<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมตำรวจถูกเผาคืนเดียว 6 จุด เผยจับ 2 แอดมินเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ &#039;รุ้ง ปนัสยา&#039; โดนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า การนัดหมายชุมนุมทางการเมืองในห้วงวันที่ 23 &amp;ndash; 26 ก.ย.64 ดังนี้ ในวันที่ 23 - 26 ก.ย.64 กลุ่มทะลุแก๊สรวมตัวที่สามเหลี่ยมดินแดง ส่วนวันที่ 25 ก.ย.64 กลุ่มทะลุฟ้าได้นัดหมายรวมตัว&amp;nbsp; โดยยังไม่มีการระบุเวลาและสถานที่ ซึ่งจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ส่วนวันที่ 26 ก.ย.64 กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายเวลา 16.00-19.00 น. ที่ลานหน้าหอศิลป์&amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอเตือนว่า กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่ประกาศ เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมหรือรวมกลุ่มทากิจกรรมที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการ แพร่โรค จะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 10 ลง 31 สิงหาคม 64 และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อีกส่วนหนึ่ง โดยทาง บช.น. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตารวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของ บ้านเมืองไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มทะลุแก๊ส ที่แยกดินแดง เวลา 18.20 น. เริ่มมีการนำยางรถจักรยานยนต์มาเผาบริเวณบน ถ.วิภาวดีขาออก และมีการนำป้าย มาผูกขวางถนนบริเวณใต้ทางด่วน เวลา 20.30 น. มีการนำแผงเหล็กปิดกั้นการจราจร และ จุดไฟเผาทรัพย์สินบริเวณใต้ทางด่วน ทำให้กีดขวางการจราจร และประชาชนในละแวกได้รับ ความเดือดร้อน เวลา 21.20 &amp;ndash; 23.00 น. มีการขว้างปาประทัด ยิงหนังสติ๊ก พลุไฟ ระเบิดต่างๆเป็นระยะๆเพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่บริเวณฝั่งถนนมิตรไมตรีและหน้ากรมดุริยางค์ทหาร&amp;nbsp; เวลา 23.20 น. ได้มีกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายดังกล่าวบางส่วนทำการฉีดสีสเปรย์ใส่เกาะกลางถนนวิภาวดีขาเข้าเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินสาธารณประโยชน์เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืน ตั้งแต่เวลา 00.30 &amp;ndash; 02.40 น. ยังมีกลุ่มฯ ผู้ก่อเหตุขับรถจักรยายนต์จำนวน 15-20 คัน ตระเวนทุบทาลายและเผาป้อมจราจร อีกจำนวน 6 จุด ได้แก่ สน.บางซื่อ 3 จุด ที่แยกสะพานควาย ,แยกประดิพัทธิ์ และด่วนระนอง สน.ลุมพินี 1 จุด ที่แยก ราชประสงค์ และสน.พญาไท 1 แห่ง คือ แยกอุรุพงษ์ และ สน.มักกะสัน 1 จุด ที่แยกมิตรสัมพันธ์ ซึ่งจะได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ,เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุม เลิกแล้วไม่เลิก , วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น&amp;nbsp; ,ทำให้เสียทรัพย์ , ฝ่า ฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ,&amp;nbsp; และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกด้วยว่า จากกรณีที่มีเพจเฟสบุ๊ค &amp;ldquo;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;rdquo; ได้โพสต์ข้อความ เชิญชวนให้มาร่วมชุมนุมในวันที่ 1,2,7 และ 10 สิงหาคม 2564 แล้วทำให้มีผู้ออกมาชุมนุมและก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น เจ้าหน้าที่ตารวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับแอดมินเพจดังกล่าวจำนวน 2 คน จับกุมตัวไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 จำนวน 1 คน และต่อมาในวันที่ 22 กันยายน 2564 เวลา ประมาณ 12.45 น. ได้ทำการจับกุมเพิ่มอีก 1 คน คือ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1506/2564 ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14(3) นาเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงฯ และตาม ป.อาญา มาตรา 116(3) ยุยงปุกปั่นเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน นำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยทาง บช.น. จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ในบ้านเมืองมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ซึ่งหากเยาวชนได้กระทาความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ด้วยเช่นกัน ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม2564 ที่ผ่านมาจนถึง ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 220 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 808 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 563 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า มีผู้ต้องหาบางส่วนกระทำผิดซ้ำ&amp;nbsp; เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผบช.