<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.1จ่อใช้ยาแรงกับพวกเผาไร่-นาในภาคเหนือ ส่วนกทม.เจอแน่!จำกัดการใช้รถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ว่า ปกติเรามีมาตรการสำคัญที่จะไปลดแหล่งกำเนิดฝุ่น สาเหตุหลักมาจากการคมนาคมขนส่ง การเผาในที่โล่งแจ้ง และการก่อสร้างอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการบังคับใช้กฎหมาย แต่ตนมองว่ายังเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในเชิงรับ เช่น เรื่องการจราจรที่มีการตรวจควันดำ รถที่ไม่ผ่านการตรวจจะถูกพ่นสีไม่ให้ใช้ สมมติว่ารถผ่านการตรวจเข้าไปในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของ กทม. เป็นจำนวนมากจนเกิดรถติด ต่อให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานยังเกิดปัญหา &amp;nbsp;PM 2.5 ได้อยู่ดี จึงคิดว่าในบางช่วงเวลาต้องจำกัดการใช้รถประเภทใดประเภทหนึ่งไม่ให้ผ่านเข้าไปในกทม. เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด พิจารณาความเหมาะสมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะใช้มาตรการเข้มข้นในเรื่องใดบ้าง รวมถึงจะต้องมีการตรวจตราสถานที่ก่อสร้าง ไม่ให้มีฝุ่นฟุ้ง อีกทั้งโรงงานอุตสาหกรรมต้องมีการป้องกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปตรวจตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนที่เป็นสาเหตุหลักในปัจจุบันคือ การเผาในที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น จ.ลำปาง มีการจุดไฟเผาจริง แต่ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกที่ จ.น่าน แพร่ และพะเยา จากการติดตามก็พยายามจับผู้ที่จุดไฟเผา แต่สิ่งที่ยากคือ การดับไฟ เพราะบางพื้นที่เข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่า มีฝุ่นมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้องมีการประสานเพื่อนบ้าน เบื้องต้นในส่วนของการดูแลประชาชน ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แจกหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนที่เจ็บป่วย ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีได้ดูแลประชาชนทั่วไป ที่ไม่มีความสามารถในการดูแลตัวเองได้ ซึ่งอาจจะต้องมีการจัดซื้อจัดหาเพื่อช่วยเหลือ พร้อมกับให้คำแนะนำการใช้ชีวิตเมื่อค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากนี้มาตราในพื้นที่จะต้องแรงขึ้น เพราะต้นกำเนิดมาจากคนในพื้นที่เป็นคนทำ แต่จะทำอย่างไรต้องขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ ที่ต้องรีบหามาตรการเอง แต่ละมาตรการต้องส่งผลกระทบต่อประชาชาชนให้น้อยที่สุด แทนที่จะปิดการจราจร ห้ามรถวิ่งผ่านเลย แม้ว่าจะทำได้ไม่ยาก แต่จะกระเทือนไปถึงระบบขนส่งโลจิสติกส์ทั้งหมด รวมถึงการดำรงชีวิตของประชาชน ดังนั้น จึงต้องใช้วิธีการเบี่ยงเส้นทาง ส่วนพื้นที่ใดที่มีปัญหามาก ก็ต้องจำกัดการใช้รถ แต่จะจำกัดรถประเภทใดก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55679</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำกัดการใช้รถ, บิ๊กป๊อก-อนุพงษ์, ฝุ่นเอ็มพี 2.5, มท.1, เผาไร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a1c8ec6f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งมหาดไทยคุมเข้มห้ามเผาไร่นา งัดไม้แข็งบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเป็นเยี่ยงอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63- &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง)กำชับขอให้ กระทรวงมหาดไทยโดยฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตรวจตราคุมเข้มเพื่อหยุดการเผาพืชไร่ในที่โล่งแจ้งให้ได้ หลังยังพบจุดความร้อนกระจายใน 5 จว.ภาคเหนือและยังมีการเผาไร่นาบริเวณปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษที่ยังค้างเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ ย้ำเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ต้องไม่ละเลยร่วมเฝ้าระวังและเข้มมาตรการควบคุม ควบคู่กับให้ความรู้และขอความร่วมมือประชาชนให้หยุดการเผาในที่โล่ง ย้ำหากยังฝ่าฝืน ต้องลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดเป็นเยี่ยงอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ขอให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าประจำจังหวัด ที่จัดตั้งขึ้นในทุกจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จ.ลำปาง แพร่ น่าน พะเยาและตาก รวมทั้งปทุมธานีและปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ ประสานทำงานร่วมกับจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มดำเนินการทั้งมาตรการเชิงรุกและรับ พร้อมขอให้กองทัพ สนับสนุนการเฝ้าตรวจทางอากาศและจัดกำลังภาคพื้นสนับสนุนการควบคุม สถานการณ์และแก้ปัญหาหมอกควันในแต่ละพื้นที่ให้กลับเป็นปกติโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55670</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, เผาไร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e059fb6d20bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
