<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอสถสภาล้างภาพธุรกิจครอบครัว จ่อสยายปีกบุกอินโดไชน่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอสถสภาเจนฯ 4 ทรานฟอร์มธุรกิจครอบครัวสู่โปรเฟสชั่นแนล พร้อมสปายปีกตลาดอินโดไชน่า ชู 4 กลุ่มธุรกิจ ผ่านยุทธ์ศาสตร์พอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่ง คาดราคาไอพีโอ 25 บาทต่อหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า หลังจากธุรกิจของครอบครัวได้ดำเนินงานมายาวนานมากกว่า 127 ปี ผ่านการเป็นผู้ผลิต ทำการตลาด และผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลในประเทศไทย และเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในเมียนมาร์ และ สปป.ลาว รวมถึงยังเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวม 25 ประเทศผ่านผู้จัดจำหน่าย ครอบคลุมไปยังธุรกิจบริการอื่นๆ เช่น บริการบริหารจัดการด้านซัพพลายเชน ได้แก่ การผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าให้แก่บุคคลภายนอก ภายใต้กิจการร่วมค้าและสัญญาบริการผลิตสินค้า (OEM)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับจากนี้เพื่อทำให้โอสถสภามีความแข็งแกร่งและดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น จึงได้เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะทำให้การงานของบริษัทก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพมากกว่าในอดีต เนื่องจากบริษัทไม่ได้ต้องการเติบโตเพียงแค่ตลาดภายในประเทศไทยหรืออาเซียนเท่านั้น แต่ยังหาจังหวะและโอกาสขยายตัวเข้าไปสู่ภูมิภาคเอเชีย และประเทศอื่นๆ อีกด้วย ผ่านกลยุทธศาสตร์มีพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย หรือไม่ได้มีเพียงแค่แบรนด์เดียวในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศคิดเป็น 25% ของรายได้รวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพรธิดา บุญสา รองกรรมการผู้จัดการสายการเงิน บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า จากภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2559 มีรายได้รวม 3.3 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2560 มีรายได้มากกว่า 2.62 หมื่นล้านบาท การลดลงดังกล่าวเนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้าง โดยได้มีการขายและเลิกทำบางธุรกิจ แต่ไม่ได้เป็นธุรกิจหลักของบริษัท แต่หากมาดู 6 เดือนแรกของปี 2562 จะเห็นว่ามีรายได้กว่า 1.2 หมี่นล้านบาท โดยสินค้าบางกลุ่มยังมีการเติบโตมากกว่าตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน OSP แบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ประกอบด้วยเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟพร้อมดื่มและเครื่องดื่มที่มีการเติมส่วนผสมเพื่อให้ได้คุณสมบัติเฉพาะ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก เช่น เอ็ม-150, เอ็ม-สตอร์ม, ลิโพวิตัน-ดี, ฉลาม, ชาร์คคูลไบท์, โสมอิน-ซัม, เอ็มเกลือแร่ (M-Electrolyte), เอ็ม-เพรสโซ, และเปปทีน 2. ธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ที่ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กภายใต้ แบรนด์เบบี้มายด์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับผู้หญิงภายใต้แบรนด์ทเวลฟ์พลัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ กล่าวว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการรักษาและเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;พลังเพื่อเสริมสร้างชีวิต&amp;rdquo; (The Power to Enhance Life) ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริษัทฯให้เป็นองค์กรที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้บริโภค และสังคมด้วยผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ทันสมัย สำหรับแนวทางของการทำตลาดในประเทศ บริษัทมีความแข็งแกร่งทางด้านแบรนด์สินค้าอยู่แล้ว จึงเน้นการออกสินค้าใหม่ รวมถึงการปรับตำแหน่งทางสินค้า อาทิ แบรนด์ทเวล พลัส ที่จะขยายจากกลุ่มเริ่มเข้ามหาวิทยาลัยไปสู่คนเริ่มทำงานมากขึ้น หรือทำให้แบรนด์มีความทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วยการขยายสู่ระดับพรีเมียม แต่กลุ่มที่มีโอกาสในอนาคตมากที่สุดจะเป็นฟังก์ชันนัลดริงก์ มีเปบทีนเป็นตัวหลักในการทำตลาด คาดการณ์ว่าสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ฟังก์ชันนัลดริงก์จะมีมากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค ส่วนการทำตลาดในต่างประเทศบริษัทเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว &amp;nbsp;ขณะนี้ระหว่างการสร้างโรงงานในเมียนมาเพื่อรองรับดีมานด์ ควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์ในกัมพูชา สปป.ลาว และอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวรรณิภา กล่าวว่า บริษัทยังมองโอกาสลงทุนในเวียดนามและจีน เนื่องจากมีตลาดที่เต็มไปด้วยประชากรขนาดใหญ่ แต่ว่าการแข่งขันก็ค่อนข้างสูง จึงต้องศึกษาตลาดให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยพิจารณาดูว่าเหมาะสมกับธุรกิจและการตลาดแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วมและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นเบื้องต้นที่ระหว่าง 22.00-25.00 บาทต่อหุ้น โดย ณ วันจองซื้อ นักลงทุนทั่วไปจะต้องจองซื้อหุ้น IPO ที่ราคา 25.00 &amp;nbsp;บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น โดยราคาเสนอขายหุ้นสุดท้ายจะถูกกำหนดโดยนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและในต่างประเทศ โดยวิธี Bookbuilding &amp;nbsp;หากราคาเสนอขายหุ้นสุดท้ายต่ำกว่าราคา 25.00 &amp;nbsp;บาท นักลงทุนทั่วไปที่จองซื้อจะได้รับคืนเงินส่วนต่างระหว่างราคาจองซื้อหุ้น กับราคาเสนอขายหุ้นสุดท้าย จะมีการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนทั่วไป (โรดโชว์) ในวันที่ 24 ก.ย. 2561 &amp;nbsp;พร้อมเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อในระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ต.ค. 2561 นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายธุรกิจ, ขายหุ้น, ราคาไอพีโอ, ล้างภาพธุรกิจครอบครัว, เพชร โอสถานุเคราะห์, โอสถสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba99d492011d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอสถสภา&#039;จ่อเข้าตลาดหุ้นเตรียมยื่นขายไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอสถสภา พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลท. ยื่นขายไอพีโอ 603.75 ล้านหุ้น หวังเงินระดมทุนขยายธุรกิจในและตปท.-คืนเงินกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บมจ.โอสถสภา เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 603.75 ล้านหุ้น และพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยมีวัตถุประสงค์นำเงินระดมทุนใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาปรับปรุงการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้า ประสิทธิภาพสินค้า และการดำเนินธุรกิจภายในของบริษัท ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หุ้นไอพีโอที่เสนอขาย 603.75 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 20.10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 3,003.75 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3,003.75 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีทุนชำระแล้ว 2,497 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญ 2,497 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ภายหลังเสนอขายไอพีโอ บริษัทจะมีทุนชำระแล้วคิดเป็น 3,003.75 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบด้วย นายนิติ โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 624.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ภายหลังจากเสนอขายไอพีโอแล้ว จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 20.78%, โอริซอน ลิมิเต็ด ถือหุ้น 604.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.19% จะลดการถือหุ้นลงเหลือ 537.14 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.88%, นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ถือหุ้น 149.73 ล้านหุ้น คิดเป็น 6% จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 4.98% โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัทหลังหักทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโอสถสภา ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และธุรกิจให้บริการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้า ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 125 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ขายหุ้น, จดทะเบียน, ตลาดหลักทรัพย์, เพชร โอสถานุเคราะห์, โอสถสภา, ไอพีโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad7f379741bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
