<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน47จว.รับมือ พายุฤดูร้อนถล่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พายุฤดูร้อนถล่มแล้ว 49 จว.ในรอบสัปดาห์ บ้านเรือนราษฎรเสียหาย 8 พันกว่าหลัง กรมอุตุฯ เตือน 47 จังหวัดรับมือ &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เฝ้าระวัง 4 พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ชี้ปีนี้ฝนชุก ส.ค.-ก.ย. พายุ 2-3 ลูกเข้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิษณุโลก กาฬสินธุ์ ยโสธร เลย และสุรินทร์ รวม 7 อำเภอ 11 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 66 หลัง ส่วนในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 3-9 พ.ค.64 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ประสบวาตภัย 49 จังหวัด 175 อำเภอ 498 ตำบล 1,559 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 8,204 หลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. วันที่ 10&amp;nbsp; พ.ค. ดังนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36&amp;nbsp; องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี) อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศว่า ทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แม่น้ำสายหลัก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีน้ำน้อยถึงปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น และภาคใต้ มีน้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขง น้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มทรงตัว ปริมาณน้ำใช้การ แหล่งน้ำทุกขนาด 38,692 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (47%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,924 ล้าน ลบ.ม. (47%) เฝ้าระวังน้ำน้อย จำนวน 9 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 1 แห่ง (อ่างเก็บน้ำลำตะคอง และหนองปลาไหล) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณจังหวัดสระบุรี เชียงราย สุโขทัย และตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สภาพอากาศปีนี้คล้ายคลึงกับสถานการณ์ในปี 2551 ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศมีค่าสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะสูงกว่าค่าปกติมาก ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ก.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง ตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.-ก.ย.64 จะมีฝนตกชุกหนาแน่น ส่วนในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.64 มีโอกาสเกิดพายุเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย จำนวน 2-3 ลูก กอนช.ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย และมอบหมายหน่วยงานเตรียมความพร้อมโดยปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102339</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเรือนเสียหาย, ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ, ปีนี้ฝนชุก, พายุฤดูร้อน, พายุฤดูร้อนถล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097f9407da0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯลำปางขอประชาชนอย่าตื่นย้ำยังคงเข้มมาตรการเฝ้าระวังโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางยืนยันกับผู้สื่อข่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดลำปางว่า แม้ในขณะนี้ภาคเหนือซึ่งเป็นเพื่อนบ้านโดยรอบจังหวัดลำปางพบผู้ติดเชื้อโควิด แต่ต้องทำความเข้าใจและยืนยันก่อนว่าผู้ที่ติดนั้นมาจากต่างประเทศ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งในจังหวัดลำปางคณะกรรมการควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงวางมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นเดิม โดยเฉพาะการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานประกอบการ หรือ สถานที่ ที่ประชาชนเข้าไปใช้บริการเยอะๆ ก็ยังคงสุ่มออกตรวจและกำชับให้มีการเฝ้าระวังเข้มงวด