<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิดไทยมาถูกทางหรือยัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;เพจ Street Hero Project ได้โพสต์ในเนื้อหาปักหมุดในหัวข้อ &amp;ldquo;#เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด &amp;nbsp;ไทยเรามาถูกทางแล้วหรือยัง ?&amp;rdquo; ระบุว่า ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า วัคซีนโควิดต้องฉีดทุกปีเหมือนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ วัคซีนโควิดที่ผลิตมามีอายุการใช้งานอยู่ราวประมาณ 6 เดือน - 1 ปี วัคซีนโควิดเป็นที่ต้องการทั้งโลกแต่โรงงานที่พร้อมผลิตมีไม่เยอะ และวัคซีนโควิดทุกยี่ห้อยังไม่มีที่ไหนผ่านการทดลอง 100 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้เรามาดูกันว่าวัคซีนที่เมืองนอกได้ฉีดแล้วมีอยู่ 3 ยี่ห้อ คือ ไฟเซอร์ โมเดอร์นา และแอสตราเซนนิกา ในเมกาและยุโรป &amp;nbsp;และมีอีก 3 ยี่ห้อ ในจีนและรัสเซีย ไทยเลือกทำสัญญากับทางบริษัทแอสตราเซนนิกาเป็นหลักมีสัญญาการสั่งซื้อเบื้องต้น 26 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ด้านคุณภาพ
วัคซีนทุกยี่ห้อยังอยู่ในช่วงการทดลอง และอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ยังไม่มีที่ไหนสมบูรณ์และได้อนุมัติให้ใช้ตามปกติ ที่ฉีดๆกันอยู่จึงมีความเสี่ยงพอๆกัน แต่ทั้ง 3 ยี่ห้อนี้ ถือว่าผ่านการทดลองขั้น 3 แล้วเหมือนกันถือว่ามีความปลอดภัยพอสมควร ประสิทธิภาพเกิน 90%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ด้านราคา
วัคซีนของแอสตราเซนนิกา หรือ AZD1222 ซึ่งต้องใช้ 2 โดสมีราคาอยู่ที่ประมาณ 3-4 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 90-120 บาท) ต่อโดสเท่านั้น ทั้งนี้ ราคาอาจสูง 150-170 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับวัคซีนอีกสองตัว พบว่าราคาต่ำกว่าวัคซีนของไฟเซอร์ (600 บาทต่อโดส) และโมเดอร์นา (970-1,120 บาทต่อโดส) อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ด้านการจัดเก็บ ขนส่ง และกระจายวัคซีนโควิด
ไฟเซอร์จัดเก็บที่อุณหภูมิ -80 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
โมเดอร์นาจัดเก็บที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส
แอสตราเซเนกาจัดเก็บที่ 2-8 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราเลือกไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา เราจะต้องซื้อตู้เย็นที่ทำอุณหภูมิติดลบได้ขนาดนั้น ตู้หนึ่งก็หลักแสนแล้วต้องซื้อกี่ชุดกระจายทั่วประเทศ ใช้งบอีกเท่าไหร่ที่สำคัญจะมีของไหม ดังนั้นการเลือกเอสตร้าเซนนิก้าจึงเหมาะสมกับประเทศไทยทั้งด้านคุณภาพ ราคา และการจัดเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#แต่สิ่งที่โคตรวิเศษ คือ ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกให้โรงงานของ บ. สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นเพียงไม่กี่โรงงานในโลกที่พร้อมผลิตวัคซีนให้คนไทยรวมถึงคนทั่วโลกได้ใช้ในภาวะวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเอเชียเอสตร้าเซนนิก้าเลือกโรงงานที่อินเดีย และไทย ผลิตวัคซีนโควิดตัวนี้​และไทยรับผิดชอบผลิตให้ในกลุ่มประเทศอาเซียน ดังนั้นในระยะยาวจึงเป็นผลดีต่อคนไทยอย่างมากทั้งในแง่การผลิต หรือวิจัยและพัฒนา
ต้องขอขอบคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 และ 10 ที่ก่อตั้งและสานต่อให้ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เป็นเพียงไม่กี่โรงงานที่ช่วยกันผลิตวัคซีนโควิดออกมาให้ประชาชนในโลกได้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Ref. https://www.webmd.com/.../closer-look-at-three-covid-19...
https://www.gov.uk/.../regulatory-approval-of-pfizer...
