<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA เขตบางพลี แจ้งปิดให้บริการชั่วคราว จากผลกระทบเหตุไฟไหม้โรงงานย่านบางพลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากกรณีเหตุเพลิงไหม้โรงงาน ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ และการไฟฟ้านครหลวง เขตบางพลี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงจึงของดให้บริการชั่วคราวโดยจะเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมในพื้นที่สำนักงานคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สำหรับการให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ยังดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมลพิษที่เกิดขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าใช้บริการชำระค่าไฟฟ้า หรือรับบริการด้านไฟฟ้าอื่น ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ MEA Smart Service ได้ ไม่ว่าจะเป็นการชำระค่าไฟฟ้าผ่าน MEA Smart Life Application หรือ รับบริการครบวงจรผ่านระบบออนไลน์ MEASY โดยเข้าได้ที่ https://www.mea.or.th/eservice/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108847</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, MEA Smart Life Application, MEA Smart Service, MEASY, การให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง, การไฟฟ้านครหลวง, บริการชำระค่าไฟฟ้า, ผ่านช่องทางออนไลน์, มลพิษ, เขตบางพลี, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e4405302def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรู เร่งร่วมดูแลไทย ส่งกำลังใจและความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากเหตุไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว ขยายเวลาการใช้งานลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงินนาน 30 วัน งดการตัดสัญญาณลูกค้ารายเดือนในกลุ่มทรู ถึงวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรู ขอส่งความห่วงใย และร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้และระเบิดโรงงาน ซ.กิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนการอพยพ ออกมาตรการดูแลลูกค้ากลุ่มทรู ครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรห่างจากโรงงานที่เกิดเหตุ โดยขยายวันใช้งานเพิ่ม 30 วันสำหรับลูกค้าเติมเงิน และระงับการตัดสัญญาณลูกค้ารายเดือนกลุ่มทรู ถึง 12 กรกฎาคม 2564 พร้อมให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพเบื้องต้นฟรีผ่านแอป True HELATH กับทีมแพทย์ชีวี และฟรีค่าบริการจัดส่งยาถึงบ้าน อีกทั้งส่งทีมวิศวกรเข้าพื้นที่ ดูแลคุณภาพเครือข่าย และติดตั้งรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) พร้อมติดตั้งจุดกระจายสัญญาณ WiFi ให้ใช้ฟรี ในบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว ตลอดจนส่งมอบความช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งน้ำดื่ม หน้ากากอนามัย และซิมทรูมูฟ เอช แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและเป็นกำลังใจให้ผู้ได้รับผลกระทบได้ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้าน Strategic Content &amp;amp; Public Affairs บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า &amp;ldquo;จากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้วที่เกิดขึ้น และรุนแรงถึงขั้นประกาศสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตร ออกจากพื้นที่ทันทีนั้น กลุ่มทรู ในฐานะที่เป็นองค์กรสื่อสารโทรคมนาคมไทย ตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสื่อสาร แจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับทราบโดยเร็วที่สุด จึงได้ตัดสินใจใช้เครือข่ายทรูมูฟ เอช ช่วยเตือนภัย หลังประเมินสถานการณ์แล้วว่ามีผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยส่งข้อความ SMS แจ้งข่าวการอพยพไปยังผู้ใช้บริการทั้งในจ.สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ประมาณ 5 ล้านราย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทันท่วงที มีผู้กดลิงก์ที่ส่งแนบไปเพื่ออ่านข่าวเพิ่มเติมในรายละเอียดเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีเสียงตอบรับจากลูกค้าที่เป็นบวกตามโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเป็นรายเดียวที่ส่งแจ้งเตือนข้อความที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มทรู ยังตระหนักดีว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤตเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง กลุ่มทรู จึงส่งทีมวิศวกรเข้าพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและดูแลคุณภาพเครือข่าย เพิ่มความมั่นใจ และร่วมอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างราบรื่นต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ยังเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ติดตั้งรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) และติดตั้งจุดกระจาย สัญญาณ WiFi เพื่อให้ใช้ฟรี ในบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ และโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับมาตรการดูแลลูกค้านั้น กลุ่มทรู พร้อมร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรห่างจากโรงงานที่เกิดเหตุ* ทั้งใน จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ โดยขยายวันใช้งานเพิ่ม 30 วัน สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน ซึ่งสามารถตรวจสอบวันใช้งานโดย กด #123# และระงับการตัดสัญญาณ สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการรายเดือนของกลุ่มทรู ทั้งทรูมูฟ เอช ทรูออนไลน์ และ ทรูวิชั่นส์ ถึงวันที่ 12 ก.ค. 2564 ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเข้าใจถึงความเครียดที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่รุนแรงและไม่เคยคาดคิดมาก่อน จึงจัดเตรียมบริการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพเบื้องต้นฟรี ผ่านแอป True Health และฟรี ค่าบริการจัดส่งยา ทั้งผู้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ และสำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจกับทีมแพทย์ชีวี เพียงดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอป True HEALTH แล้วเลือกแผนกที่ต้องการปรึกษา พร้อมกรอกรหัส &amp;lsquo;RESCUE&amp;rsquo; ในขั้นตอนการชำระเงิน ตั้งแต่วันที่ 6 - 31 ก.ค. 2564 อีกทั้ง ทีมงานทรู ยังได้ลงพื้นที่ มอบความช่วยเหลือ ทั้งน้ำดื่มทรู หน้ากากอนามัย และซิมทรูมูฟ เอช ให้แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว และสำหรับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว กลุ่มทรู ยังได้จัดมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวก พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าพักที่พักชั่วคราวได้ด้วย&amp;rdquo; นายพีรธน กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กลุ่มทรู ขอแสดงความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; *สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังรัศมี 10 กิโลเมตรห่างจากโรงงานที่เกิดเหตุ ทั้งในจังหวัดสมุทรปราการ คือ ตำบลบางพลีใหญ่ ตำบลหนองปรือ ตำบลราชาเทวะ ตำบลบางโฉลง ตำบลศีรษะจรเข้น้อย ตำบลบางแก้ว และในจังหวัดกรุงเทพฯ คือ แขวงประเวศ แขวงลาดกระบัง แขวงคลองสามประเวศ แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงหนองบอน แขวงดอกไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#TrueTogether #คุณค่าของกันมีกันและกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108846</URL_LINK>