คือต้องมีเจลแอลกอฮอล์ในการล้างมือ การวัดอุณหภูมิ และหากพบว่าผู้มาใช้บริการไม่สวมหน้ากากก็จะต้องจัดหาหน้ากากอนามัยให้สวมใส่ก่อนเข้าไปใช้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดได้สั่งพักสถานประกอบการ 2 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังแล้ว ส่วนพื้นที่ปิด หรือห้องประชุมที่ไม่มีอากาศถ่ายเท ก็ขอความร่วมมือให้สวมใส่หน้ากาก100% &amp;nbsp;ส่วนบริเวณพื้นที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกหรือที่โล่ง ก็อาจจะดูตามความเหมาะสม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดงานต่างๆ ต้องมีการแจ้งให้จังหวัดทราบ เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจสอบระบบการเฝ้าระวัง หากพบจุดบกพร่องก็จะได้แจ้งให้ดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขเพื่อตรวจสอบจำนวนหน้ากากอนามัยว่ายังมีเพียงพอเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานต่างๆ ที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ เพราะจากการสำรวจพบว่ามีประชาชนสวมหน้ากากอนามัยลดลงประมาณ 30% ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือไปในที่สาธารณะเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวในลำปางมีประมาณ 600 แห่งมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 2,000 คน ก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเยี่ยมพร้อมให้สำรวจว่ามีแรงงานต่างด้าวคนไหนที่ลาหยุดยาว หรือ สงสัยว่าจะหนีกลับบ้านหรือไม่ให้ทำการเข้มงวดตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นจึงอยากบอกกับประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าอย่าแตกตื่น เพราะจังหวัดลำปางยังคงมีความปลอดภัยและอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดลำปางในช่วงฤดูหนาวนี้ได้อย่างสบายใจ แค่เราสวมหน้ากากอนามัยให้ครบ100% เท่านั้นโอกาสติดก็แทบจะไม่มีเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85697</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, เฝ้าระวัง, แพร่ระบาด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc70c00478dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด40จุดพื้นที่เรดโซนโควิด-19ที่ใครไปมาต้องเฝ้าระวังตนเอง14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยสถานที่ชุมนุมชนที่มีการประกาศให้ผู้เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอาการตนเอง ซึ่งเป็นข้อมูล สรุป ณ วันที่ 24 มีนาคม 2563 เวลา 17:00 น. ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักอนามัย กทม. สามารถแจ้งสถานที่ที่ผู้เกี่ยวข้องต้องมีการเฝ้าระวังอาการตนเองต่อกรมควบคุมโรค เพื่อเพิ่มจำนวนสถานที่ฯได้ ผ่านทางสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) หรือสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่รับผิดชอบในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งสิ้น 40 จุด ใน 11 จังหวัด&amp;nbsp;ดูฉบับเต็มที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข, สถานที่ชุมนุมชน, เฝ้าระวัง, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aa86d05316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๋ง บิ๊กแอส-ธัญญ์ ธนากร&#039;รอลุ้นผลตรวจ&#039;โควิค-19&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีก 2 คนบันเทิง ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ หนุ่มแมทธิว ดีน ในช่วง 2-3 วัน ก่อนที่นักแสดงคนดังจะประกาศว่าตนเองนั้นได้ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 &amp;nbsp;จนทำให้ เจ๋ง บิ๊กแอส หรือ เดชา โคนาโล และ ธัญญ์ ธนากร เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิค-19 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ๋ง บิ๊กแอส ได้แจ้งว่า &amp;ldquo;เนื่องจากข่าวที่ออกมาว่าพี่เเมทธิวติดเชื้อโควิด-19 ผมเองก็ไปซ้อมมวยที่ค่ายมวยของพี่เเมทธิวครับ ตอนนี้ผมร่างกายปกติไม่มีไข้ยังไม่มีอาการผิดปกติอะไรครับ เเละกำลังไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ครับ ว่าติดเชื้อรึเปล่า เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ผมจะกักตัวเอง 14 วันครับ เเละถ้ามีความคืบหน้ายังไงผมจะรีบเเจ้งให้ทราบครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยวันนี้เจ้าตัวก็ได้เดินทางไปหาหมอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว &amp;ldquo;ก่อนอื่นเลยต้องขอบคุณทุกข้อความทุกกำลังใจที่ส่งมาให้กันนะครับ ตอนนี้กำลังไปหาหมอตรวจหาเชื้อโควิด-19 รอบแรกครับ เดี๋ยวจะรีบเเจ้งนะครับว่าผลตรวจเป็นไงบ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน ธัญญ์ ธนากร ได้แจ้งว่า &amp;ldquo;ผมซ้อมมวยอยู่ที่ค่ายมวยคงสิทธาครับ รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นทุกอย่าง พร้อมน้อมรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการกักตัว แล้วจะรีบไปตรวจร่างกายให้เร็วที่สุด แล้วจะมาแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบครับ แต่ขณะนี้ร่างกายผมแข็งแรงดี ขอบคุณทุกคนมากๆ นะครับที่เป็นห่วง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ไปตรวจหาโควิค-19 เช่นกัน &amp;ldquo;ผมได้มาตรวจโควิด-19 เรียบร้อยแล้วนะครับ ผลออกมายังไงจะรีบแจ้งให้ทุกคนทราบโดยด่วนเลยครับ ขอบคุณทุกกำลังใจจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนมากนะครับ ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับทุกคน รักและห่วงนะครับ โรคมันใกล้ตัวเรามากแล้วนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @jengkonalo @thun_tanakorn&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญญ์ ธนากร, เจ๋ง-เดชา โคนาโล, เฝ้าระวัง, แมทธิว ดีน, โควิค 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c91dfc9d89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศักดิ์สยาม”เข้มสั่ง ทอท.-สนามบินภูมิภาคทั่วประเทศเข้มรับผีน้อยกลับไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่จะมีกลุ่มผีน้อยจากประเทศเกาหลีกลับมาประเทศไทยเร็วๆนี้เนื่องจากมีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนานั้น ในเรื่องนี้ได้สั่งการให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) และสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ 28 แห่ง เข้มงวดในมาตรการพร้อมยกระดับการคัดกรองที่มาเดินทางเข้าออกสนามบินอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของผีน้อยที่จะมาจากเกาหลีนั้น ทางรัฐบาลไทยจะใช้มาตรฐานการคัดกรองเช่นเดียวกับกรณีเที่ยวบินที่มาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งเมื่อคัดกรองแล้วหากผู้โดยสารคนใดมีไข้สูงสุ่มเสี่ยงจะถูกส่งไปที่สถาบันบำราศนราดูร เพื่อทำการรักษาทันที ส่วนผู้โดยสารคนใดไม่มีอาการ ทางภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นตัวกลางในการจัดส่งผู้โดยสารคนดังกล่าวกลับไปยังภูมิลำเนาที่คนคนนั้นอยู่ เพื่อกักตัวตามมาตรฐาน ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะให้เจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ควบคุมและดูแลต่อไป ซึ่งมาตรการที่ทางกระทรวงคมนาคมดำเนินการต่างๆนั้นในวันพรุ่งนี้(4มี.ค.)จะรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางกระทรวงคมนาคมขณะนี้ได้มีการประสานงานกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ที่ประจำทุกสนามบินจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือ Emergency Operation Center (EOC) แล้ว รวมทั้งมีการประชุมในทุกวัน เวลา 10.00 น. เพื่อให้มีการประสานงานระหว่างกันรวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันในหลายๆหน่วยงานทั้ง ตม. ,ด่านควบคุมโรคฯ โดยให้ใช้ประโยชน์จากระบบการคัดกรองผู้โดยสารที่มีการส่งรายชื่อการเดินทางผู้โดยสารจากต้นทางมายังปลายทาง หรือที่เรียกว่า &amp;nbsp;APPS &amp;nbsp;เพื่อจะทำให้ระบบการคัดกรองได้ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรฐานในการคัดกรองจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เคยดำเนินการกับผู้โดยสารที่มาจากอู่ฮั่น ที่มีการคัดกรอง และแยกประเภทผู้โดยสารอย่างชัดเจน&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58754</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผีน้อย, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เฝ้าระวัง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e33af961a39f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ซีบอร์น’ขึ้นฝั่งภูเก็ต10ชม. เวสเตอร์ดัมพบป่วย20ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.