<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนถอดทหาร12นายพ้นงานพิธีไบเดน พบโยงขวาจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยผลการตรวจคัดกรองทหารเนชันแนลการ์ดหลายหมื่นนายที่มาช่วยรักษาความปลอดภัยพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน พบทหาร 12 นายเกี่ยวโยงกลุ่มขวาจัด และได้ถอดพวกเขาออกจากภารกิจนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกแดเนียล โฮแคนซัน ผู้บัญชาการกองกำลังเนชันแนลการ์ด เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ทหาร 2 นายในจำนวน 12 นายที่ตรวจพบความเชื่อมโยงกับแนวคิดขวาจัด ถูกถอดออกจากภารกิจนี้เนื่องจากพบว่าพวกเขาแสดงทัศนะหรือลงข้อความที่ไม่เหมาะสม ทั้งคู่ถูกส่งกลับบ้านแล้ว เพื่อป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลที่ทหารอีก 10 นายโดนถอfจากภารกิจนี้ไม่มีการชี้แจงชัดเจน แต่โจนาธาน ฮอฟฟ์แมน โฆษกเพนตากอน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อาคารรัฐสภาวันนั้น หรือเกี่ยวกับความวิตกที่หลายคนตั้งข้อสังเกตเรื่องลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คริส มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังช่วยกองทัพตรวจคัดกรองทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิหรือเนชันแนลการ์ด มากกว่า 25,000 นายที่ถูกวางกำลังในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อช่วยคุ้มครองอาคารรัฐสภาจากภัยคุกคามความปลอดภัยก่อนถึงพิธีสาบานตนของโจ ไบเดน วันที่ 20 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองของเพนตากอนเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกว่ากลุ่มขวาจัดสุดโต่งที่เข้าร่วมการก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม อาจมีเพื่อนหรือผู้ที่ฝักใฝ่แนวคิดนี้อยู่ในกองทัพด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90430</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มขวาจัด, พิธีสาบานตน, เนชันแนลการ์ด, เพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60041f4e71d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10อดีตรมว.กลาโหมสหรัฐย้ำ ทหารต้องไม่ขัดขวางการถ่ายโอนงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน รวมถึงผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมใจกันเตือนว่าทหารต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความพยายามของทรัมป์ที่ขัดขวางการถ่ายโอนงานแก่ประธานาธิบดีคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ความเรียงที่เผยแพร่ในวอชิงตันโพสต์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม ลงนามโดย แอชตัน คาร์เตอร์, ลีออน พาเน็ตตา, วิลเลียม เพอร์รี, ดิ๊ก เชนีย์, วิลเลียม โคเฮน, โรเบิร์ต เกตส์, ชัค เฮเกล, โดนัลด์ รัมสเฟลด์, เจมส์ แมททิส และมาร์ก เอสเปอร์ เรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมทำการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ที่ถือเป็น &amp;quot;เครื่องหมายของประชาธิปไตยของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความพยายามที่จะทำให้กองทัพสหรัฐมีส่วนร่วมในการแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะนำเราเข้าสู่ดินแดนอันตราย, ผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ&amp;quot; พวกเขากล่าว และว่า เจ้าหน้าที่ที่พยายามทำเช่นนั้นอาจเผชิญกับผลกระทบทางวิชาชีพและทางอาญาที่ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งมีทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต โดยเอสเปอร์และแมททิสนั้นทรัมป์เป็นผู้แต่งตั้ง ชี้ด้วยว่า การท้าทายทางกฎหมายทั้งหมดต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีนั้นล้วนถูกศาลปฏิเสธ และผลคะแนนก็ได้รับการรับรองโดยผู้ว่าการของมลรัฐต่างๆ แล้ว จึงถึงเวลาที่จะรับรองผลคะแนนคณะผู้เลือกตั้งอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังเรียกร้องให้คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม และเจ้าหน้าที่ในเพนตากอนทุกคน อำนวยความสะดวกแก่การถ่ายโอนงานแก่รัฐบาลของว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน &amp;quot;อย่างเต็มที่ ให้ความร่วมมือ และโปร่งใส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเขาต้องละเว้นการดำเนินการทางการเมืองใดๆ ที่บ่อนทำลายผลการเลือกตั้ง หรือขัดขวางความสำเร็จของคณะทำงานชุดใหม่&amp;quot; ความเรียงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว ไบเดนกล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทางการเมืองที่เพนตากอน ซึ่งทรัมป์อัดแน่นไปด้วยผู้ที่ภักดีต่อเขา ปฏิเสธที่จะให้ &amp;quot;ภาพที่ชัดเจน&amp;quot; เรื่องสถานภาพในการวางกำลังหรืองบประมาณ ซึ่งทัศนะของเขามองว่าเป็นความไม่รับผิดชอบ พร้อมกับเตือนว่า ข้าศึกศัตรูของสหรัฐอาจฉวยความได้เปรียบของการถ่ายโอนอำนาจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88811</URL_LINK>
