<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 19:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุงเผาป่าเขตอุทยานฯเจอคุก2ปีปรับ2แสน คนแจ้งรับทรัพย์1หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64- นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อต้นเดือน เม.ย 2563 ที่ผ่านมา ได้จับกุมดำเนินคดี นายสมควร (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ในข้อหาเผาป่า จำนวน 1 ไร่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยมิได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวน สภ. ด่านแม่แฉลบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลย นายสมควร จำคุก 4 ปี และปรับ &amp;nbsp;4 แสนบาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง &amp;nbsp;คงเหลือโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 2 แสนบาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการโทษไว้มีกำหนด 2 ปี คุมความประพฤติจำเลย มีกำหนด 1 ปี &amp;nbsp;ให้จำเลย รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้จำเลย ทำงานบริการสังคม หรือสาธารณะประโยชน์ เพื่อการฟื้นฟูเฝ้าระวัง ดูแลหรือสนับสนุน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามที่พนักงานควบคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จำเลยไม่อุทธรณ์ฯต่อศาลอุทธรณ์ คดีอาญาถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในคดีนี้ได้มีนายแก้ว (นามสมมุติ) เป็นผู้แจ้งเบาะแส ได้รับเงินรางวัลนำจับจำนวนเงิน 1หมื่น บาท ไปแล้ว จากเงินกองทุนสวัสดิการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเรี่ยไร ของหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2544 ข้อ 18 (1)หรือ(3) นอกจากนี้นายแก้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมจับกุม ยังจะได้รับเงินสินบน รางวัลนำจับจากศาล ในอัตราร้อยละ80 ของเงินค่าปรับจากจำเลย จำนวน 200,000 บาท เป็นจำนวนเงินอีก 160,000 บาท ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าด้วย การจ่ายเงินสินบนรางวัล และค่าใช้จ่าย ในการดำเนินงาน พ.ศ. 2548 ซึ่งจะต้องจ่ายให้กับผู้แจ้งเบาะแส และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมจับกุมภายใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเงินค่าปรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเงินกองทุน สวัสดิการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2563 &amp;nbsp;ที่จะช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า ในกรณีบาดเจ็บและเสียชีวิต หรือในกรณีที่แจ้งเบาะแส สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ก็จะได้รับเงินกองทุนฯช่วยเหลือในกรณีดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันเงินกองทุนดังกล่าว เหลืออยู่น้อยมาก หากมีบุคคล หรือ ร้านค้า หรือบริษัทใด จะร่วมบริจาคเงินกองทุนสวัสดิการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง )ในการช่วยเหลือ ผู้พิทักษ์ป่า ก็สามารถบริจาคได้ที่บัญชีเงินกองทุนฯ 706-0-82083-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านโป่ง ซึ่งในกลางเดือนมี.ค 2564 ที่ผ่านมา ก็ได้รับแจ้งจากบริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) (TTW) ผู้ผลิตน้ำประปา เอกชนรายใหญ่ที่สุด ของประเทศ ร่วมบริจาคช่วยเหลือกองทุนฯ เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และผู้พิทักษ์ป่า ในสังกัดทุกคน &amp;nbsp;ขอขอบคุณ บริษัท TTWไว้ในโอกาสนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97566</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านโป่ง, เผาป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_60606f85bcf10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯ พิษณุโลกประสานกองทัพกระจายเสียงผ่านฮ.รณรงค์ให้ปชช.หยุดเผาป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ค่ายเอกาทศรถ อ.เมือง จ.พิษณุโลก &amp;nbsp;นายรณชัย &amp;nbsp;จิตรวิเศษ &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ประชุมร่วมกับทหารจากมณฑลทหารบกที่ 39 กองทัพภาคที่ 3, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก และกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยาที่ 3 กองพันจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมประเมินสถานการณ์ PM 2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกที่กลับมาถึงขั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพอีกครั้ง เพราะในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าค่า PM.2.5 พุ่งสูงที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งสาเหตุจากการเผาพื้นที่เกษตร &amp;nbsp;โดยตรวจพบจุดความร้อนมากที่สุดในพื้นที่เกษตรและป่าสงวน ซึ่งอยู่ที่ อ.