จ่อยกระดับคัดกรองโควิด-19 &amp;quot;สิงคโปร์-ฮ่องกง&amp;quot; เฝ้าระวัง 6 จังหวัดเสี่ยง &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สั่งเข้มด่านทางบก-เรือ-อากาศรับผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัม กัมพูชาตรวจเข้มพบ 20 รายมีอาการป่วย ส่งตรวจหาโคโรนา อนุญาตขึ้นฝั่งวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 19 หรือโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันสะสมยังอยู่ที่ 33 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า เข้ารักษาวันแรกที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 25 ม.ค. รวมเป็นรักษาหาย 12 ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ. 21 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคทั้งหมด 823 ราย กลับบ้านแล้ว 673 ราย รักษาใน รพ. 150 ราย โดยรวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อทุกรายอาการดีขึ้น ส่วน 2 รายที่อาการหนักเมื่อแรกรับที่สถาบันบำราศฯ ขณะนี้ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญดูแลใกล้ชิด ส่วนคนไทยที่กลับมาจากอู่ฮั่น ขณะนี้เฝ้าระวังเป็นวันที่ 9 แล้ว ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ ส่วนคนที่ติดเชื้อ 1 ราย อาการปกติดี รอผลแล็บเป็นลบอีก 1 ครั้ง ก็ให้กลับบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคยังกล่าวถึงกรณีเรือสำราญเวสเตอร์ดัมที่ไปจอดเทียบท่าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้สั่งให้เตรียมวางแผนรองรับ โดยประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำชับให้เจ้าหน้าที่ด่านทุกช่องทางเข้า-ออก ทั้งบก เรือ อากาศ เตรียมการกรณีผู้โดยสารจากเรือดังกล่าวมาแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทย ตามมาตรการคัดกรองผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนในการดูแลคนไทยที่อยู่บนเรือทั้ง 21 คนด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตอนนี้เราอยู่ในช่วงแพร่โรควงจำกัดในประเทศ แม้จะไม่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว แต่ขยายวงเฝ้าระวังไปอีก โดยผู้ป่วยอาการหนัก จะเฝ้าระวังในผู้ป่วยปอดอักเสบจากไวรัสที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ทุกรายในจังหวัดเสี่ยง 6 จังหวัด คือ กทม. ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ และภูเก็ต เพื่อค้นเจอผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด และกลุ่มคนที่มีอาการน้อยด้วย จะดัดแปลงจากการตรวจคัดกรองไข้หวัดใหญ่มาใช้ตรวจโคโรนาด้วย เพื่อให้ตรวจเจอผู้ป่วยที่หลงเหลือได้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจากสถานการณ์ในจีนที่จะมีผู้ป่วยแบบก้าวกระโดดแล้ว ยังมีอีก 2 พื้นที่ คือสิงคโปร์และฮ่องกง ที่จำนวนผู้ป่วยในระยะหลังเป็นการแพร่ระบาดในวงจำกัด และมีการติดเชื้อในประเทศแน่ๆ โดยที่ไม่ได้มีการเดินทางไปต่างประเทศ และไม่รู้ว่าติดจากใคร ซึ่งกำลังติดตามสถานการณ์ 2 พื้นที่นี้อย่างใกล้ชิด หากเมื่อไรมีความจำเป็นต้องคัดกรองเฝ้าระวังผู้เดินทางจาก 2 พื้นที่นี้ จะยกระดับการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางของ 2 พื้นที่นี้ด้วย ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ต้องดูตัวเลขที่เขารายงาน และคาดเดาสถานการณ์จริงว่าน่าจะมีผู้ป่วยจริงเท่าไร และตัวเลขที่น่าจะส่งออกผู้เดินทางจะสูงแค่ไหน แล้วเอามาประมวลว่าเราจะยกระดับการเฝ้าระวังหรือไม่ ซึ่งทีมที่ด่านเริ่มตระหนักแล้วและคงตัดสินใจกับผู้บัญชาเหตุการณ์เร็วๆ นี้
