<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดบ้าน แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์  แหล่งเรียนรู้สืบสานเพลงอีแซว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ขวัญจิค ศรีประจันต์ ตำนานครูเพลงอีแซว ในวัย 72ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;quot;เพลงอีแซว&amp;quot; &amp;nbsp;เป็นเพลงพื้นบ้านของจังหวัดสุพรรณบุรี &amp;nbsp;เป็นการร้องโต้ตอบกันระหว่างผู้ร้อง ที่ต้องใช้ปฎิภาณไหวพริบ &amp;nbsp;ใช้คำพูดคารมคมคายมาโต้กลับอีกฝ่าย จนถูกใจผู้ชมผู้ฟัง &amp;nbsp; อีกทั้งยังมีดนตรีประกอบเที่เล่นเข้าจังหวะเนื้อหา &amp;nbsp;สร้างความสนุกสนานคึกครื้นมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; ในอดีตเมื่อ 50ปีที่แล้วเพลงอีแซวโด่งมาก และผู้ที่เป็นตำนานแห่งเพลงอีแซวนั้นก็คือ แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ หรือนางเกลียว เสร็จกิจศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง(เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ปี2539&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ไม่รู้จักว่าเพลงอีแซวคืออะไร &amp;nbsp;ร้องเล่นกันแบบไหน &amp;nbsp;กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) จึงพยายามจัดทำโครงการอนุรักษ์ เพลงอีแซว ไม่ให้สูญหาย ด้วยการพาไปงานเปิดบ้าน แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ &amp;nbsp; ณ บ้านเลขที่ 9 หมู่1 ตำบลสนามชัย &amp;nbsp; ถนนสุพรรณ-โพธิ์พระยาอำเภอเมืองฯจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเปิดเป็นพื้นที่เรียนรู้ สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เกี่ยวกับภูมิปัญญาทางด้านศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้าน-อีแซว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ชั้นล่างสอนเพลงอีแซวให้เยาวชนที่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บ้านทรงเรือนไทยของแม่ขวัญจิต ท่ามกลางธรรมชาติและพันธุ์ไม้ บริเวณชั้นล่างมีการจัดนิทรรศการชีวประวัติของแม่ขวัญจิตผลงานที่มีตั้งแต่ยังเป็นตลับเทปซีดีและสมุดเนื้อเพลงที่แม่ขวญจิตเป็นเขียนเองและรางวัลต่างๆที่นี้ก็ได้แบ่งพื้นที่ฝึกสอนเพลงอีแซวสำหรับผู้ที่สนใจอยากมาเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายธีระชัย &amp;nbsp; ทศรฐ &amp;nbsp; &amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี &amp;nbsp;ที่มาเป็นประธานเปิดบ้านแม่ขวัญจิต กล่าวว่าแม่ชวัญจิต นับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะการแสดง &amp;nbsp;เป็นแม่เพลงที่มีไหวพริบปฏิภาณสำนวนกลอนคมคายเป็นที่จับใจของผู้ชมสามารถนำเหตุการณ์ปัจจุบันมาเขียนเป็นเพลงอีแซวเพื่อสอดแทรกเนื้อหาด้านคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชนได้อย่างมีศิลปะ &amp;nbsp; ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกลายเป็นสัญลักษณ์แม่เพลงพื้นบ้านแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้ยังเป็นวิทยากรพิเศษให้ความร่วมมือแก่สถานบันศึกษาต่างๆในจังหวัดสุพรรณบุรีอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปะเพลงพื้นบ้านมาโดยตลอดโดยมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะดำรงรักษาองค์ความรู้และผลงานด้านศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้าน-อีแซวให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแก่เยาวชนคนรุ่นหลังจึงได้เปิดพื้นที่ของบ้านแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาทางด้านศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้าน-อีแซวเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้านออกไปอย่างกว้างขวางสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลับเทปผลงานเพลงอีแซวของแม่ขวัญจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม่ขวญจิตในวัย72 ปี ซึ่งทุกวันนี้ ก็ยังคงทำหน้าที่สืบสานและอนุรักษ์เพลงอีแซว โดยสัญจรไปตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและสานต่อสิ่งเหล่านี้ &amp;nbsp; เล่าว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่เด็กชอบร้องเพลงมากพอเรียนจบชั้นป.4 ก็ขอพ่อแม่มาเรียนรู้การร้องเพลงกับพ่อไสว วงษ์งามแทน และ &amp;nbsp;แม่บัวผัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทร์ศรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเริ่มมีความสนใจในเพลงพื้นบ้าน ถึงแม้แม่บัวผันจะไม่ค่อยรู้หนังสือ &amp;nbsp; ตนเองก็มีความรู้น้อยในตอนนั้น &amp;nbsp; ต้องอาศัยความพยายาม ความขยันอย่างมาก &amp;nbsp;ในการจดจำเนื้อเพลงทำนองมากกว่าคนอื่นๆ เวลาพ่อไสว หรือแม่บัวผันไปออกงาน &amp;nbsp; ก็จะคอยตามไปคอยเก็บเกี่ยวสิ่งที่แสดงบนเวทีร้องตามเขาบ้างจนเราคล่อง &amp;nbsp; ก็เริ่มออกงานเอง ซึ่งในสมัยก่อน &amp;nbsp; และพยายามพัฒนาตัวเองมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุดเนื้อเพลงอีแซว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แม่ขวัญจิตเล่าอีกว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพลงอีแซวนับว่าเป็นสมบัติของชาวสุพรรณและประเทศไทยซึ่งก็มีการปรับเปลี่ยนเรื่องตามสถานการณ์อย่าง &amp;nbsp; ในอดีตอาจจะร้องเกี่ยวกับตำนานเรื่องเล่าพอมาถึงยุคปัจจุบัน &amp;nbsp;ก็มีการปรับเปลี่ยนคำร้องให้ล้อไปกับสถานการณ์ต่างๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนั้นร้องรับส่งกันด้วยจังหวะที่สนุกสนานและกระชับมากขึ้น ซึ่งตนก็ได้สอนให้กับลูกศิษย์มาแล้วหลายรุ่นสำหรับลูกศิษย์ที่เป็นครูก็ได้มีการนำไปเผยแพร่ให้กับนักเรียนก็ดีใจที่มีเด็กรุ่นใหม่ยังสนใจเพลงอีแซวอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ต้องขอบคุณที่ทางภาครัฐได้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของเพลงอีแซวในการสนับสนุนให้บ้านของแม่ ได้เป็นพื้นที่เรียนรู้เพลงพื้นบ้านโดยหลังจากนี้ก็จะมีการปรับเปลี่ยนการสอนให้เป็นแบบแผนและจัดเวลาให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจมาเรียนรู้หรือมาเยี่ยมชมเพราะไม่อยากให้เพลงอีแซวสูญหายให้คงมีอยู่คู่ภาคกลางต่อไป&amp;rdquo; แม่ขวัญจิตเล่าถึงความมุ่งมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีรพงษ์(ขวา)- จิระพงศ์(ซ้าย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพีรพงษ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;บุญสิทธิ์ นักเรียนชั้นปวช.1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการจำนงค์วิทยาเขตดินแดง กรุงเทพฯหนึ่งในลูกศิษย์ ที่มาเรียนรู้เพลงอีแซว กับแม่ขวัญจิต &amp;nbsp;บอกว่าตนเป็นญาติกับพี่สามารถซึ่งเป็นลูกศิษย์แม่ขวัญจิตได้เห็นเขาร้องเพลงอีแซว &amp;nbsp; ตอนแรกไม่ค่อยสนใจแ ต่ก็ได้ซึมซับและเรียนรู้เริ่มจากร้องฮึมฮัมคนเดียวจนได้เริ่มฝึกร้องอย่างจริงจัง &amp;nbsp; ซึ่งเพลงอีแซวมีหลายเพลง &amp;nbsp;และมีความไพเราะด้วย จนทำให้เกิดเป็นความชอบและพัฒนาตนเองเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งเยาวชนที่ลูกคอ &amp;nbsp;นายจิระพงศ์ ตามสมัย นักเรียนชั้นปวช. 1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการจำนงค์วิทยาเขตดินแดงกรุงเทพฯบอกว่าเริ่มฝึกเพลงพื้นบ้านตั้งตอนอายุ8 ขวบ ฝึกกับครูสามารถเป็นผู้ฝึกสอนเข่นเดียวกันตอนหัดครั้งแรกๆก็เริ่มจากเล่นดนตรีให้กับวงไปก่อน &amp;nbsp; พอออกงานเราก็เริ่มจำและหัดร้อง &amp;nbsp; พอครูเห็นแววก็ให้เป็นผู้ขับร้องจริง &amp;nbsp;นับว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหารายได้เสริมและยังได้อนุรักษ์เพลงพื้นบ้านไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูรที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่าได้เล็งเห็นคุณค่าของศิลปินแห่งชาติผู้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นภูมิปัญญาของแผ่นดิน โดยเฉพาะบ้านศิลปินแห่งชาติซึ่งเป็นแหล่งสั่งสมองค์ความรู้ภูมิปัญญาและเป็นสถานที่ที่สร้างผลงานอันล้ำค่าดังนั้นจึงสมควรที่ปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาสร้างเสริมทักษะและถ่ายทอดประสบการณ์จากศิลปินแห่งชาติซึ่งบ้านแม่ขวัญจิตศรีประจันต์ &amp;nbsp; เป็นหลังที่26 ที่ได้ทำการเปิดบ้านศิลปินในปีนี้ &amp;nbsp;และอย่างที่ทราบกันว่าเพลงพื้นบ้านหรือการละเล่นพื้นบ้านไม่ค่อยได้รับความสนใจหรือนิยมเท่าไหร่นักเยาวชนที่อยากจะสานต่อก็ค่อนข้างน้อย ดังนั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือการได้ศิลปินที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ได้ถ่ายทอดต่อไปเพราะเราคงไม่หวังให้เยาวชนต้องร้องเพลงอีแซวได้แต่ให้เขาได้รู้จักก็ยังดีอีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่อไป &amp;nbsp; ทั้งของชาวไทยและชาวต่างชาติด้วย

ในงานเปิดบ้าน ยังมีการแสดงพิเศษเพลงอีแซวโดยแม่ขวัญจิตศรีประจันต์และศิลปินแห่งชาติมาขับร้องบทเพลงสร้างความสนุกสนานอาทิ &amp;nbsp; สมเศียร &amp;nbsp; พานทอง &amp;nbsp;หรือ &amp;nbsp;ชายเมืองสิงห์ , ผ่องศรีวรนุช, ไวพจน์ &amp;nbsp;เพชรสุพรรณฯลฯและการแสดงชุดปิติศิลปินภูมิแผ่นดินเมืองสุพรรณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรีและชุดฝากไว้ให้สืบสานโดยกลุ่มพ่อเพลงแม่เพลงลูกเพลงพื้นบ้านสุพรรณบุรีและการแสดงอื่นๆอีกมากมายในบรรยากาศที่มีผู้ร่วมงานทั้งนักเรียนและบุคคลทั่วไปอย่างอบอุ่นและสนุกสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงภาคพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านแม่ขวัญจิต ที่มองจากด้านนอก&amp;nbsp;



&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42734</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ขวัญจิต ศรีประจันต์, จังหวัดสุพรรณบุรี, เปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ, เพลงอีแซว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d479e87104bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
