<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ใจสลายรับเถ้ากระดูกลูกเผาผิดตัวลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63- จากกรณีที่ น.ส.กฤษณา ขวัญศรี อายุ 23 ปี คุณแม่ชาวจังหวัดชัยนาท ที่ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ก.ค. &amp;nbsp;แล้วลูกได้เสียชีวิตระหว่างทำคลอด ต่อมาช่วงสายวันที่ 1 ส.ค.63 &amp;nbsp;เธอและสามี จึงได้เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;เพราะติดใจการเสียชีวิตของลูก และขอให้ตำรวจส่งศพลูกไปสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต &amp;nbsp; แต่พอช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค.63 ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท จะไปรับศพที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร เพื่อนำส่งไปโรงพยาบาลตำรวจ &amp;nbsp; กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร &amp;nbsp; ว่าได้เกิดการสลับศพทารกขึ้น โดยได้มอบศพลูกชายของ น.ส.กฤษณา ไปให้กับบุคคลอื่น ที่มาขอรับศพทารกเพศชายเช่นเดียวกันและผู้ที่รับศพไปนั้น ก็ได้นำศพไปเผาที่วัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมืองชัยนาท แล้วสร้างความตกใจและเสียใจให้กับคุณแม่และคุณพ่อรายนี้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อช่วงเช้า น.ส.กฤษณา พร้อมกับ สามี &amp;nbsp;ได้เดินทางไปที่เมรุเผาศพ วัดศรีวิชัยวัฒนาราม อ.เมืองชัยนาท &amp;nbsp;เพื่อขอรับเถ้ากระดูกของลูกชายที่ถูกนำมาเผาผิดตัว &amp;nbsp;เพื่อกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านพักใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยมีพยาบาลตรวจการณ์ 1 คน &amp;nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร มาร่วมเป็นพยานในการรับเถ้ากระดูกครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp; โดยให้พระสงฆ์ มาทำพิธีบังสุกุล จากนั้นทั้งคู่ก็เรียกชื่อลูกชาย น้องไตเติ้ล และพาเถ้ากระดูกขึ้นรถกลับบ้าน &amp;nbsp;โดย น.ส.กฤษณา และ สามี บอกว่า เป็นความผิดพลาดของโรงพยาบาลที่ร้ายแรงมาก &amp;nbsp;จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด &amp;nbsp; ส่วนเถ้ากระดูกของลูกชาย เบื้องต้นจะนำกลับไปเก็บไว้ที่บ้านก่อน ส่วนจะมีพิธีบำเพ็ญกุศล &amp;nbsp;หรือ จะนำเถ้ากระดูก ส่งไปตรวจ DNA เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่าเป็นลูกชายของตน &amp;nbsp;ให้เป็นผลทางคดีความ หรือไม่นั้น ต้องรอปรึกษากับครอบครัวก่อน แต่จากการสอบถามสัปเหร่อ ก็มั่นใจว่า ศพที่นำมาเผา เป็นลูกชายของตนเองแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมเกียรติ น้อยยา อายุ 56 ปี สัปเหร่อวัดศรีวิชัยวัฒนาราม &amp;nbsp;กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 1 ส.ค.63 ได้รับแจ้งจากพระ ให้มาทำการเผาศพทารกจึงเดินทางมาเมรุเผาศพ ก็พบชายอายุ 37 ปี เดินทางมาพร้อมกับบุคคลอีก 5 คน ที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล &amp;nbsp;โดยมีศพทารก ห่ออยู่ในผ้าสีฟ้ามิดชิด บรรจุใส่โลงมา โดยไม่เห็นหน้าทารก &amp;nbsp;ต่อมาได้มีบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นหมอใหญ่ เดินทางมาสมทบ &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.00 น. ก็มีการทำพิธีเหมือนกับเผาศพทั่วไป มีพระสงฆ์มาสวดศพ &amp;nbsp; โดยที่ตนเองไม่ทราบว่ามีการสลับศพทารกเกิดขึ้น &amp;nbsp;มารู้อีกทีก็ในเช้าวันนี้ แต่ตนเองก็รู้สึกแปลกใจว่า เหตุใดคนที่มาร่วมเผาศพ กลับมีเพียงพ่อเด็กคนเดียว ไม่มีญาติคนอื่นๆ มาร่วม &amp;nbsp;แต่กลับมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและหมอมาร่วมเผาศพแทน &amp;nbsp; ตั้งแต่เป็นสัปเหร่อมา 10 กว่าปี &amp;nbsp;ก็ไม่เคยเห็นหมอพยาบาลมาร่วมเผาศพทารกเช่นนี้ &amp;nbsp;อีกทั้งชาย อายุ 37 ปี ที่ระบุว่าเป็นพ่อทารกที่นำมาเผา &amp;nbsp;ก็ไม่มีเอกสารเกี่ยวการตายของทารกมาให้ มีเพียงสำเนาบัตรประชาชนมาให้เพียงใบเดียวเท่านั้น. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73180</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันนิติเวช, สภ.ชัยนาท, เผาผิดตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f266b097fba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