                <HASHTAG>COW, SMS แจ้งเตือนการอพยพ, True HELATH, TrueTogether, คุณค่าของกันมีกันและกัน, ทรู, นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น, บรรเทาความเดือดร้อน, ปรึกษาปัญหาสุขภาพ, ผู้ประสบภัย, รถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว, ระเบิดโรงงาน, สมุทรปราการ, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e43dcec931c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน.ยันน้ำประปาปลอดภัย ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้วไม่กระทบคุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ก.ค.64-นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่าการ (ผลิตและส่งน้ำ) การประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่าจากกรณีเกิดเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว 21 เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นั้น กปน.ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำให้ประชาชนคลายความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำประปาของ กปน.โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากแหล่งน้ำดิบ โรงงานผลิตน้ำประปาของ กปน. และคลองประปา มากกว่า30 กิโลเมตร ซึ่งอยู่นอกพื้นที่เสี่ยงภัย อีกทั้ง กปน. มีทีมนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเฝ้าตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และมีแผนรับมือเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้พร้อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายรักษ์ศักดิ์ กล่าวย้ำว่า กปน. ขอยืนยันว่าน้ำประปาที่ผลิตจากโรงงานผลิตน้ำ จะถูกลำเลียงด้วยระบบปิดผ่านทางท่อประปา ซึ่งเป็นไปตามแผนน้ำประปาปลอดภัย หรือ Water Safety Plan (WSP)สารเคมีไม่สามารถปนเปื้อนในน้ำประปาได้ ประกอบกับขณะนี้ กปน ได้ทำการตรวจสอบแนวท่อประปาบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่าไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าน้ำประปาของ กปน. สะอาด ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณรัศมีโดยรอบที่เกิดเหตุ 5-10 กิโลเมตรหากมีการรองน้ำประปาใส่ภาชนะไว้ภายนอกบ้าน ขอให้มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน ทั้งนี้ กปน.ขอแสดงความห่วงใยและขอให้สถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., กิ่งแก้ว, น้ำประปา, เพลิงไหม้, ไฟไหม้โรงงานโฟม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3c011d0df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเร่งตรวจหาสาเหตุเพลิงไหม้ห้างฟอร์จูนทาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.63-พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 9 ว่า ได้รับรายงานจาก สน.ห้วยขวาง เหตุเกิดเวลาประมาณ 16.00 น. ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ภายในอาคาร ฟอร์จูนทาวน์ ถนนรัชดาภิเษก แขวง/เขต ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลง รถดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ร่วมกันควบคุมเพลิงไหม้ พร้อมทั้งอาสาสมัครกู้ภัย และ หน่วยกู้ชีพ คอยให้การช่วยเหลือปฐมพยาลผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขณะนี้เพลิงสงบแล้วมีเพียงกลุ่มควันฟุ้งกระจายในบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในอาคารบริเวณที่เกิดเหตุและเร่งระบายควัน โดยขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางเดินรถในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง จะสามารถเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ภายหลังจากเพลิงสงบลงและอุณหภูมิภายในที่เกิดเหตุลงลด เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ตลอดจนพิสูจน์ทราบ ต้นเพลิงว่าเกิดจากที่ใดและกลุ่มควันที่เกิดจากเพลิงไหม้นี้เกิดจากสาเหตุใด ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเหตุต้นเพลิงน่าจะมาจากภายใน บริเวณปล่องระบายอากาศ ภายในบริเวณห้างฟอร์จูนทาวน์ ซึ่งยังคงต้องรอการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสตช.กล่าวว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับทุกภาคส่วนในการเร่งอพยพ ช่วยเหลือ ประชาชน ออกจากบริเวณที่เกิดเหตุโดยเร็ว ด้วยความปลอดภัย ประกอบกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกการจราจร โดยรอบ ให้เกิดการปัญหาจราจรติดขัดน้อยที่สุด ให้ผู้บังคับบัญชาควบคุมสั่งการอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ห้างฟอร์จูนทาวน์, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2434b93ec80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 23:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 23:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัลออกแถลงการเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ ชี้ผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานบริษัท พร้อมรับผิดชอบเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 เมษายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อเวลาประมาณ 17.40 น. ของวันนี้ (วันที่ 10เมษายน 2562) เกิดกลุ่มควันบริเวณช่องท่อระบายควันชั้น 8 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงประจำศูนย์ฯ ได้เข้าควบคุมกลุ่มควันได้สำเร็จภายในเวลา 18.10 น. นั้น ล่าสุดศูนย์การค้าได้แถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีใจความระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน ท่านสื่อมวลชน &amp;nbsp;จากเหตุการณ์กลุ่มควันที่เกิดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในวันนี้ ทางศูนย์การค้ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บ 15 ราย จากกลุ่มควัน และเสียชีวิต 2 รายซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท ทางบริษัทขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยจะดำเนินการทุกอย่างอย่างเต็มความสามารถ และดูแลรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ระงับเหตุการณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้เสียชีวิต, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cae049000865.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟโหม14