<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายความว่า&#039;ธนาธร&#039;จะเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19 มี.ค.62- เพจโลกสีเทา โพสต์ประเด็นที่กำลังอื้อฉาวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั่นก็คือ Blind Trust โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอตั้งชื่อบทความว่า : จะ &amp;quot;Blind Trust&amp;quot; ได้ไง? เมื่อไม่มีกฎหมายบังคับให้ &amp;quot;blind&amp;quot; ไม่มีกฎหมายบอกให้เป็น &amp;quot;trust&amp;quot; !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นคุณกรณ์พูดเรื่อง blind trust เพื่อลดเครดิตการแสดงเจตนาสร้างความโปร่งใสทางการเมืองของคุณธนาธร (พูดภาษาชาวบ้านใส่ไฟนิดๆ คือ คุณกรณ์พูดประมาณว่า &amp;quot;ธนาธรอย่ามาแอ๊บสร้างภาพนะ ผมรู้ทัน&amp;quot;) ดิฉันคิดว่าคุณกรณ์เขียนนั้นมีทั้งส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อความเห็น ในที่นี่จะมาขอขยายความเพิ่มบางส่วนค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมุดแรก &amp;nbsp;แรกเป็นความรู้เกี่ยวกับทรัสต์เผื่อใครไม่เคยทราบ ส่วนหมุดที่สอง เป็นข้อวิเคราะห์กรณีดราม่าคุณกรณ์คุณธนาธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัสต์คืออะไร? ทรัสต์คือระบบกรรมสิทธิตามแบบอังกฤษที่แยกสิทธิต่อทรัพย์สินออกเป็นสองส่วนด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นแรก คือ สิทธิของผู้ครองทรัพย์ตามกรรมสิทธิในทางกฎหมาย (legal owner) กล่าวคือ บุคคลที่มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สิน เป็นคนลงนามให้คำยินยอมในการใช้หรือถ่ายโอน-เปลี่ยนรูปทรัพย์สินนั้น legal owner มีอีกชื่อว่าผู้ถือครองทรัสต์ หรือ ทรัสตี (trustee)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นที่สอง คือ สิทธิของผู้รับผลประโยชน์จากทรัพย์ (beneficiary) เป็นบุคคลที่ legal owner ต้องถือครองกรรมสิทธิเพื่อผลประโยชน์ให้ ดังนั้นสิทธิของ beneficiary จึงไม่ใช่สิทธิที่กระทำต่อทรัพย์โดยตรง แต่เป็นบุคคลสิทธิ หรือสิทธิที่ใช้ในการเรียกต่อตัว legal owner ให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อทรัพย์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของการใช้ทรัพย์เป็นของ beneficiary กฎหมายจึงพัฒนากฎเกณฑ์ต่างๆออกมาควบคุมการจัดการทรัพย์ของ legal owner ให้เป็นไปโดยสุจริต และเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของ beneficiary เสมือนว่า beneficiary มีสิทธิต่อทรัพย์นั้นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมสิทธิตามกฎหมายของ legal owner เรียกว่า legal title
ในขณะที่สิทธิของ beneficiary ซึ่งดูเสมือนเป็นสิทธิต่อทรัพย์ (แต่ในความเป็นจริงคือสิทธิต่อ legal owner) เรียกว่า equitable title (และเรียก beneficiary ว่า beneficial owner หรือ equitable owner)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัสต์มีหลากหลายประเภท เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Bare trust หรือ ทรัสต์เปล่า legal owner (trustee) ไม่มีสิทธิบริหารทรัพย์ เป็นเพียงผู้ถือ legal title และรอทำตามคำสั่งของ beneficiary อย่างเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Discretionary trust หรือ ทรัสต์ที่ ทรัสตี มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการจัดการทรัพย์ แจกจ่ายแบ่งปันให้ beneficiary เอาดอกผลหรือถอนเงินออกไปใช้ได้เมื่อเห็นสมควรและถูกต้องตามเงื่อนไขของทรัสต์ เช่น กองทุนทรัสต์เพื่อการศึกษาของครอบครัว