<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฝ้าระวังไทยขาดแคลนสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เป็นที่ทราบกันดีว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเวลานี้มีความเปราะบางอย่างมากจากวิกฤติการระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ก็เจอการระบาดของเชื้อไวรัสร้ายอย่างหนัก ทั้งอินโดนีเชีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ รวมถึงเวียดนาม ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่หลักพันถึงหลักหมื่น ไม่นับรวมเมียนมา ซึ่งไม่มีตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้ชัดเจนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนในเวลานี้กลายเป็นฮอตสปอต หรือศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่ของโลก ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับกลุ่มประเทศในแถบยุโรป หรืออเมริกา ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการระบาดที่ตัวเลขดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาหลักๆ ที่ทำให้เกือบทุกประเทศอาเซียนเจอปัญหาแบบเดียวกันคือ ความประมาทในการบริหารจัดการ ยกตัวอย่างเคสไทยกับเวียดนาม ถือเป็นประเทศที่คุมโควิดดีมาตลอด จึงทำให้ประมาท และวางแผนไม่ทันกับไวรัสที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันในเรื่องของการบริหารจัดการวัคซีนก็ดูเหมือนจะเป็นปัญหา ส่วนหนึ่งเพราะวางแผนในการสั่งซื้อผิด ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกมายอมรับแล้ว และอีกส่วน คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางวัคซีน ที่ประเทศกลุ่มกำลังพัฒนามีปัญหาในการหาซื้อวัคซีนได้ยาก เนื่องจากถูกกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อกวาดเก็บไปหมด แต่ยังไม่นับรวมกับปัญหาการล่มสลายของระบบสาธารณสุขในประเทศ ที่ส่งผลต่อการรองรับการรักษาผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรวมๆ กัน ส่งให้ประเทศในย่านอาเซียนกลายเป็นผู้ป่วยอาการหนัก ที่เรียกว่าเข้าขั้นไอซียู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนการระบาดในครั้งนี้ย่อมส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีมาตรการขอความร่วมมือในการงดออกจากบ้าน ก็ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจตกวูบได้รับผลกระทบ ซึ่งในเวลานี้หลายสำนักก็ประเมินว่า จีดีพีไทยอาจจะโตแค่ระดับ 1% หรือต่ำกว่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะจากสถานการณ์ล่าสุดยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า การระบาดของโควิดระลอกนี้จะไปจบที่ตรงไหน แต่ที่แน่ๆ ในช่วงไตรมาส 2-3 นี้ จนถึงปลาย ก.ย. น่าจะเป็นช่วงที่ยังไม่น่าจะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้ ซึ่งกระทรวงการคลังก็ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.3% แต่ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวติดลบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจในปี 2564 ยังมีปัจจัยบวกจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยในเดือน พ.ค.ขยายตัวได้มากกว่า 40% ทำให้คาดว่าทั้งปีการส่งออกจะขยายตัวได้มากกว่า 10% ก็จะช่วยชดเชยกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการบริโภคภายในประเทศได้บางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งชัดเจนว่าการส่งออกเป็นเครื่องยนต์เดียวที่พอจะประคองเศรษฐกิจได้ แต่ถึงกระนั้นก็มีสิ่งที่น่ากังวล เพราะเจ้าเชื้อโควิด-19 ดันไประบาดในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะโรงงาน ซึ่งนี่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการส่งออกและการหารายได้ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.มีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันยังคงอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยกว่า 14,000 คน และมีการพบคลัสเตอร์ใหม่ๆ ในโรงงานมากขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวไม่คลี่คลายและขยายวงกว้างไปจนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 อาจส่งผลให้ไทยมีโอกาสเผชิญกับภาวะห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก (Supply Side Disruptions) และนำมาซึ่งการขาดแคลนสินค้าอุปโภคและบริโภคภายในประเทศบางรายการได้ และจะสะท้อนไปถึงผลกระทบต่อภาคการส่งออกตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อโรงงานเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ หากการระบาดในคลัสเตอร์โรงงานกระจายไปทั่วประเทศ และยังคุมการระบาดได้ไม่ดี บอกเลยว่างานนี้เรื่องใหญ่แน่นอน และจะกระทบไปยังเศรษฐกิจอื่นๆ เป็นลูกโซ่ด้วย โดยเฉพาะการส่งออกที่เป็นความหวังของเรา.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, เฝ้าระวังไทยขาดแคลนสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