วังทอง อ.นครไทย อ.วัดโบสถ์ &amp;nbsp;และโดยเฉพาะในช่วงเช้าวันนี้ วัดค่า PM 2.5 &amp;nbsp;ได้ &amp;nbsp;63 มคก./ลบ.ม. ถือว่าเริ่มมีผลต่อสุขภาพ &amp;nbsp;ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่ง กองร้อย ปจว. ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นสำรวจและประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงระยะไกล กว่า &amp;nbsp;10 กม. ประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนงดการเผาป่าหาของป่า การเผาพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนติดกับพื้นที่อุทยานฯ &amp;nbsp;ของ อ.วัดโบสถ์ วังทอง ชาติตระการ และ นครไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณชัยกล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 &amp;nbsp;เริ่มมีผลต่อสุขภาพจึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหา ทั้งนี้อยากขอความร่วมมือจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนลดวิถีการใช้ชีวิตแบบเดิมในการเผาป่าเพื่อหาของป่า รวมทั้งการเผาพื้นที่การเกษตร ในอนาคตจำเป็นจะต้องหาอาชีพมาทดแทนในที่ประชาชนจะใช้วิธีการเผาหาของป่า เพราะทำให้เกิดปัญหาอย่างมากต่อการเกิด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 &amp;nbsp;โดยวันนี้ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำเครื่องขึ้นสำรวจพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนที่เกิดจุดความร้อนและใกล้เคียงกับชุมชน รวมทั้งกระจายเสียงขอความร่วมมือในการหยุดเผาป่า เผาพื้นที่การเกษตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งการแก้ปัญหาจากหลายวิธี ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก ได้มีการประชุม นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยกันรณรงค์ แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีผลเป็นรูปธรรม และค่า PM 2.5 ลดลง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91845</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายรณชัย  จิตรวิเศษ, ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, เผาป่า, เฮลิคอปเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a278366ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งเฉียบคุกเผาป่า 4 ปี ไม่รออาญา ทส.ระดมกล้าไม้ 66 ล้านต้น เดินหน้าฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือดีขึ้นต่อเนื่อง ทุกพื้นที่จุดความร้อนลดเหลือ 0-38 จุด ขณะที่ &amp;ldquo;พะเยา ลำปาง ลำพูน พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี&amp;rdquo; ไม่พบในพื้นที่ป่า เผยเบื้องหลังต้องระดมเจ้าหน้าที่เกือบ 8 พันนายพร้อมอุปกรณ์ ออกปฏิบัติการนับหมื่นครั้งบนพื้นที่กว่า 2 แสนไร่ จับผู้ต้องหาเผาป่าได้ 42 ราย ล่าสุดศาลสั่งคุก 4 ปีไม่รอลงอาญา ปรับอีกเกือบครึ่งล้าน ทส.เร่งเตรียมต้นกล้าไม้ 66 ล้านต้น ปูพรมปลูกฟื้นฟูป่า พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์ไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือดีขึ้นมากทุกจังหวัดต่อเนื่องเป็นวันที่สิบ โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2563 มีการตรวจสอบพบจุดความร้อน (Hot Spot) สะสมในระบบ VIIRs รวม 210,675 จุด อยู่ในเขตป่าไม้ 129,736 จุด หรือ 61% แบ่งเป็นป่าธรรมชาติ 115,742 จุด หรือ 55% และพื้นที่ทำการเกษตรในป่า 13,994 จุด หรือ 6% ส่วนที่เหลือ 80,939 จุด หรือ 39% เกิดในพื้นที่นอกเขตป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2563 มีการตรวจสอบพบจุดความร้อน (Hot Spot) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเหลือเพียงจังหวัดละ 0-38 จุด โดยมี 8 จังหวัดที่ไม่พบจุด Hot Spot ในพื้นที่ป่า ได้แก่ พะเยา ลำปาง ลำพูน พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปฏิบัติการดับไฟป่านั้น อยู่ในเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพดีมาก สามารถดับไฟป่าได้ถึง 79% หรือ 113 จุด จาก 161 จุด โดยการปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์เข้าสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่า ประกอบด้วย จัดชุดดับไฟ 3,042 นาย ชุดเฝ้าระวังลาดตระเวน 4,254 นาย รวม 7,296 นาย ชุดไฟป่าหมู่บ้าน 1,725 หมู่บ้าน และเครือข่ายไฟป่า 1,090 หมู่บ้าน