<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กวิ้น’ไม่กลัวฝน ขับไล่‘ประยุทธ์’ 120วันพ้น‘ปท.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจยกกำลัง 9 กองร้อยคุมเข้มทำเนียบฯ รับมือสารพัดม็อบเฮโลเช็กอินถล่มบิ๊กตู่ ขณะที่นครบาลงัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินขู่มวลชนรวมตัวถูกสอยด้วยคดีกันถ้วนหน้าแน่ กสม.รุกประสานเสียงแอมเนสตี้จี้หยุดใช้ยุทธวิธีความรุนแรงปราบปรามเกินกว่าเหตุ &amp;quot;เพนกวินและคณะ&amp;quot; โผล่ขีดเส้น 120 วันประยุทธ์ไม่มีแผ่นดินจะอยู่&amp;nbsp;
เมื่อวันศุกร์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดทำกิจกรรมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า วันที่ 2 ก.ค. ในช่วงเย็นมีการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุมและกลุ่มแนวร่วมราษฎร &amp;nbsp;ประกาศรวมตัวกันที่แยกอุรุพงษ์ จากนั้นมีการเคลื่อนตัวมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อทำกิจกรรมเปิดท้ายวันศุกร์ลุกไล่เผด็จการ
พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ส่วนวันที่ 3 ก.ค. มีการนัดหมายของกลุ่มประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ นัดหมายในเวลา 15.00 น. ที่แยกอุรุพงษ์ ก่อนเดินมาหน้าทำเนียบรัฐบาล ขณะที่กลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นัดหมายกันที่แยกผ่านฟ้าฯ เวลา 16.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนมาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และกลุ่มคาร์ม็อบ นำโดยนายสมบัติ บุญงามอนงค์ นัดหมายเวลา 17.00 น. นัดรวมตัวไปตามถนนสายสำคัญต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดไฟกะพริบบีบแตรขับไล่รัฐบาล&amp;nbsp;
พล.ต.ต.ปิยะระบุว่า สำหรับการชุมนุมและทำกิจกรรมเปิดท้ายขายของของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ถือเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ การรวมตัวหรือการมั่วสุมถือเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะได้จัดเจ้าหน้าที่บันทึกภาพบันทึกเสียง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้มาร่วมเปิดท้ายขายของ อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับวันที่ 3 ก.ค. กลุ่มของนายสมบัติ ที่นัดทำกิจกรรมคาร์ม็อบ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 อนุ 8 ถ้ากระทำผิดเช่นนั้น รถยนต์ที่ใช้ในการชุมนุมหรือกระทำผิด ถือว่าเป็นรถที่ใช้ในการกระทำผิด พนักงานสอบสวนอาจจะดำเนินการยึดรถเป็นของกลางเสนอศาลริบรถของกลางตามกฎหมายต่อไป&amp;quot; &amp;nbsp; พล.ต.ต.ปิยะระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะระบุว่า กองบัญชาการการตำรวจนครบาลเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ช่วงนี้การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังอยู่ในระดับรุนแรง ขอให้งดเว้นการมาร่วมชุมนุมดังกล่าว ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยพรุ่งนี้มีการเตรียมกำลังไว้ &amp;nbsp;9 กองร้อย พยายามป้องกันเหตุร้าย ป้องกันบุคคลที่สาม ส่วนเหตุความรุนแรงต้องถามผู้ชุมนุม เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาตลอดตั้งแต่มีการชุมนุมมาจนถึงวันนี้เป็นการกระทำของผู้ชุมนุมเป็นหลัก เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่การรักษาความสงบ ป้องกันเหตุร้ายก่อให้เกิดความเสียหายในภาพรวม
ตร.สอยม็อบพุ่ง 223 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีไปแล้วทั้งสิ้น 223 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นส่งพนักงานอัยการแล้ว 163 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 60 คดี ส่วนใหญ่จะเป็นความผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดอื่นๆ &amp;nbsp;การชุมนุมวันที่ 24 และ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.สำราษราษฎร์ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 19 คน ในวันที่ 3 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้ง 19 คนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการชุมนุมที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน สน.ปทุมวันได้บันทึกภาพและเสียงร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 11 คน ส่วนการชุมนุมของกลุ่มนายจตุพร สน.นางเลิ้งดำเนินคดี 12 คน &amp;nbsp;
ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลในเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะที่การรักษาความปลอดภัยโดยรอบทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้มีการนำรั้วเหล็กและรั้วลวดหนามหีบเพลง ปิดการจราจรทุกเส้นทางที่มุ่งหน้าทําเนียบรัฐบาล ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล ในระยะ 200 เมตร พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล พร้อมตำรวจจาก สน.นางเลิ้ง ดูแล ความเรียบร้อยพื้นที่ชั้นใน และได้เตรียมกำลังตำรวจควบคุมสูงชนไว้ 6 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมหากเกิดเหตุชุลมุนหรือความไม่สงบ
&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มีการเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน จอดไว้ฝั่งประตูห้าทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามกับกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรถน้ำและรถควบคุมผู้ต้องขังอีก 3 คัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะจัดทีมเจ้าหน้าที่บันทึกภาพและเสียง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้ชุมนุมเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทุกราย &amp;nbsp;ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
วันเดียวกัน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ เข้าหารือร่วมกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อหารือความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน และเพื่อประสานการคุ้มครองเรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรประไพกล่าวว่า ที่ผ่านมา กสม.พบเรื่องร้องเรียน ซึ่งผู้ร้องกล่าวอ้างว่าถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก โดยเฉพาะในชั้นพนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยตรง ซึ่ง กสม.มีประเด็นห่วงใย เช่น ปัญหาความล่าช้าในการสอบสวนคดีของผู้ต้องขังที่มีคดีอายัดตัว ทำให้ผู้ต้องหาเสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่พึงได้รับตามกฎหมาย
จี้ยุติยุทธวิธีปราบรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานวิจัยล่าชุดชื่อ &amp;ldquo;หน้าแสบร้อนเหมือนโดนไฟไหม้&amp;rdquo; (My face burned as if on fire) ระบุว่า ทางการไทยมักใช้ยุทธวิธีที่รุนแรงและเกินขอบเขตอยู่เสมอ เพื่อปราบปรามขบวนการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชนซึ่งขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในประเทศ รวมทั้งการทุบตีผู้ชุมนุม การฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผสมสารเคมี และการยิงกระสุนยางในระยะประชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็มเมอร์ลีน จิล รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายวิจัย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุมและผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติการณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือพฤติกรรมที่รุนแรง แต่พวกเขากลับต้องถูกกระทำด้วยความรุนแรงอย่างเจ็บปวดจากการใช้กำลังของตำรวจ มีการทุบตีประชาชน การยิงด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตา ทั้งหมดเพียงเพราะพวกเขากล้าที่จะรวมตัวและแสดงออกโดยสงบ ในขณะที่การชุมนุมขยายตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี ทางการไทยไม่ได้ดำเนินการเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ที่อ่อนไหว ทั้งยังทำให้ชีวิตของบุคคลจำนวนมากเสียงอันตราย รวมทั้งเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประจักษ์พยานและผู้เสียหายยังระบุถึงหลายเหตุการณ์ของการควบคุมฝูงชนที่มีความอันตราย ตั้งแต่การเล็งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงใส่ศีรษะของประชาชน ไปจนถึงการยิงกระสุนยางอย่างไม่เลือกเป้าหมายใส่ฝูงชน ที่เปิดเผยในวันนี้ ทางการไทยมักใช้ยุทธวิธีที่รุนแรงและเกินขอบเขตอยู่เสมอ เพื่อปราบปรามขบวนการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมที่เป็นเยาวชนซึ่งขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในประเทศ รวมทั้งการทุบตีผู้ชุมนุม การฉีดน้ำแรงดันสูงที่ผสมสารเคมี และการยิงกระสุนยางในระยะประชิด&amp;quot; เอ็มเมอร์ลีนระบุ &amp;nbsp;