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88943</URL_LINK>
                <HASHTAG>Street Hero Project, วัคซีนโควิด, เพจ, เรื่องน่ารู้, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff50c9d033b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 07:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิวยอร์ก&#039;ติดไวรัสนรกพุ่งเกือบ23%มากสุดในแดนมะกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;เพจ Royal Thai Consulate General NY ซึ่งเป็นเพจของสถานกงสุลใหญ่ไทยประจำนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในนิวยอร์กมีเนื้อหาว่า สกญ. ณ นครนิวยอร์ก ขอเรียนรายงานพัฒนาการล่าสุดของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ในรัฐและนครนิวยอร์ก (วันที่ 24 มี.ค. 2563 เวลา 16.00 น. ของสหรัฐฯ) ตามที่ประมวลจากแหล่งข่าวต่าง ๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแถลงข่าวของนาย Andrew Cuomo ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1.1 นับจนถึง 24 มี.ค. 2563 เวลา 11.00 น. (เวลาสหรัฐฯ) ระบุว่า รัฐ/ นครนิวยอร์ก พบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 25,665 (เพิ่มขึ้นจากวันก่อน ร้อยละ 22.95) ซึ่งสูงที่สุดในสหรัฐฯ เสียชีวิตจำนวน 210 คน โดยแบ่งเป็นในรัฐนิวยอร์ก จำนวน 10,761 คน และนครนิวยอร์ก จำนวน 14,904 คน โดยผู้ติดเชื้อจำนวน 3,234 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล คิดเป็นร้อยละ 12.60 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด และในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยวิกฤตในห้องฉุกเฉิน จำนวน 761 คน คิดเป็นร้อยละ 23.53 ของผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด ขณะนี้ มีผู้เข้ารับการตรวจทดสอบการติดเชื้อแล้ว จำนวน 91,269 คน ซึ่งมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยพื้นที่ที่สูงที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ นครนิวยอร์ก จำนวน 38,390 คน เขต Westchester County จำนวน 17,966 คน และเขต Nassau County จำนวน 8,487 คน ทั้งนี้ นาย Cuomo แจ้งว่ามีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 เท่าทุก 3 วัน โดยความท้าทายหลักคือไม่รู้ว่าอัตราการเพิ่มสูงสุดจะเป็นเมื่อใด (แต่น่าจะอยู่ในช่วง 14-21 วันหลังจากนี้) และโรงพยาบาลทั่วรัฐนิวยอร์กจะมีขีดความสามารถเพียงพอในการรองรับผู้ป่วยหรือไม่ ซึ่งจากประมาณการล่าสุดพบว่า รัฐนิวยอร์กต้องการ (1) เตียงผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 140,000 เตียง และเตียงผู้ป่วยวิกฤตเพิ่มอีก 40,000 เตียง (2) เครื่องช่วยหายใจเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30,000 เครื่อง (จากเดิม 3,000 &amp;ndash; 4,000 เครื่อง) แต่จัดหาได้เพียง 7,000 เครื่อง และ (3) บุคลากรการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ลดการเพิ่มขึ้นของการแพร่ระบาด &amp;ndash; (1) การสั่งปิดธุรกิจประเภท &amp;lsquo;non-essential services&amp;rsquo; (2) การลดความหนาแน่นในถนนสาธารณะ (3) การเพิ่มการทดสอบผู้ติดเชื้อ ซึ่งรัฐนิวยอร์กมีจำนวนการทดสอบรวมมากที่สุดในสหรัฐฯ และมีอัตราการทดสอบต่อหัวประชากร (testing per capita) สูงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 พยายามหาวิธีรักษาทางยา โดยการใช้ยา Hydroxychloroquine และ Zithromax เก็บตัวอย่างพลาสมาของผู้ติดเชื้อ และการทดสอบภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อที่หายดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.4 เรียกร้องให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เร่งจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น อาทิ เครื่องช่วยหายใจ ตามความเร่งด่วนและจำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละรัฐ/ พื้นที่โดยเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.5 วิจารณ์ความเห็น ปธน. ทรัมป์ที่ว่า ตนสามารถเปิดระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้อีกครั้ง ขณะที่ยังคงเฝ้าจับตามองกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยง อาทิ กลุ่มผู้สูงวัย โดยนาย Cuomo