงงาน หลายแห่งทะยอยปิดตัวลง เพราะส่งออกไม่ได้ ขายในประเทศก็ไม่ได้ เพราะกำลังซื้อภายในประเทศก็หดหายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ปีหน้าเราต้องเผชิญกับภาวะคนตกงานสูงถึง 500,000 คน เด็กจบใหม่มีความเสี่ยงสูงที่จะหางานทำไม่ได้ ปัญหาสังคมจะตามมาอย่างมากมาย ทั้งยาเสพติดและการจี้ปล้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งค่าเงินบาทแข็ง เพราะเราเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงจากเงินทุนระยะสั้นไหลเข้าเก็งกำไร จึงเป็นการเกินดุล ที่ไม่เป็นประโยชน์ แถมยังทำให้เงินบาทแข็งกระทบภาคส่งออก รวมทั้งมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงหวังว่าที่ประชุม กนง. ในวันพรุ่งนี้ ( 6พย.) จะมีการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างน้อย0.25% เพื่อประคองไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลจึงต้องเร่งระดมสรรพกำลัง มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยไม่ปล่อยเป็นภาระของธนาคารแห่งประเทศไทย เพียงหน่วยงานเดียว
เพราะเราสามารถใช้กลไกเครื่องมือทางเศรษฐกิจหลายๆตัว มาช่วยดูแลค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างมีธรรมาภิบาล นอกเหนือจากการบริหารอัตราดอกเบี้ย เช่นการเพิ่มการนำเข้าระยะสั้น ในสินค้าที่เราต้องนำเข้าเพื่อใช้อยู่แล้ว อย่างน้ำมัน หรือการคืนเงินกู้ต่างประเทศ เป็นต้น เพื่อลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอันจะทำให้เงินบาทอ่อนตัวลงโดย ธปท. ไม่ต้องเข้าไป แทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือรัฐบาล ต้องใช้มาตรการทางการคลังสร้างกำลังซื้ออย่างยั่งยืน (ไม่ใช่การหว่านแจกเงิน ที่ไม่ได้ให้ผลในการสร้างกำลังซื้ออย่างยั่งยืน) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในอันเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่ยังขับเคลื่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังซื้อที่มีคุณภาพและยั่งยืนเกิดขึ้น จึงจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจ (TRUST&amp;amp; CONFIDENCE) ให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมองเห็นอนาคต และกล้าที่จะตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องยอมรับความจริงว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มากแล้ว ต้องการการ &amp;rdquo;ลงมือทำงาน&amp;rdquo; แก้ปัญหาทันที มิใช่การ&amp;rdquo;แก้ตัว&amp;rdquo; ด้วยคำพูดไปวันๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เช่นนั้น เศรษฐกิจไทยปีหน้าต้องเข้าสู่ภาวะ #เผาจริง อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49579</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, เผาจริง, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc12dac78dab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