                <HASHTAG>อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ, เพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb542978389d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือดำน้ำสหรัฐเริ่มติดตั้งมิสไซล์หัวรบนิวเคลียร์จิ๋ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพิ่มความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศติดตั้งมิสไซล์พิสัยไกลรุ่นใหม่ติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดค่อนข้างเล็กที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำไว้ในเรือดำน้ำ เพื่อตอบโต้การทดสอบอาวุธคล้ายกันของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือดำน้ำยูเอสเอส โอไอโอ ติดมิสไซล์นำวิถีของสหรัฐ (Photo by Dave Fliesen/U.S. Navy via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า นักวิจารณ์หลายรายแสดงความวิตกว่าอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กลงยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ของการถูกใช้งาน เนื่องจากสร้างความเสียหายน้อยกว่า ฉะนั้น จึงทำให้เกณฑ์กำหนดเส้นแบ่งความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ลดต่ำลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของจอห์น รู้ด ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวว่า การวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพทำลายต่ำ W76-2 มีความจำเป็นต่อการป้องปรามประเทศที่อาจเป็นศัตรูของสหรัฐ เช่น รัสเซีย จากความเชื่อที่ว่าการที่คู่แข่งมีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำ จะทำให้ได้เปรียบสหรัฐและชาติพันธมิตร โดยทึกทักเอาว่า การมีเพียงอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูงในคลังแสงสหรัฐจะไม่ตอบโต้ประเทศอื่นที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิง &amp;quot;ยุทธวิธี&amp;quot; ขนาดเล็กในการโจมตีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียม อาร์กิน และฮานส์ คริสเต็นเซ็น เขียนบทความลงเว็บไซต์ของสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกันว่า หัวรบนิวเคลียร์ W76-2 มีอานุภาพขนาดประมาณ 5 กิโลตัน ในขณะที่หัวรบนิวเคลียร์ที่สหรัฐติดตั้งบนเรือดำน้ำปกตินั้นมีอานุภาพทำลายขนาด 455 กิโลตัน และ 90 กิโลตัน เปรียบเทียบกับระเบิดปรมาณู 2 ลูกที่สหรัฐทิ้งลงเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 ซึ่งมีขนาด 15 กิโลตัน และ 21 กิโลตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่กล่าวว่า หัวรบนิวเคลียร์ใหม่ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กนี้ถูกติดตั้งไว้กับเรือดำน้ำ ยูเอสเอส เทนเนสซี ที่ลาดตระเวนอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เพนตากอนเคยกล่าวไว้ในรายงานทบทวนท่าทีด้านนิวเคลียร์ ปี 2559 ว่าสหรัฐจะวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็ก ท่าทีนี้เกิดขึ้นจากทัศนะที่ว่ารัสเซียกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ด้วยความคาดหมายว่าจะสามารถใช้ได้โดยไม่ยั่วยุให้เกิดการโจมตีระดับทำลายล้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานของหลักการป้องปรามนิวเคลียร์สมัยสงครามเย็นที่ว่า การทำลายล้างที่สร้างความพินาศด้วยกันทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวางกำลังหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กในเรือดำน้ำครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางเมื่อปีที่แล้ว ข้อตกลงกับรัสเซียที่ทำไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเย็นนี้มีเป้าหมายลดความเสี่ยงของความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ด้วยการห้ามขีปนาวุธและมิสไซล์ครูซชนิดยิงจากพื้นที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ พิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร โดยสหรัฐอ้างว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงจากการพัฒนามิสไซล์ SSC-8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สหรัฐและรัสเซียกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจด้วยว่าจะต่ออายุสนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ปี 2553 หรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56410</URL_LINK>