ใช้อากาศยาน 14 ลำ ระบบติดตาม GPS Tracking, Line, Jabber, Remote Sensing พร้อมด้วยอากาศยานไร้คนขับ UAV โดยมีปฏิบัติการดับไฟป่าสะสมในเขตป่าอนุรักษ์ 7,341 ครั้ง 169,635 ไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติ 3,095 ครั้ง 62,690 ไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดการกับผู้กระทำความผิดเผาป่านั้น มีการดำเนินคดีเพิ่มอีก 2 คดี ได้ผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย รวมคดีสะสมตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม &amp;ndash; 21 เมษายน 2563 ทั้งสิ้น 1,047 คดี ผู้ต้องหา 42 ราย โดยล่าสุดศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้พิพากษาจำคุก นายเหล่าหวู่ เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา รวมทั้งให้จ่ายค่าปรับเป็นเงิน 439,668 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่านั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดเตรียมกล้าไม้ไว้จำนวน 66 ล้านกล้า โดยจะเริ่มลงพื้นที่ทำการปลูกป่าภายในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), เผาป่า, ไฟป่า.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea03b5b4b46a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่อันดับ6 เมืองใหญ่จมฝุ่น ลำปางเจอไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นจิ๋ว พีเอ็ม 2.5 คุกคามภาคเหนือ เชียงใหม่ขึ้นอันดับ 6 ของโลก พบฮอตสปอตจากการเผาป่าเป็นบริเวณกว้างถึง 100 จุด ส่วนที่แม่สาย ฝุ่นพุ่งไปถึง 94 กทม.สั่งล้างถนนต่อเนื่องแม้สถานการณ์จะกระเตื้องขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ สภาพตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันหนาทึบ มองเห็นความขมุกขมัวด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่จากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ ในตำบลช้างเผือก และตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.พ. อยู่ที่ 55 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 60 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 111 และ 124 ตามลำดับ ซึ่งระดับคุณภาพอากาศถือว่าอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และคุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เกินค่ามาตรฐานจนอยู่ระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสิ้น โดยแอปพลิเคชัน AirCMI แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในช่วงใกล้เวลา 12.00 น. พบว่าค่าฝุ่น PM 2.5 ในตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ที่ 151 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ ที่อำเภอเชียงดาววัดได้ 284ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, อำเภอแม่แตง 229 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร อำเภอสันทราย 163 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร อำเภอสารภี 171 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร อำเภอสันกำแพง 158 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.airvisual.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศของทั่วโลก พบว่าจากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศ หรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเมื่อเวลา 12.00 น. วันอาทิตย์ ค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่พุ่งทะยานสู่อันดับ 6 ของโลก โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 177 US AQI ส่วนอันดับ 1 เป็นของเมืองดักกา ประเทศบังกลาเทศ วัดค่าได้ 295 US AQI ส่วนกรุงเทพฯ วัดค่าได้ 42 อยู่อันดับที่ 59 ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุของปัญหาปัญหาฝุ่นควัน รายงานข่าวแจ้งว่า เนื่องมาจากมีการเผาป่าและเผาอื่นๆ ทั่วพื้นที่ ประกอบกับกระแสลมอ่อนจึงทำให้เกิดการสะสมตัวของฝุ่นควัน ทั้งนี้ ศูนย์บัญชาการป้องกันปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่าพบจุด Hotspot ช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ.63 จำนวน 100 จุด ในพื้นที่ 15 อำเภอ 34 ตำบล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ก.พ.นี้ ในหลายจังหวัดที่น่าสนใจ ดังนี้ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย PM 2.5 อยู่ที่ 73, ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 94, ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 63, ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 69, ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 48, ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 55, ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 127, ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน 52, ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ 65, ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 72,ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก 57, ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย 58, ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 55