น. สั่งการฝ่ายสืบสวน ฝ่ายสอบสวน โดยฝ่ายสอบสวนไปดำเนินการทำความเข้าใจหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอาทิ กรมราชทัณฑ์ สภาทนายความ ส่วนกรณีไปเยาวชนก่อเหตุนั้น ต้องมีการทำความเข้าใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนต้องมีสหวิชาชีพมาสอบปากคำ อาจถูกชักจูงมากระทำความผิดได้ การจับกุมที่ผ่านมาเด็กมีการกระทำผิดลดลงเหลือเพียงผู้ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจปล่อยให้ก่อเหตุตำรวจสามารถดูแลได้หรือไม่นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า&amp;nbsp; มั่นใจว่าตำรวจเอาอยู่ทั้งมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำผิดแต่ละกลุ่ม ทางตำรวจมีมาตรการตามปกติเพื่อวางมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย เมื่อสามเหลี่ยมดินแดงก่อเหตุได้น้อยลงจึงเปลี่ยนไปจุดอื่น เมื่อได้รับคงามร่วมมือจากประชาชนผู้ก่อเหตุไม่สามารถก่อเหตุได้จึงเปลี่ยนไปก่อเหตุที่อื่นจึงต้องมีมาตรการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับแอดมินเพจเฟซบุ๊กแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ถูกจับกุมไปเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 คือ น.ส.นิราภร อ่อนขาว หรือ บี๋&amp;nbsp;นักศึกษาปี 3 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยถูกดำเนินคดี&amp;nbsp;ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารเปิดรับบริจาคสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117628</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ดินแดง, ทะลุแก๊ส, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, เผาป้อมจราจร, เผาป้อมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c2216a2bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น. สั่งเข้มยกระดับมาตรการทางกม. เผยแก๊งป่วนเมืองมุ่งเผาทรัพย์สิน-หลบซ่อนแฟลตดินแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยถึงกรณี มีผู้ก่อเหตุเผาป้อมจราจรตำรวจ จำนวน 6 จุด ได้แก่ที่แยกสะพานควาย&amp;nbsp;แยกประดิพัทธิ์&amp;nbsp;และทางด่วนระนอง&amp;nbsp;แยกราชประสงค์&amp;nbsp;แยกอุรุพงษ์ และแยกมิตรสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่ารูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มที่ก่อความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เน้นการเผาทำลายทรัพย์สิน ทางราชการ และของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง หลังจากนั้นทำการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยใช้พื้นที่แฟลตดินแดงทำการหลบซ่อนตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการปรับยุทธวิธี ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อระงับเหตุ ป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และยังคงเน้น ปกป้องสถานที่ราชการ ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

พร้อมตั้งคำถามถึงการก่อเหตุของกลุ่มดังกล่าว ว่ามีจุดประสงค์ใด เนื่องจากทรัพย์ทางราชการที่เผาทำลาย ก็มาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ส่วนการก่อเหตุความรุนแรงในลักษณะนี้จะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าเป็นปกติของผู้ที่ก่อเหตุที่พยายามหาโอกาส ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะมีการยกระดับมาตรการทางกฎหมายให้เข้มข้นขึ้นต่อไป

โดยการกระทำดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ หาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งภายหลังจากที่ลงพื้นที่แฟลตดินแดง เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในแฟลต ส่วนหนึ่งประชาชนให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

พล.ต.ท.ภัครพงษ์ กล่าวว่า ผลจากการเผาทำลายกล้องวงจรปิด สัญญาณไฟจราจร จนได้รับเสียหาย ยืนยันไม่กระทบกับการจราจร เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีเทคโนโลยีก็สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117625</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, เผาป้อมจราจร, เผาป้อมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c1d372532b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. ชี้เผาป้อมตร.ทั่วกรุง ยกระดับความรุนแรงหวังผลการเมือง สั่งเอาผิดคดีอั้งยี่ซ่องโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีการก่อเหตุเผาป้อมจราจรหลายจุดในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ก็ต้องปรับยุทธวิธีกันไป ต้องประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำกว่านี้ จะเห็นว่ามีการกระจายตัวยกระดับความรุนแรง ตำรวจต้องปรับยุทธวิธีการใช้กำลัง การบังคับใช้กฎหมาย และเรื่องการข่าว ตำรวจไม่ได้วิ่งตามม็อบ แต่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาจจะเป็นเส้นเบลอๆ ระหว่างม็อบกับผู้ที่ก่อเหตุ เพราะเขาต้องการให้เป็นแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า การกระทำแบบนี้ไม่ใช่อาชญากรทั่วไป จะเห็นว่าตั้งแต่สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมผู้ก่อเหตุกว่า 400 ราย ทุกครั้งที่จับเขาจะมีความรู้เทคนิคข้อกฎหมายต่างๆ มากขึ้น เห็นจากมีฝ่ายกฎหมายที่พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง พอมีคนโดนจับจะมาทันที ตอนนี้ตนได้พูดคุยกับฝ่ายสอบสวนว่า การบังคับใช้กฎหมายให้ดูเรื่องฐานความผิดอื่นๆ ถ้ามีองค์ประกอบความผิดอื่น เช่น อั้งยี่ ซ่องโจร ให้ไปรวบรวมพยานหลักฐานมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กลุ่มที่ก่อเหตุเผาป้อมจราจรมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเดิมๆ หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เขาลงมือกระทำเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย กระทบต่อภาพลักษณ์ในเรื่องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกพี่น้องประชาชน และหวังผลทางการเมือง ส่วนจะมีพัฒนาการที่รุนแรงกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจัดการของตำรวจ ซึ่งต้องจัดการให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อจลาจล, ทะลุแก๊ส, เผาป้อมจราจร, เผาป้อมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c16be1217f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลอดภัย  &#039;กทพ.