เพนกวินขีด 120 วันไล่บิ๊กตู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่า แอมเนสตี้ยังขอกระตุ้นทางการไทยให้ยกเลิกข้อหาทั้งหมดที่มีต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักกิจกรรมที่ตกเป็นเป้าหมายเนื่องจากการใช้สิทธิในการชุมนุมโดยสงบ กฎหมายที่สร้างปัญหา รวมทั้งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ และพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินต้องถูกยกเลิก และต้องเปลี่ยนมาใช้มาตรการที่มีข้อจำกัดน้อยกว่าและสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าร่วมการชุมนุมโดยสงบ และแสดงความเห็นโดยไม่ต้องถูกดำเนินคดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอระบุว่า ทางการไทยกำลังใช้ความรุนแรงและการคุกคามด้วยกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อปราบปรามความไม่พอใจที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ การใช้ยุทธวิธีสร้างความหวาดกลัวเหล่านี้ มีแต่จะเน้นให้เห็นถึงความทุกข์ยากจำนวนมากที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม และยิ่งกระตุ้นให้เกิดการชุมนุมมากขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาต้องใช้แนวทางใหม่ เป็นแนวทางที่ยอมรับว่าการชุมนุมส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นไปโดยสงบ และเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงออก สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหวของเยาวชนเป็นการเรียกร้องให้มีการเจรจา ทางการไม่ควรตอบโต้ด้วยไม้กระบอง เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง สารเคมี และการตั้งข้อหาที่ปราศจากมูลความจริง&amp;rdquo; น.ส.ปิยนุชกล่าว&amp;nbsp;
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ในเวลา 16.00 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์, &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ เดินทางมาถึงแยกอุรุพงษ์ โดยเพนกวินระบุว่า วันนี้จุดประสงค์ของการทำกิจกรรมเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้กลุ่มราษฎรยืนยันที่จะเคลื่อนไหวอย่างสันติ ไม่ใช้ความรุนแรงและไม่ขัดต่อหลักกฎหมายอย่างแน่นอน ส่วนกรณีของเงื่อนไขการได้รับประกันตัวส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีการกระทำการใดๆ &amp;nbsp;ที่ขัดต่อเงื่อนไขที่ศาลวางเอาไว้ เพราะไม่ได้ทำให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายในบ้านเมือง ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือกระทำให้สถาบันฯ เสื่อมเสีย และที่สำคัญที่ผ่านมาก็เดินทางไปตามนัดหมายของศาลทุกครั้ง
ขณะที่ในเวลา 17.50 น. นายพริษฐ์ขึ้นปราศรัยท่ามกลางสายฝน ระบุใจความว่า ความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากมาย 7 ปีที่ผ่านมา คือ 7 ปีที่สูญหายความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์นับไม่ถ้วน แต่สรุปเป็นค่านิยมอันน่ารังเกียจ 12 ประการ นี่คือความผิดของประยุทธ์ &amp;nbsp;สิ่งที่ทำคืออาชญากรรม และประยุทธ์คืออาชญากร คุณเป็นฆาตกรเข่นฆ่าประชาชน ขอให้พ่อแม่พี่น้องจดจำความผิดทั้ง 12 ประการ ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าเด็กไทยต้องท่องค่านิยม 12 ประการ ตอนนี้คนไทยจงจดจำความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์ทั้ง 12 ประการเอาไว้ให้ดี อย่าไปให้อภัย
&amp;ldquo;ท้ายนี้ ความผิดทั้ง 12 ประการ คือจุดเริ่มต้นของการมุ่งหน้าขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าอีก 120 วันจะเปิดประเทศ ขอประกาศตรงนี้เหมือนกันว่า อีก 120 วัน ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีประเทศให้อยู่อย่างแน่นอน เตรียมตัวไว้ จะไปไหนก็ไป แต่อย่ามาอยู่แผ่นดินไทย&amp;rdquo; นายพริษฐ์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108452</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจยกกำลัง 9 กองร้อย, บิ๊กตู่, พ.ร.ก.ฉุกเฉินขู่มวลชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพนกวินและคณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df25cadcd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