เห็นว่าไม่สามารถปล่อยชีวิตคนให้สูญเปล่า และจะไม่เสี่ยงชีวิตคนเพื่อแลกเงิน ทั้งนี้ การช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด และสามารถมีกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการให้ประชาชนกลับไปสู่ภาวะทำงานตามปกติได้ รวมทั้งตำหนิ Federal Emergency Management Agency ที่จัดสรรเครื่องช่วยหายใจให้กับรัฐนิวยอร์กเพียง 4,000 เครื่อง ทั้ง ๆ ที่รัฐต้องการ 30,000 เครื่อง และปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 25,655 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในเขตอาณา สกญ. พบผู้ติดเชื้อในรัฐต่าง ๆ (สถานะ 24 มี.ค. 2563 เวลา 16.00 น. ของสหรัฐฯ) ดังนี้&amp;nbsp;2.1 รัฐคอนเนตติคัท พบผู้ติดเชื้อ 415 คน เสียชีวิต 10 คน 2.2 รัฐเมน พบผู้ติดเชื้อ 118 คน 2.3 รัฐแมสซาชูเซตส์ พบผู้ติดเชื้อ 1,159 คน เสียชีวิต 11 คน 2.4 รัฐโอไฮโอ พบผู้ติดเชื้อ 564 คน เสียชีวิต 8 คน 2.5 รัฐนิวแฮมป์เชียร์ พบผู้ติดเชื้อ 101 คน เสียชีวิต 1 คน 2.6 รัฐนิวเจอร์ซีย์ พบผู้ติดเชื้อ -3,675 คน เสียชีวิต 44 คน 2.7 รัฐเพนซิลเวเนีย พบผู้ติดเชื้อ 851 คน เสียชีวิต 7 คน 2.8 รัฐโรดไอแลนด์ พบผู้ติดเชื้อ 106 คน และ 2.9 รัฐเวอร์มอนต์ พบผู้ติดเชื้อ 95 คน เสียชีวิต 5 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60806</URL_LINK>
                <HASHTAG>Royal Thai Consulate General NY, นิวยอร์ก, สถานกงสุลใหญ่ไทยประจำนครนิวยอร์ก, สถานการณ์โควิด-19, สหรัฐอเมริกา, เพจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aa4d959da7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเด็กจตุพรเปิดจุดขายพรรคใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย ได้เปิดเผยผ่านเพจของพรรคสามัคคีไทย ว่า ตามที่พรรคสามัคคีไทยได้ยื่นจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง ต่อ กกต. เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 โดยมี 1.นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ 2.ดร.รยุศด์ บุญทัน 3.นายณพล ชยานนท์ภักดี 4.นายรวิโชติ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ 5.นายฟารูก พีรูซอะลี 6.นายวิษณุ ดันนอก และ7.นายอลงกรณ์ สังข์สิงห์ เป็นผู้ร่วมจัดตั้งแล้วนั้น การขับเคลื่อนแนวทางของพรรคต่อจากนี้ พรรคยังต้องการเพื่อนร่วมทางอีกจำนวนมากที่มีหัวใจรักบ้านเมืองรักความสามัคคี และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง มาร่วมเดินทางไปด้วยกัน ภายใต้สโลแกน #รวมพลคนอยากเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวต่อถึง แนวทาง 3 เปลี่ยน ของพรรคสามัคคีไทย ที่จะใช้เป็นจุดขาย ดึงดูด คนมาร่วมงานกับพรรคฯ ได้แก่ 1.เปลี่ยนความเห็นต่างเป็นความร่วมมือ &amp;nbsp;เน้นการสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ เคารพทุกความเห็นต่าง และทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นร่วมกันของทุกฝ่ายในการขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศให้ก้าวไปสู่ความทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เปลี่ยนเวทีเเบบเดิม เปิดเวทีให้คนใหม่ เน้นการเปิดพื้นที่ให้คนใหม่ๆ เก่ง และคิดดีต่อบ้านเมือง ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง จากทุกสาขาอาชีพเข้ามาร่วมงานและร่วมเเสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้หลักการ และนโยบายใหม่ๆ เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ทางการเมืองเปลี่ยนจากเดิม แต่ยังคงยึดมั่นในระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เปลี่ยนให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดนโยบาย หมดเวลาของนักการเมืองเป็นผู้กำหนด โดยเราจะเน้นการสร้างความเท่าเทียม ให้ประชาชนทุกภูมิภาคมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายจากล่างขึ้นบน พร้อมขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้ประเทศก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและก้าวทันโลกไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์กล่าวว่า การเมืองอย่ากลัวคนเก่งกว่า เรามั่นใจว่ายังมีคนเก่งอีกมากที่แม้จะไม่มีชื่อเสียง แต่คิดดีอยากทำงานให้บ้านเมือง และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เรารอทุกท่านอยู่ครับ ติดต่อมาที่เพจของเราได้ที่เพจสามัคคีไทย &amp;nbsp; https://www.facebook.com/ThaiunityTU/ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.