ซีบอร์นต่างจากเวสเตอร์ดัม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การติดตามเรือโดยสารเวสเตอร์ดัม ซึ่งเดินทางไปยังประเทศกัมพูชานั้น กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้รายงานขั้นตอนในประเทศกัมพูชา มีดังนี้ 1.ให้เรือทิ้งสมอรอจนครบระยะเวลาเฝ้าระวัง 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2563 2.จัดทีมแพทย์ไปตรวจสุขภาพผู้โดยสารและลูกเรือก่อนจะพิจารณาอนุญาตให้ลงจากเรือ 3.จัดให้สายการบินมารับผู้โดยสารเดินทางไปยังสนามบินโดยตรงและยกเว้นวีซ่าทุกคน 4.เมื่อผู้โดยสารขึ้นหมด เรือจะทำความสะอาด ก่อนออกเดินทางไปเมืองท่าต่อไปในวันที่ 17 ก.พ.2563 ทั้งนี้ มีผู้โดยสารที่เป็นคนไทย 21 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลียังกล่าวกรณีที่เรือสำราญ Seabourn Ovation ซึ่งเดินทางมาจากเมืองท่าลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ตว่า เป็นเรือที่มีเส้นทางการเดินเรือปกติที่กำหนดผ่านจังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดแวะพักประมาณ 10 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือเป็นชาวยุโรป ที่ผ่านมาเรือลำนี้ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่าที่ฮ่องกง เวียดนาม แหลมฉบัง เกาะกูด กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี ขณะที่แพทย์ประจำเรือได้แจ้งมาว่า ไม่มีผู้ป่วยใดเข้าเกณฑ์ตามนิยาม รวมถึงสามารถติดตามผู้โดยสารและลูกเรือทุกราย เนื่องจากเป็นเพียงจุดแวะพัก 10 ชั่วโมงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการห้ามการเดินทางหรือห้ามชาติใดชาติหนึ่งเข้าประเทศ อีกทั้งไทยยังมีมาตรการควบคุมโรค ซึ่งคำนึงถึงความมั่นใจและปลอดภัยของคนไทยเป็นลำดับแรก แต่เรือลำนี้จะต่างจากการขอเทียบท่าของเรือเวสเตอร์ดัม เพราะเรือเวสเตอร์ดัมเป็นการขอจอดเรือฉุกเฉินนอกเหนือเส้นทางเดินเรือ และได้ถูกปฏิเสธการเทียบท่าจากไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อีกทั้งยังเป็นการจอดเทียบท่าเพื่อกระจายผู้โดยสารออกเส้นทางอื่น เช่นโดยสารทางเครื่องบินกลับประเทศ&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากกองทัพเรือ ภายหลังชาวเน็ตถามหามาตรฐานและความชัดเจน กรณีให้เรือซีบอร์นเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ทำให้แฮชแท็ก #seabournovation เป็นเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์ ในขณะที่ไม่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเทียบท่าว่า เนื่องจากเรือทั้ง 2 ลำมีความแตกต่างกัน โดยเรือสำราญเวสเตอร์ดัมไม่มีแผนที่จะมาจอดในประเทศไทย แต่จะมาขอจอดฉุกเฉิน และมีคนจีนอาศัยมาด้วยจำนวน 21 คน และมีแผนจะใช้ไทยเป็นจุดหมายให้คนที่อยู่บนเรือกลับประเทศ โดยการกระจายไปสนามบินต่างๆ กองทัพเรือประเมินสถานการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 อีกทั้งในหลายประเทศ ทั้งไต้หวัน ญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่าเช่นเดียวกัน ในขณะที่เรือซีบอร์นนั้น มีแผนจะมาจอดประเทศไทย 10 ชั่วโมงอยู่แล้ว อีกทั้งผู้โดยสารทั้งหมดเป็นชาวยุโรป ไม่มีคนเอเชีย และไม่มีผู้ป่วยโรคโควิด-19
ตรวจเข้มพบป่วย 20 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเข้าเทียบท่าที่จังหวัดพระสีหนุของกัมพูชาแล้วในวันเดียวกันนี้ แต่ผู้โดยสารและลูกเรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือจนกว่าจะถึงวันศุกร์ เรือลำนี้มีผู้โดยสารหลากหลายสัญชาติ 1,455 คน และมีลูกเรือ 802 คน ทั้งนี้รัฐบาลกัมพูชาของนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับจีน ยินยอมอนุญาตให้เวสเตอร์ดัมเทียบท่าที่จังหวัดพระสีหนุโดยเรือทอดสมอนอกชายฝั่งช่วงเช้าวันพฤหัสบดีและเข้าเทียบท่าในช่วงเย็น เพื่อให้แพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขึ้นตรวจร่างกายและเก็บตัวอย่างของเหลวจากผู้โดยสารหาสัญญาณว่ามีผู้ป่วยหรือผู้ที่แสดงอาการคล้ายไข้หวัดหรือไม่ โดยพบคนบนเรือ 20 รายมีอาการป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุน จันทอล รัฐมนตรีคมนาคมของกัมพูชา กล่าวว่า ตัวอย่างของเหลวของคน 20 คนนี้ถูกส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังสถาบันปาสเตอร์ในกรุงพนมเปญ เพื่อตรวจหาไวรัสโควิด-19 แต่ &amp;quot;อันที่จริงพวกเขาไม่มีอาการของโควิด-19 เราแค่ต้องการให้แน่ใจว่าทุกอย่างโอเค&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือสำราญลำนี้ดำเนินการโดยบริษัทฮอลแลนด์อเมริกาไลน์และบริษัทคาร์นิวัลคอร์ปจากรัฐไมอามี ผู้ดำเนินกิจการเรือเตรียมจัดเที่ยวบินเหมาลำส่งผู้โดยสารกลับประเทศของตน เดิมทีนั้นวินเซนต์ สมิต กัปตันเรือแจ้งผู้โดยสารผ่านทางจดหมายว่าบางคนจะสามารถออกจากกัมพูชาได้ในวันศุกร์ แต่ต่อมาเขาแจ้งว่าอาจมีความล่าช้ากว่านั้นเนื่องจากการลงจากเรือต้องได้รับการอนุญาตจากทางการกัมพูชาและต้องรอการสนับสนุนจากองค์กรและเจ้าหน้าที่ทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กัมพูชาในจังหวัดพระสีหนุบอกกับนักข่าวว่า เครื่องบินเหมาลำที่จะนำคนบนเรือจากจังหวัดเมืองท่าแห่งนี้ไปกรุงพนมเปญนั้นยังไม่พร้อม การขึ้นฝั่งจึงต้องรอเป็นวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของกัมพูชาได้รับคำชมเชยจากทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ที่ยกย่องว่ากัมพูชาเป็นตัวอย่างของความสามัคคีระหว่างประเทศตามที่ดับเบิลยูเอชโอเรียกร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของหลายประเทศไม่อนุญาตให้เวสเตอร์ดัมขึ้นฝั่ง เนื่องจากเห็นตัวอย่างจากเรือไดมอนด์ปรินเซส ซึ่งดำเนินการโดยคาร์นิวัลคอร์ปเช่นกัน เรือสำราญที่มีผู้โดยสารและลูกเรือ 3,700 คนลำนี้ถูกกักกันไว้นอกชายฝั่งโยโกฮามา โดยในวันพฤหัสบดี ทางการญี่ปุ่นแถลงว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่บนเรือลำนี้เพิ่มอีก 44 ราย ทำให้จำนวนรวมเพิ่มเป็น 218 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ คัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีสาธารณสุขของญี่ปุ่น แถลงว่า ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกในประเทศ เป็นหญิงชราวัย 80 ปีเศษที่ผลตรวจเชื้อยืนยันว่าติดไวรัสปอดอักเสบชนิดนี้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากไวรัสหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตในจีนตามคำแถลงของทางการจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์นั้น เพิ่มเป็น 1,367 รายแล้ว และติดเชื้ออีกเกือบ 60,000 คน โดยเป็นยอดการเสียชีวิตและติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในวันเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมณฑลหูเป่ย์กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตในมณฑลนี้อีก 242 รายเมื่อวันพุธ ยอดรวมผู้เสียชีวิตเฉพาะที่หูเป่ย์อยู่ที่ 1,310 ราย ยอดเสียชีวิตภายในวันเดียวที่มากที่สุดก่อนหน้านี้คือ 103 รายเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่หูเป่ย์เมื่อวันพุธมี 14,840 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดเมื่อเดือนธันวาคม ภายนอกหูเป่ย์ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 12 ราย แต่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเป็นวันที่ 9 ติดต่อกันแล้ว โดยอยู่ที่ 312 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57144</URL_LINK>
                <HASHTAG>seabournovation, กระทรวงสาธารณสุข, กัมพูชา, จังหวัดพระสีหนุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวัง, เรือเวสเตอร์ดัม, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455e1ec18ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นจิ๋วคลุมสงขลา ควันไฟจากอินโดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เฝ้าระวังสงขลาและหลายจังหวัดในภาคใต้ ค่าฝุ่นละอองจิ๋วเริ่มสูงเกินมาตรฐานเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นายกประมงเตือนเรือที่ออกหาปลาต้องระมัดระวังในการเดินเรือ ใช้ไฟสัญญาณให้ถูกต้องลดอุบัติเหตุ เผยฝุ่นควันลอยมาจากประเทศเพื่อนบ้าน สาธารณสุขสั่งกรมควบคุมโรคดูแลให้คำแนะนำประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย เด็กและคนชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 8 กันยายนนี้ ในพื้นที่เมืองสงขลามีหมอกควันปกคลุมทั้งในทะเลและในตัวเมืองสงขลา โดยเฉพาะในทะเล เรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือ เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำมาก ในขณะเดียวกันในตัวเมืองสงขลาก็ปกคลุมไปด้วยหมอกควันเช่นเดียวกัน รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณชายหาดสมิหลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของสงขลา หมอกควันได้ปกคลุมทะเลจนบดบังเกาะหนูเกาะแมว เห็นแต่ทะเลขาวโพลนไปหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา ฝากเตือนชาวประมงว่า ในช่วงนี้จังหวัดสงขลามีหมอกควันปกคลุม เรือประมงและเรือพาณิชย์ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง โดยเฉพาะเรือประมงที่ออกทำการประมงกลางทะเลในช่วงเย็นและกลับเข้าฝั่งในช่วงเช้า ควรที่จะต้องตรวจสอบสปอตไลต์ส่องทางและตรวจสอบไฟสัญญาณเรือต่างๆ ให้พร้อม ขณะที่การทำประมงในทะเลช่วงกลางคืน ซึ่งมีหมอกลงจัด ก็ขอให้เปิดไฟสัญญาณเรือตลอดเวลา และใช้สปอตไต์ส่องเมื่อได้ยินเสียงเรือผ่านมา เพื่อส่งสัญญาณให้เรือที่วิ่งผ่านไปทราบตำแหน่งที่เราทำการประมงจับปลาอยู่ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเรือชนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตัวเมืองสงขลาจะมีฝนตกเป็นบางช่วง ช่วยเจือจางฝุ่นละอองให้เบาบางลง กระทั่งก็ยังมีหมอกควันปกคลุมไปทั่วเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ เป็นที่คาดว่าหมอกควันดังกล่าวเกิดจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ที่ลมพัดหมอกควันเข้ามายังภาคใต้ของไทยเป็นประจำทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 จ.สงขลา รายงานว่า สถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว โดยพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง วัดเมื่อเวลา 09.00 น. มีค่า 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ประชาชนโดยทั่วไปควรระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมการแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมควบคุมมลพิษรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) พื้นที่ภาคใต้ ประจำวันที่ 8 กันยายน 2562 ณ เวลา 09.00 น. พบปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 16-52 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในช่วงนี้พบจุดความร้อนและกลุ่มควันบริเวณเกาะสุมาตราและบอร์เนียวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้รับอิทธิพลจากลมทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดผ่านเกาะสุมาตรา จึงส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจนบางพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์ ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศเพิ่มเติมได้ที่ http://air4thai.pcd.go.th/webV2/ แอปพลิเคชัน Air4Thai และข้อมูลจุดความร้อน http://asmc.asean.org/home/
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า นอกจากสงขลาที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินมาตรฐาน อีกจังหวัดที่ต้องจับตาคือสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงกรณีพื้นที่ภาคใต้ของไทยเริ่มมีฝุ่นละอองขนาดเล็กจากปัญหาหมอกควันที่เกิดในประเทศเพื่อนบ้าน ว่า แม้สถานการณ์คุณภาพอากาศจะยังอยู่ในระดับปกติถึงปานกลาง ซึ่งประชาชนอาจยังไม่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพโดยตรง แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำชับกรมควบคุมโรคติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมให้ความรู้ในการป้องกันตนเองกับประชาชนในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45283</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, จังหวัดในภาคใต้, ฝุ่นจิ๋ว, ฝุ่นละอองจิ๋ว, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d7503ba979db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