&#039; เช็กแล้วเผาป้อมตำรวจใต้ด่วนดินแดงไม่กระทบโครงสร้างทางด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ส.ค.2564 นายชาตรี ตันศิริ รองผู้ว่าการฝ่ายก่อสร้างและบำรุงรักษา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยผลการตรวจสอบโครงสร้างทางพิเศษ (ทางด่วน) กรณีถูกเพลิงไหม้จากการชุมนุมทางการเมืองว่า กทพ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างบริเวณที่มีการเผาป้อมตำรวจที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ใต้ทางด่วนดินแดง ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาแล้ว โดยได้ใช้กล้องอินฟราเรด ทดสอบทั้งเรื่องความร้อนสะสม และกำลังอัดคอนกรีต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้นพบว่า ไม่มีผลกระทบต่อตัวโครงสร้างทางด่วน มีเพียงคราบเขม่าบริเวณใต้ทางด่วน โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดต่อไป พร้อมกันนี้จะประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทางได้ทราบด้วย เพื่อความมั่นใจในการใช้ทางว่ามีความปลอดภัย&amp;rdquo;นายชาตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาตรี กล่าวว่าส่วนจุดที่มีการเผารถตำรวจใต้ทางด่วนดินแดง เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา และจุดที่มีการเผาเศษวัสดุใต้ทางด่วนดินแดง เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เข้าไปตรวจสอบได้ อยู่ระหว่างการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเข้าพื้นที่ดังกล่าว คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะได้ข้อมูลผลการตรวจสอบที่ชัดเจนว่าแต่ละจุดมีความเสียหายมากน้อยเพียงใด จากนั้นจะแจ้งให้ผู้ใช้ทางรับทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำผู้ใช้ทางว่าขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร หากมีการชุมนุมบริเวณใกล้ทางด่วน ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาตรี กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองบริเวณใต้ทางด่วนดินแดงช่วง 1-3 วันที่ผ่านมา พบว่า &amp;nbsp;มีกระจกตู้เก็บเงินค่าผ่านทางแตก และกล้องวงจรปิดถูกทำลาย ซึ่ง กทพ. ยังไม่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหาย คาดว่าน่าจะไม่มาก แต่ไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่านี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากรุนแรงมากขึ้น และ กทพ. ได้รับความเสียหายจำนวนมาก คงต้องใช้อำนาจทางกฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การชุมนุมทางการเมืองเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่ กทพ. ขอความร่วมมือให้พึงระวังการเผาใกล้โครงสร้างทางด่วนหรือสะพาน เนื่องจากโครงสร้างทางพิเศษเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หากได้รับความร้อนสูงเป็นระยะเวลานาน อาจมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อความแข็งแรง และความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อประชาชนที่ใช้เส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ จะอยู่ที่บริเวณดินแดง และเป็นช่วงเวลาเย็น ดังนั้นขอประชาสัมพันธ์ประชาชนที่จำเป็นเดินทางเปรับเปลี่ยนเวลในการเดินทางผ่านในบริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยปัจจุบันจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปริมาณจราจรบนทางด่วนทั้งระบบ มีประมาณ 1 ล้านคนต่อวัน ลดลงกว่า 50% จากเดิมก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวน เกือบ 2 ล้านคันต่อวัน สำหรับบริเวณด่านดินแดง มีปริมาณจราจรเฉลี่ยประมาณ 30,000 คันต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113250</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), ชาตรี ตันศิริ, เผาป้อมตำรวจ, โครงสร้างทางพิเศษ (ทางด่วน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_61174ee8c3faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุกเป็นไฟ! ม็อบระยำตระเวนเผาทำลายป้อมตำรวจดินแดง-อนุสาวรีย์ชัยฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - เวลา 19.30 น.เกิดเหตุจลาจลขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมจุดไฟเผาป้อมตำรวจ สน.