xx กองทุนเพื่อเงินบำนาญ (pension fund)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Charitable trust หรือ มูลนิธิ ก็เป็นทรัสต์แบบใช้ดุลพินิจประเภทหนึ่ง ที่ beneficiary ไม่มีตัวตนที่แน่นอน แต่ทรัสตีมีหน้าที่บริหารทรัสต์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทรัสต์นั้น เช่น กองทุนของโรงเรียน โบสถ์หรือมูลนิธิเพื่อสวัสดิภาพสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่คุณกรณ์บอกว่า &amp;quot;blind trust&amp;quot; ไม่มีจริงในประเทศไทยนั้นถูกต้อง การก่อตั้งทรัสต์ไม่มีกฎหมายไทยรับรองนอกจากเรื่องทรัสต์ในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ตาม พรบ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะ MOU ที่คุณธนาธรทำ จึงไม่ใช่ทรัสต์และไม่ใช่ blind trust แต่เป็นการโอนอำนาจการบริหารทรัพย์สินของคุณธนาธรให้กับผู้บริหารกองทุน โดยตั้งเงื่อนไขให้เสมือน blind trust คือ กองทุนจะไม่ให้คุณธนาธร, ครอบครัว, ผู้แทนหรือบุคคลใกล้ชิด ได้ทราบว่าทรัพย์สินของตัวเองถูกลงทุนที่ไหนบ้าง และกองทุนไม่สามารถขอคำปรึกษาหรือปฏิบัติตามคำสั่งของคุณธนาธรได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความที่ลักษณะทางธุรกรรมของ MOU นี้ไม่ใช่การก่อตั้งทรัสต์ ดิฉันจึงต้องขอเรียกทางผู้บริหารกองทุนว่าเป็น fund manager ไม่ใช่ทรัสตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะที่สำคัญที่สุดของ blind trust (และของทรัสต์ทั่วไปด้วย) คือเรื่องการบังคับให้ทรัสตีปฏิบัติตามหน้าที่ของทรัสตีอย่างเคร่งครัด (enforcement of trustee&amp;#39;s duties)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พิเศษในกรณีของ blind trust ทรัสตีมีหน้าที่อยู่ 2 ชั้นด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การบริหารทรัพย์ เป็นหน้าที่ต่อ beneficiary แต่เนื่องจาก beneficiary และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทรัพย์สินในกองทรัสต์ จึงมีข้อกำหนดพิเศษต่างๆเพื่อดูแลตรวจสอบให้กับ beneficiary เช่น ผ่านทาง public auditor (ในส่วนของ MOU ก็เป็นเรื่องของคุณธนาธรไปจัดการตกลงกับ fund manager เอาเอง ดิฉันไม่รู้ว่าเค้าจัดการกันอย่างไร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หน้าที่ของทรัสตีในการปฏิบัติตามเงื่อนไขของ blindness คือ ต้องไม่ให้ข้อมูล ไม่รับคำสั่ง ไม่ขอคำปรึกษาใดๆ จาก beneficiary&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ต่างประเทศ ในกรณีทรัสต์ของผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งบริหารงานสาธารณะ (public office holder: POH) เช่น รัฐมนตรี หน้าที่ของทรัสตีในการรักษา benefificary&amp;#39;s blindness จะถูกบังคับโดยผู้ตรวจการ (Commissioner) ซึ่งต้องสืบสวนหาคำตอบให้ได้หากสมาชิกรัฐสภา (parliamentarian) หรือประชาชนทั่วไปที่อาจทราบข้อมูลบางอย่างมามีข้อสงสัยว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลการลงทุนของทรัสตี หรือสงสัยว่า POH มีการส่งชุดคำสั่งการลงทุนไปยังทรัสตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายทรัสต์และไม่มีกฎหมาย blind trust คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วใครจะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกองทุนว่าจะบริหารงานแบบ blind trust จริงๆ? หาก fund manager มีการส่งข้อมูลหรือรับคำสั่งจากคุณธนาธร ใครจะเป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบ? บทลงโทษคืออะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อที่บอกว่ารัฐตรวจสอบได้ เพราะคุณธนาธร &amp;quot;blind&amp;quot; แต่รัฐไม่ blind ไปด้วย อันนี้ดิฉันฟังแล้วคิดว่าค่อนข้างไม่เข้าใจ เพราะเมื่อกองทุนต้องส่งรายละเอียดทรัพย์สินให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ แต่หน่วยงานรัฐไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายพิเศษใดที่จะเก็บข้อมูลนั้นไม่ให้คุณธนาธรเห็น ข้อมูลนั้นสามารถรั่วไหลไปถึงคุณธนาธรผ่านระบบมาตรฐานของการตรวจสอบทรัพย์สินของ POH เช่น กรณีต้องการเรียกให้คุณธนาธรชี้แจงกรณีต้องสงสัยว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือว่าจะให้ตั้งกฎเกณฑ์พิเศษมาใช้กับการตรวจสอบทรัพย์สินของคุณธนาธรคนเดียว ต่างกับกฎเกณฑ์ที่บังคับต่อ POH คนอื่นๆ ที่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินทั้งหมด? เท่ากับว่าหน่วยงานสามารถตรวจสอบและเปิดเผยทรัพย์สินของรัฐมนตรีทุกคนได้ แต่จะไม่ให้เปิดเผยของคุณธนาธรคนเดียวเพราะเกรงว่าคุณธนาธรจะรู้ว่าทรัพย์สินของตัวเองถูกนำไปลงทุนที่ไหนบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่าคุณธนาธรจะเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน และไม่มีกฎหมายใดจะไปบังคับเอา fund manager ตอบข้อสงสัยจาก parliamentarian ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันคิดว่า นี่คือที่มาของคำทักท้วงของคุณกรณ์ที่ว่า &amp;quot;ยิ่งมองไม่เห็น&amp;quot; (blind) จึง &amp;quot;ยิ่งตรวจสอบไม่ได้&amp;quot; (unaccountable)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อยังไม่มีกฎหมายควบคุม blind trust เพื่อการตรวจสอบด้านผลประโยชน์ทับซ้อนของนักการเมือง การตรวจสอบในวิธีที่ดีที่สุดในทรรศนะของคุณกรณ์ก็คือ การเปิดเผย (disclosure) เกี่ยวกับข้อมูลทรัพย์สินและตอบคำถามโดยตรงต่อ parliamentarian ในรัฐสภา ไม่ใช่อ้างว่า blind แล้วไม่ต้องตอบคำถามใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและหลักการเรื่องการทำ disclosure เพื่อเปิดเผยว่าตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายทรัสต์ กล่าวคือในกรณีที่ทรัสตีอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการดูแลทรัพย์สินของ beneficiary ทรัสตีสามารถทำได้ 2 ประการด้วยกัน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เปิดเผยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น เพื่อให้ beneficiary ทราบและยินยอม
2. นำตัวเองออกจากตำแหน่งที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การทำ disclosure แบบคุณกรณ์ว่า คือแบบที่ 1
- การขายหน่วยการลงทุนทิ้งให้หมด ตามที่คุณกรณ์บอก คือแบบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่อง blind trust หรือปิดตาไม่ให้ตัวเองรู้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรบ้าง เป็นการบอกว่าฉันกระทำทุกอย่างโดยสุจริตใจนะ จะมาเอาผิดฉันไม่ได้ สุจริตคล้ายกับการทำ disclosure แตกต่างกันที่ไม่มีคำยินยอมของ beneficiary&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในกฎหมายทรัสต์ หน้าที่ของทรัสตีที่จะหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนต่อ beneficiary เป็นหน้าที่ที่เด็ดขาด ทรัสตีที่กระทำโดยสุจริตก็สามารถละเมิดหน้าที่นี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำเสนอเรื่อง disclosure ของคุณกรณ์ คือ ต้องการยึดการตรวจสอบและยินยอมจาก beneficiary เป็นสำคัญ ในกรณีของการเมือง ผู้บริหารบ้านเมืองก็เสมือนว่าเป็นทรัสตี คือ ต้องดูแลผลประโยชน์ของประเทศ และหลีกเลี่ยงที่จะมีผลประโยชน์ของตัวเองแอบแฝง