รยุศด์ บุญทัน, พรรคสามัคคีไทย, พรรคเพื่อชาติ, เพจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4c8e809d61a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จีน&#039;แจงผู้ป่วยไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่อาการไม่หนัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 &amp;ndash; เพจเฟซบุ๊ก China Xinhua News ได้รายงานในหัวข้อ &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่จีนเผย ผู้ป่วยโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่วนใหญ่ &amp;lsquo;อาการไม่หนัก&amp;rsquo;&amp;rdquo; ระบุว่า เมื่อวันอังคาร (4 ก.พ.) เจียวหย่าฮุย เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงข่าวว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ส่วนใหญ่มีอาการไม่ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจียวขอร้องให้ประชาชนอย่าเข้าใจผิดคิดว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทุกคนต้องมีอาการรุนแรง แม้ว่าการแถลงข่าวในวันอังคารจะกล่าวถึงสถานการณ์ของผู้ป่วยรุนแรงเป็นส่วนใหญ่ พร้อมขอร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่าจีนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเข้มงวด โดยได้ตรวจหาผู้ป่วยต้องสงสัยในระยะแรกตามหลายสถานที่ เช่น สนามบิน และสถานีขนส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนได้ออกนโยบายรักษาทางการแพทย์หลายอย่าง เช่น การย้ายผู้ป่วยต้องสงสัยไปยังโรงพยาบาลที่กำหนด เพื่อกักกันและรักษาผู้ป่วยโดยเร็วที่สุดทันทีที่ตรวจพบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจียวเสริมว่าผู้ป่วยที่มีอาการหนักจะได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ เจียวระบุว่าหน่วยงานสาธารณสุขจีนมุ่งมั่นทำงานเพื่อพลิกสถานการณ์โรคระบาดให้ดีขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56329</URL_LINK>
                <HASHTAG>China Xinhua News, ผู้ป่วยโคโรนาสายพันธุ์ใหม่, อาการไม่หนัก, เจ้าหน้าที่จีน, เพจ, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a28ebae487.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนทุ่มเหยียบ2หมื่นล้านบาทสู้ไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 &amp;ndash; เพจ China Xinhua News โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กเพจในหัวข้อ &amp;ldquo;คลังจีนอัดฉีดเงินกว่า 4 พันล้านหยวน สู้ศึกไวรัสโคโรนาทั่วประเทศ&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ (28 ม.ค.) กระทรวงการคลังของจีนจัดสรรงบประมาณ 4.4 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.95 หมื่นล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ว่างบประมาณข้างต้นครอบคลุมกองทุนเพิ่มเติมอีก 500 ล้านหยวน (ประมาณ 2.22 พันล้านบาท) สำหรับมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงฯ จัดสรรงบประมาณแก่หูเป่ยแล้ว 1 พันล้านหยวน (ประมาณ 4.44 พันล้านบาท) เมื่อวันพฤหัสบดี (23 ม.ค.) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายในพื้นที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55781</URL_LINK>
                <HASHTAG>China Xinhua News, จีน, เพจ, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3114293df7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บจิ๊ด!สาวกทักษิณซัดอย่ายก&#039;ธนาธร&#039;มาเทียบเพราะคนละชั้นกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.2562 - เฟซบุ๊กปีใหม่ ศิริเทพ ซึ่งเป็นสาวกของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้โพสต์สั้นๆ ได้ใจความว่า &amp;nbsp;เห็นเพื่อนโพสต์เปรียบเทียบทักษิณ &amp;amp; ธนาธร ประมาณว่า สมัยก่อนทักษิณต้องสู้กับพวกด็อกเตอร์อย่าง ดร.เจิมศักดิ์ ซึ่งยังมีความรู้ มีความเป็นนักวิชาการบ้าง แต่สมัยนี้ ธนาธร ต้องสู้กับด็อกเตอร์อย่าง ดร.สุวินัย, ดร.