                <HASHTAG>W76-2, นิวเคลียร์อานุภาพทำลายต่ำ, หัวรบนิวเคลียร์, เพนตากอน, เรือดำน้ำสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad82bef57d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนปัดข่าวเสริมทหาร 14,000 นาย คุมเชิงตะวันออกกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ เพนตากอนปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาส่งทหารไปเสริมกำลังที่ภูมิภาคตะวันออกกลางกว่า 14,000 นาย เพื่อรับมือภัยคุกคามจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม กล่าวว่า คำชี้แจงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันพุธเป็นการตอบโต้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่อ้างแหล่งเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่เปิดเผยนามหลายรายว่า เพนตากอนกำลังพิจารณาจะเสริมกำลังทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการส่งเรืออีกหลายสิบลำ และเพิ่มจำนวนกำลังพลในภูมิภาคนี้อีกเท่าตัวจากของเดิมที่ส่งมาวางกำลังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวอย่างเร็วภายในเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี คำชี้แจงของอลิสซา ฟาราห์ โฆษกเพนตากอน ผ่านทวิตเตอร์ปฏิเสธรายงานข่าวชิ้นนี้ว่าไม่จริง สหรัฐไม่ได้กำลังพิจารณาส่งทหารไปเพิ่มในตะวันออกกลางอีก 14,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคนี้เคยเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าหลายครั้ง และเมื่อเดือนกันยายน โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของซาอุดีอาระเบียถูกโดรนและมิสไซล์ถล่มโดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐได้เสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคอ่าวและเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน กระพือความตึงเครียดทั่วภูมิภาค เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน สหรัฐเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮิมลินคอล์นแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแสดงแสนยานุภาพสร้างความมั่นใจแก่ชาติพันธมิตรในภูมิภาคนี้ที่กังวลภัยคุกคามจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เคยประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมว่า สหรัฐกำลังส่งเครื่องบินรบ 2 ฝูงพร้อมกลุ่มอาวุธป้องกันมิสไซล์ไปเสริมที่ซาอุดีอาระเบีย และส่งกำลังพลชุดใหม่อีกราว 3,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านเต็มใจจะกลับสู่โต๊ะเจรจาด้านนิวเคลียร์ แต่สหรัฐต้องยุติการคว่ำบาตรที่กระทบต่อเศรษฐกิจของอิหร่านและอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมภายหลังรัฐบาลขึ้นราคาเชื้อเพลิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51879</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมสหรัฐ, ตะวันออกกลาง, ปฏิเสธข่าว, เพนตากอน, เสริมกำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c47c1beeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนปฏิเสธข่าวขู่ลดทหาร 4,000 นายในเกาหลีใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อเกาหลีใต้ ที่อ้างว่าสหรัฐกำลังพิจารณาถอนทหาร 4,000 นายออกจากเกาหลีใต้ หากรัฐบาลโซลไม่ควักกระเป๋าช่วยค่าใช้จ่ายมากขึ้นสำหรับการคงทหารอเมริกัน 28,500 นายไว้เพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ มาร์ก เอสเปอร์ แถลงข่าวระหว่างเยือนเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังสือพิมพ์โชซุลอิลโบของเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน โดยอ้างแหล่งข่าวทางการทูตในกรุงวอชิงตันที่ไม่เปิดเผยตัวตนว่า พวกนายทหารระดับสูงของกองทัพสหรัฐในเกาหลีใต้หารือกันเกี่ยวกับการถอนทหารอเมริกัน 1 กองพัน ซึ่งโดยทั่วไปมีกำลังพล 3,000-4,000 นาย ออกจากเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานชิ้นนี้มีออกมาภายหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางทหารล่มลงกลางคันเมื่อ 2 วันก่อนหน้านั้น โดยเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้อ้างว่า สหรัฐเรียกร้องให้เกาหลีใต้เพิ่มเงินรายปีสำหรับค่าใช้จ่ายในการคงกำลังทหารอเมริกันไว้มากกว่า 5 เท่าจากของเดิม หรือเพิ่มเป็น 5,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจนาธาน ฮอฟฟ์แมน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า รายงานข่าวของโชซุนอิลโบ ที่ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังพิจารณาย้ายกำลังพลออกจากคาบสมุทรเกาหลีนั้นไม่มีความจริงอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนเวียดนาม ก็ปฏิเสธเช่นกันว่าเขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับแผนการถอนทหารออกจากเกาหลีใต้หากการเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายล้มเหลวลง &amp;quot;เราไม่ขู่ชาติพันธมิตรด้วยเรื่องนี้ นี่เป็นการเจรจาต่อรอง&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้กล่าวว่า รายงานของโชซุนไม่ได้สะท้อนจุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐ ส่วนนางคัง คยองฮวา รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้ บอกกับคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่มีการหารือเรื่องการลดจำนวนทหารอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กฎหมายของสหรัฐกำหนดไว้ว่า กำลังทหารของสหรัฐในเกาหลีใต้จะต้องไม่ต่ำกว่า 22,000 นาย เว้นแต่เพนตากอนจะชี้แจงเหตุผลให้คองเกรสเห็นชอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50837</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมสหรัฐ, ถอนทหาร, เกาหลีใต้, เพนตากอน, โชซุนอิลโบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd6988810442.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมะซอนโวยเพนตากอนอคติ ยกโปรเจ็กต์หมื่นล้าน$ ให้ไมโครซอฟท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;แอมะซอน&amp;quot; ประกาศท้าทายการตัดสินใจของเพนตากอน ที่เลือกให้สัญญาโครงการคลาวด์คอมพิวติ้งมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ แก่บริษัทไมโครซอฟท์ ระบุกระบวนการคัดเลือก &amp;quot;ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด&amp;quot; หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คู่ปรับของผู้ก่อตั้งแอมะซอน สั่งให้ทบทวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐตัดสินใจตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม เลือกบริษัทผู้รับเหมาโครงการจอยต์เอนเตอร์ไพรส์ดีเฟนส์อินฟราสตรัคเจอร์ (เจได) ที่เป็นโครงการระบบประมวลผลแบบคลาวด์ ซึ่งจะทำให้หน่วยงานต่างๆ ด้านกลาโหมของสหรัฐแบ่งปันข้อมูลด้วยกันได้ทั้งหมดด้วยการสนับสนุนของปัญญาประดิษฐ์ โดยเลือกบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สร้างความประหลาดใจเนื่องจากบริษัท แอมะซอน ที่ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ลับแก่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐหลายแห่งรวมถึงสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ถูกมองว่าเป็นตัวเต็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโฆษกแอมะซอนเว็บเซอร์วิสเซสเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวว่า แอมะซอนได้ยื่นหนังสือบอกกล่าวต่อศาลสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อแสดงเจตนาว่าบริษัทต้องการประท้วงกระบวนการประมูลโครงการระยะ 10 ปี มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์นี้ ที่เพนตากอนยืนยันว่าเป็นการประมูลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องสำคัญยิ่งสำหรับประเทศของเราที่รัฐบาลและผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งบริหารจัดการการจัดซื้อจัดจ้างด้วยความยุติธรรม และกระทำการโดยปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง&amp;quot; โฆษกแอมะซอนกล่าว และว่า กระบวนการประเมินโครงการเจไดจากหลากหลายมุมมองพบความขาดตกบกพร่อง, ความผิดพลาด และความลำเอียงอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์มักกล่าวโจมตีบริษัทแอมะซอน และเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ด้วย สื่อดังฉบับนี้เป็นหนึ่งในสื่อหลายสำนักที่วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์และรัฐบาลของเขาหนักหน่วงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม ทรัมป์เคยบอกกับนักข่าวว่า เขาได้ขอให้ผู้ช่วยของเขาสืบสวนสัญญาโครงการเจได โดยอ้างว่าได้รับคำร้องเรียนจากหลายบริษัทที่เป็นคู่แข่งของแอมะซอน ขณะเดียวกัน หนังสือของเจมส์ แมททิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่ถูกปลด เผยว่า ทรัมป์เคยบอกกับแมททิสให้เขี่ยแอมะซอนพ้นจากสัญญาเจได.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50372</URL_LINK>