คุณกรณ์ต้องการให้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน (ตามอย่างกฎ disclosure ของทรัสต์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ การทำ blind trust แม้จะมีข้อดีในด้านความสุจริตและลดโอกาสที่จะผู้บริหารบ้านเมืองจะตัดสินใจโดยมีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ก็ทำให้ขาดคำยินยอมจาก beneficiary (ซึ่งในที่นี้คือคำยินยอมของสาธารณชนผ่านทาง parliamentarian) นี่คือข้อโต้แย้งหลักๆของผู้คัดค้านเรื่อง blind trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใน blind trust ขนานแท้ รัฐจึงมีการคิดค้นการตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวผลประโยชน์ทับซ้อนของ POH ไว้อย่างเป็นระบบ เช่น บริษัททรัสตีของ POH มีหน้าที่โดยตรงที่จะส่งมอบเอกสารแสดงรายละเอียดหน่วยลงทุนต่างๆให้แก่ Commissioner ตามที่ถูกร้องขอ และทั้ง Commissioner และ parliamentarian ที่เข้ามาตรวจสอบมีหน้าที่รักษาข้อมูลเกี่ยวกับกองทรัสต์ไม่ให้รั่วไหล เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบ blind trust โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใน MOU รูปแบบ fund management ของคุณธนาธร ไม่มีกฎหมายใดในประเทศไทยที่จะบังคับเงื่อนไข non-disclosure ไม่ให้รั่วไหลไปถึงคุณธนาธรได้ ทั้งจากการผ่านทางสื่อสารโดยตรงระหว่างคุณธนาธรกับ fund manager และการรับรู้ข้อมูลผ่านหน่วยงานรัฐจากระบบการตรวจสอบทรัพย์สินปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคุณธนาธรจะสื่อสารกับ fund manager ก็ไม่มีใครมีอำนาจตรวจสอบ และหากมีการสื่อสารเกิดขึ้นจริงก็เป็นเพียงการกระทำขัดกับ MOU ระหว่างคู่สัญญาด้วยกันเอง รัฐไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องร้องหรือดำเนินคดีอยู่ดี ต่างกับการทำ blind trust ของแท้ ที่หาก Commissioner พบว่ามีการสื่อสารกัน(นอกจากที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้) จะถือเป็นการกระทำความผิดและเป็นเรื่องใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่คุณธนาธรออกมาทำ MOU ในลักษณะคล้าย blind trust ดิฉันมองว่าอาจจะเป็นไปได้ในทั้ง 2 แง่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คุณธนาธร &amp;quot;ขาวใสสะอาดซื่อสัตย์&amp;quot; มีเจตนาสมัครใจทำเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นแก่ธุรกิจของตนเองในขณะที่มีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง โดยกระทำในมาตรฐานที่กฎหมายไทยยังไปไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คุณธนาธร &amp;quot;ดำมืดสนิท&amp;quot; แค่จะมาสร้างภาพว่าโปร่งใส แต่จริงๆรู้อยู่เต็มอกว่าในทางปฏิบัติแล้วบังคับใช้อะไรไม่ได้เลย ตนจึงสามารถชักใยอยู่เบื้องหลังพร้อมตีหน้าซื่อว่าตัวเอง blind นะ (แต่จริงๆไม่ blind) หลีกเลี่ยงการตอบคำถามต่อ parliamentarian&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือคุณธนาธรอาจจะเป็นสีเทาๆ ระหว่างสองขั้วนั้นก็เป็นได้ เช่น อาจจะเจตนาดี คือตั้งใจจะไม่โกงล่ะ แต่ขอสร้างภาพด้วยเพราะรู้เต็มอกว่า MOU นั้นในทางปฏิบัติแล้วมันบังคับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะเทาเข้ม เทาอ่อน ก็แล้วแต่จะคิดกันไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31757</URL_LINK>
                <HASHTAG>blind trust, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, เพจโลกสีเทา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90e92495c6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