พญาไท ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนไหม้ทั้งหมด หลังจากที่ก่อนหน้านั้นได้เผาป้อมตำรวจบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมฝูงชนพร้อมด้วยรถฉีดน้ำแรงดันสูงได้ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมจากสามเหลี่ยมดินแดง ต่อมาตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ที่ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่ต่างแตกฮือเพื่อหลบหนีกันอลหม่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 20.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าโอบล้อมทั้งด้านล่างและบนสกายวอร์ค พร้อมทั้งยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุมก่อนจะยึดบริเวณดังกล่าวไว้ได้ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมต่างแตกฮือหลบหนีไปตามถนนราชวิถี แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยอมง่ายๆ ได้ขับรถ จยย.กลับมาเพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่อยู่เป็นระยะ ทำให้ต้องมีการยิงแก๊สน้ำตากลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตลอด สถานการณ์ยังคงตึงเครียด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ10สิงหา, เผาป้อมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_61127cadb9f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 00:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 00:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวอินโดนีเซียประท้วงก่อจลาจลต้าน กม.แรงงานฉบับใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียเดือด แรงงานและนักศึกษาชุมนุมประท้วงในหลายเมืองติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เพื่อต่อต้านกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่มีเป้าหมายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติแต่โดนวิจารณ์ว่าลิดรอนสิทธิแรงงานและกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่กรุงจาการ์ตาผู้ประท้วงก่อจลาจลเผาป้อมตำรวจจราจรและสิ่งกีดขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ก่อจลาจลทำลายกระจกหน้าต่างอาคารหลังหนึ่งในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า ผู้ชุมนุมนับแสนคนประท้วงในหลายเมืองทั่วอินโดนีเซียตั้งแต่วันจันทร์ที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศด้วยการตัดกฎระเบียบยิบย่อยเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี, แรงงาน และสิ่งแวดล้อม แต่นักเคลื่อนไหวด้านแรงงานและกลุ่มอนุรักษ์ประณามกฎหมายฉบับนี้ โดยแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเรียกว่าเป็นหายนะสำหรับแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอินโดนีเซียส่งตำรวจเกือบ 13,000 นายวางกำลังขัดขวางเส้นทางเข้าสู่อาคารที่ทำการรัฐบาลกลางกรุงจาการ์ตาเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ไม่สามารถขัดขวางผู้ประท้วงไม่ให้เข้าไปถึงใจกลางเมืองหลวงได้ ผู้ประท้วงจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางบนถนนและวางเพลิงป้ายรถโดยสารหลายจุด รวมถึงป้อมตำรวจจราจรหลายป้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมประท้วงโดยอ้างเหตุผลเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อในประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 300,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 11,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุสรี ยูนุส โฆษกตำรวจนครบาลจาการ์ตา กล่าวว่า ผู้ประท้วงราว 1,000 รายที่โดนจับกุมจนถึงวันพฤหัสบดี ถูกตรวจเชื้อไวรัสแล้ว และพบว่า 34 รายมีเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระยะที่ก่อปฏิกิริยาได้ ทั้งหมดถูกคัดแยกและต้องตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากที่กรุงจาการ์ตาเมืองหลวงแล้ว แรงงานและนักศึกษายังปะทะกับตำรวจในเมืองมาคัสซาร์, เมดาน, มาลัง และยอกยาการ์ตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอดี ผู้ประท้วงในเมืองมาคัสซาร์บนเกาะสุลาเวสี กล่าวว่า เขามาร่วมการชุมนุมเพราะกฎหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อตัวเขาในฐานะแรงงาน &amp;quot;ก่อนหน้านี้เราก็มีกฎข้อบังคับเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำอยู่แล้ว แต่บริษัทหลายแห่งก็ไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายฉบับใหม่ทลายกฎข้อบังคับเรื่องนี้ และบริษัทต่างๆ จะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องค่าแรงได้ตามอำเภอใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอินโดนีเซียยังใช้ช่องทางออนไลน์ต่อต้านกฎหมายนี้ และมีแฮ็กเกอร์โจมตีเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎรทำให้เข้าใช้งานไม่ได้ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น &amp;quot;สภาของคนขายชาติ&amp;quot; ในแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ &amp;quot;Tokopedia&amp;quot; ของอินโดนีเซีย ยังมีคนสร้างบัญชีใหม่แล้วประกาศขายรัฐสภาแห่งนี้ในราคาแค่เศษเงิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79915</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อจลาจล, อินโดนีเซียประท้วงกฎหมายแรงงาน, เผาป้อมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f7f49039b6b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
