<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาถราชการไทย!ผู้ว่าฯห้าม&#039;อปท.เผา&#039; ชาวบ้านซวยสูดฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีปัญหาฝุ่นพิษที่เกิดขึ้นอย่างรุ่นแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และอาจจะลุกลามไปในพื้นที่ต่างๆของประเทศ ส่งผลให้นายสฤษดิ์ &amp;nbsp;วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดปฏิบัติการป้องกันผลกระทบป้องกันและลดปัญหามลภาวะในพื้นที่ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยการสั่งการให้ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือ บุคลากรและจัดทำแผนปฏิบัติงานตามภารกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจวัดควันดำรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ตรวจสอบการก่อสร้างถนน อาคารที่อาจจะก่อมลภาวะ เฝ้าระวังการเผาหญ้า ตอซังข้าว โดยได้นำเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้เครื่องฉีดน้ำที่บริเวณทุ่งศรีเมือง และศาลากลางหลังใหม่ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากร ตามแผนควบคุมและป้องกันปัญหามลภาวะของจังหวัด และเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเตรียมการป้องกัน ซึ่งขณะนี้ทุกพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่มีปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แต่อย่างใด และมอบนโยบายให้มีการตรวจสภาพรถของหน่วยงานราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้เป็นแบบอย่างของประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ระบุด้วยว่า สำหรับรถยนต์ของประชาชน และรถรับจ้างหากตรวจพบค่าควันดำเกินค่ามาตรฐานกำหนด จะให้หยุดใช้รถชั่วคราว เพื่อนำไปแก้ไขและนำกลับมาตรวจสภาพใหม่จากสำนักงานขนส่งจังหวัด หากผ่านการตรวจสภาพก็จะสามารถใช้รถได้ตามปกติ ส่วนมาตรการด้านการเฝ้าระวัง ในการปฎิบัติโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม &amp;nbsp;สำรวจพื้นที่ที่มีสภาพจราจรหนาแน่นและเกิดปัญหาควันดำจากรถยนต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนไม่เผาตอซังข้าว หรือพืชทางการเกษตรรวม และให้มีส่วนร่วมในการป้องกันไฟป่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาหมอกควันและมลภาวะ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ที่เดินทางมาท่องเที่ยว จังหวัดอุบลราชธานี อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังผู้ว่าฯกำชับ ไม่ให้มีการเผาขยะ แต่บ่อขยะในพื้นที่ตำบลช่องเม็ก ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน เนื้อที่กว่า 2 ไร่ ซึ่งมีควันจากการเผาขยะคลุกกรุ่นไปเต็มพื้นที่ ซึ่งบ่อขยะแห่งนี้ เป็นบ่อที่มีหน่วยงานราชการ 2 แห่งนำมาทิ้ง คือขยะจากเทศบาลตำบลช่องเม็ก และ จาก อบต.ช่องเม็ก และบ่อขยะดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ อบต.ช่องเม็ก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่ามาตรการและการสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดห้ามให้ประชาชนมีการเผาหญ้า และตอซังข้าวนั้น แต่กลับมีหน่วยงานราชการทำการเผาขยะเอง ซึ่งสร้างความสับสนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากถึงการกระทำของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28267</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM2.5, ผู้ว่าฯอุบล, ฝุ่นพิษควันพิษ, อปท., เผาขยะ, เผาซังข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c57bec72aa15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