ศุภณัฐ ซึ่งไม่มีความรู้ ไม่เป็นนักวิชาการ มีแต่เห่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทักษิณสู้กับคนแบบนี้เหรอคะ ไม่นะ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีใหม่ไม่เคยเห็น ทักษิณ จะสู้ใคร เขาตั้งหน้าตั้งตาทำแต่เรื่องใหญ่ๆ หาลู่ทาง และ ให้โอกาสประชาชนทำมาหากินง่ายๆ คล่องๆ งานถนัดเขาคือการ &amp;#39;ดีล&amp;#39; เพื่อให้ทุกคน win-win ทักษิณไม่สู้กับใคร ไม่นิยมใช้กำลัง เพราะเขาถือคติ &amp;quot;ไม่ยิงศพให้เปลืองกระสุน&amp;quot; ทักษิณไม่สนสิ่งมีชีวิตที่เห่าได้ ไม่เปลืองน้ำลายตอบโต้ เพราะเขาเชื่อท่านพุทธทาส &amp;quot;หมาเห่าอย่าเห่าตอบจะเป็นการเพิ่มหมาอีกตัวหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทักษิณคือภูเขาทอง เขาไม่หมองแม้จะโดนทั้งฉี่รด และ เลียปาก ธนาธร กับ ทักษิณไม่ใช่คู่เปรียบที่เหมาะสม คนละแนวคิดกัน !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49927</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ธนาธร, ปีใหม่ ศิริเทพ, สาวก, อดีตนายกรัฐมนตรี, เพจ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc784478f133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจหนุนแม้วชำแหละ&#039;ส้มหวาน&#039;ไม่แมน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.2562 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ปีใหม่ ปีใหม่&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจที่สนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างมากได้โพสต์ในหัวข้อ &amp;ldquo;#อยู่ไม่เป็นเพราะเล่นไม่แมน&amp;rdquo; ระบุว่า รณรงค์เลิกใช้สรรพนาม พี่ป้าน้าอา เพราะเป็นคำอำนาจนิยม กดทับความคิดสร้างสรรค์ด้วยระบบอาวุโส โซตัส นำไปสู่ผลประโยชน์ และ การนับญาติ ลามถึงติ่งห้ามเรียก &amp;quot;พรรคพี่พรรคน้อง&amp;quot; เป็นสิ่งต้องห้าม #คนละสปีชี่กัน แต่รับได้ถ้าสาวๆ เรียก &amp;#39;พ่อ&amp;#39; แม้จะก่อกระแสนำสู่ผลประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนสิทธิเท่าเทียมของกลุ่ม LGBTQ ประณามการเหยียดผิว เพศ วัย สติปัญญา และ ความเป็นมนุษย์ แต่กลับเรียกคนเห็นต่างว่า &amp;quot;ป้า&amp;quot; ปล่อยติ่งด่าคนวิจารณ์พรรคที่รักว่า &amp;#39;อีแก่&amp;#39; บ้าง, อีตุ๊ดบ้าง, &amp;#39;อีปอบ&amp;#39; บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร่ำพูดเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออก, ความเห็นต่าง/การสนับสนุนเผด็จการเป็นสิทธิ, รณรงค์อย่าใช้ hate speech แต่เวลาคนเห็นต่างจากตน/ไม่อวยตัว นำทัวร์ไปลงเขา, ชวนแฟนคลับระดมยิงเพจเขา, ยกพวกพากันไปถล่มเขาถึงบ้าน ระรานด้วยถ้อยคำบ่งบอกคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกร้องคนที่สงสัยในตนให้แสดงหลักฐาน แต่ตัวเองใส่ร้ายคนอื่นต่อหน้าศาลโดยไร้พยานหลักฐาน โทษบรรยากาศพาไปเป็นเรื่องทำได้ ขอโทษส่งๆ ไม่เจาะจงขอโทษใคร ก็จบกันไปอย่างได้คะแนนแมนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปากบอกไม่ถนัดเอาตัวรอด แต่สิ่งที่ทำไปสมัยนั้นเพราะอินการเมือง วิญญูชนควรลืมเรื่องในอดีต ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันและอนาคตใหม่ ว่าแล้วก็สลัดผ้าไทยมาสวมใส่อาภรณ์สีดอกดาวเรือง เปลี่ยนจากสู้จริง ชนจริง มาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกมวลชน &amp;#39;กล้าขัดใจเจ้า&amp;#39; แต่จบกิจกรรมปุ๊บ ออกมาทวิตรัวๆ ที่ทำไปเพราะจงรักภักดี, พินอบพิเทาตัวการร่วมเผด็จการ, ปากหวานกับฝ่ายตรงข้าม พี่ตั๊น พี่เดียร์ แต่หัวเสียกับคนข้างบ้าน etc ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เชี่ยวชาญหมากล้อมเก็บแต้มการเมือง แต่ปั่นกระแสโหวตสวน พรก ขี้หมาซะราวกับว่าทำปฏิวัติบาสตีย์ มีโอกาสก็แซะและเปรียบเทียบ พยายามเหยียบเขา พร้อมยกตนทุกเรื่อง ตั้งแต่สู้ไปกราบไป, โปร่งใสจน Blind เพราะ Trust, ถึงกับอยู่ไม่เป็นสุข เพราะอยู่ไม่เป็นสับปะรด !!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ปีใหม่ ปีใหม่, อดีตนายกรัฐมนตรี, เพจ, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไม่แมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc7822b652d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