                <HASHTAG>อคติ, เพนตากอน, แอมะซอน, โครงการเจได, ไมโครซอฟท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceaf135066d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเผยภาพ-วิดีโอปฏิบัติการเด็ดชีพ &#039;บักห์ดาดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพนตากอนเผยแพร่วิดีโอและภาพถ่ายปฏิบัติการสังหารอาบู บากัร อัลบักห์ดาดี ผู้นำไอเอสที่โดนปลิดชีพในซีเรียเมื่อสุดสัปดาห์ พร้อมแย้มรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐส่งหน่วยคอมมานโดขึ้นเฮลิคอปเตอร์หลายลำปฏิบัติภารกิจเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม เพื่อสังหารผู้นำกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) รายนี้ และเมื่อวันพุธ กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยแพร่วิดีโอและภาพถ่ายปฏิบัติการนี้เป็นครั้งแรก โดยมีทั้งคลิปวิดีโอขาว-ดำความคมชัดต่ำที่หน่วยรบพิเศษสหรัฐรุกคืบเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่มีกำแพงสูงล้อมรอบ ในจังหวัดอิดลิบทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียที่บักห์ดาดีซ่อนตัวอยู่ และคลิปการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มนักรบด้านล่างที่ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอที่น่าตื่นตาที่สุดเป็นภาพกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งจากสถานที่ซ่อนตัวของบักห์ดาดี ภายหลังทหารวางระเบิดทำลายราบคาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเรือเอกเคนเนธ แม็กเคนซี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐที่ดูแลกำลังพลในภูมิภาคตะวันออกกลาง กล่าวว่า อาคารนั้นโดนระเบิดทำลายจนมีสภาพเหมือนลานจอดรถที่มีหลุมขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการเปิดเผยกับนักข่าวประจำเพนตากอน นายพลแม็กเคนซีบอกเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อบักห์ดาดีจุดชนวนระเบิดเสื้อกั๊กเพื่อฆ่าตัวตายภายหลังหนีไปจนมุมในอุโมงค์ตัน ทำให้มีเด็กเล็ก 2 คนเสียชีวิตพร้อมกันด้วย เด็กทั้งคู่น่าจะอายุต่ำกว่า 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลนี้ต่างจากคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ว่ามีเด็กเสียชีวิต 3 คน นอกจากนี้นักข่าวยังถามแม็กเคนซีเกี่ยวกับสภาพของบักห์ดาดีช่วงวาระสุดท้าย ซึ่งทรัมป์บอกว่า &amp;quot;ร้องไห้คร่ำครวญแบบคนขี้ขลาด&amp;quot; แต่นายพลผู้นี้กล่าวตอบแค่ว่า ช่วงวาระสุดท้ายของบักห์ดาดีนั้น เขาคลานเข้าไปในอุโมงค์พร้อมกับเด็กเล็กๆ 2 คน แล้วจุดชนวนระเบิดตนเอง ในขณะที่คนของเขาอยู่ข้างบน เขาอาจจะยิงต่อสู้จากในหลุมนั้นก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเด็ก 2 คนเสียชีวิตด้วยแล้ว ยังมีผู้หญิง 4 คน และผู้ชาย 1 คน ถูกฆ่าในบ้านหลังนั้น แม็กเคนซีกล่าวว่า ผู้หญิงกลุ่มนี้โดนฆ่าเพราะมีท่าทีคุกคามและพวกเธอสวมเสื้อกั๊กระเบิด ยังมีนักรบอีกไม่ทราบจำนวนโดนฆ่าตายเมื่อพวกนั้นยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวิดีโอของเพนตากอนที่เผยภาพการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มคนด้านล่าง ดูเหมือนจะมีนักรบอยู่ราว 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็กเคนซีปฏิเสธจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชาย 2 คนที่ทหารจับตัวไว้ได้ แต่บอกว่าทหารเก็บรวบรวมเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ได้จำนวนหนึ่งจากบ้านหลังนั้น ส่วนดีเอ็นเอที่ใช้พิสูจน์ตัวบักห์ดาดีนั้นเปรียบเทียบจากดีเอ็นเอของบักห์ดาดีที่ถูกเก็บไว้เมื่อครั้งที่เขาถูกขังคุกในอิรักปี 2547.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิบัติการฆ่าบักห์ดาดี, ผู้นำไอเอส, สหรัฐ, อาบู บากัร อัลบักห์ดาดี, เผยแพร่วิดีโอ, เพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbae07b100ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