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง แจ้งว่า คุณภาพอากาศที่วัดได้จากสถานีตรวจวัดทั้ง 4 สถานีประจำวันที่ 16 ก.พ.นี้ พบว่าคุณภาพอากาศหลายจุดเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากยังมีไฟไหม้พื้นที่ป่าหลายพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันและชาวบ้านต้องเข้าดำเนินการดับไฟป่าอย่างเข้มข้น จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟจำนวน 4 นายได้รับบาดเจ็บโดนไฟลวกตามร่างกายขณะปฏิบัติงานดับไฟป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง พลตรีสุรคล ท้วมเสม ผบ.มทบ.32 เป็นผู้แทนแม่ทัพภาค 3 นำกระเช้าผลไม้และเงินจำนวนหนึ่งมอบให้นายวันตรี ไพรชื่นสกุล เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวไฟ จ.แม่ฮ่องสอน ที่เดินทางมาช่วยภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง และถูกไฟลวกตามร่างกาย พร้อมกับเพื่อนรวม 4 นาย ที่นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลลำปาง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวไฟได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าบริเวณบ้านห้วยยาง ม.6 ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง ประสบเหตุลื่นตกเชิงเขาขณะเร่งเข้าดับไฟป่าที่ไหม้บริเวณแนวเทือกเขาดอยพระบาท และเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าอีก 3 นายที่อยู่ใกล้ได้รีบเข้าช่วยเหลือ แต่ไฟป่าที่ถูกลมพัดแรงบนเขาแนวไฟเกิดตีกลับเข้ามา ทำให้ไฟลวกเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ รวม 4 นาย โดยนายวันตรีมีแผลไฟลวก มีอาการบวมอักเสบที่ใบหน้าและตามร่างกาย ซึ่งบาดแผลเสี่ยงติดเชื้อ แพทย์ให้นอนพักรักษาตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ได้ขอให้ทางแพทย์และพยาบาลช่วยดูแลอาการนายวันตรีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นผู้เสียสละในการเดินทางมาร่วมช่วยเหลือในภารกิจดับไฟป่าที่ จ.ลำปาง จนได้รับบาดเจ็บ ส่วนในเรื่องค่ารักษาพยาบาลนั้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง ยังคงเกิดอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเดินเท้าเข้าดับไฟที่ลุกไหม้ป่าทั้งกลางวันและกลางคืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร ได้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง เพื่อประสานดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที โดยมอบหมายให้ 50 สำนักงานเขต แม้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ให้ดำเนินการล้างทำความสะอาดถนนและทางเท้า และเพิ่มความถี่การพ่นฉีดละอองน้ำในอากาศเพื่อดักจับฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานครตรวจสภาพเครื่องยนต์ตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด ดูแลบำรุงรักษารถยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ เพื่อป้องกันไม่ให้มลพิษเกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนกำชับพนักงานขับรถยนต์ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อไม่ได้ปฏิบัติงาน หรือจอดรถรอรับ-ส่ง รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมดูแลพื้นที่โครงการก่อสร้างในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการกำชับกวดขันให้ผู้รับเหมาฉีดน้ำทำความสะอาดล้อรถบรรทุกหรือรถอื่นๆ ก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้าง รวมถึงการล้างทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทุกวัน เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในอากาศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57352</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, PM2.5, กทม., ฝุ่นควันหนาทึบ, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นพิษ, เชียงใหม่, เผาป่า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e493ebd091c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
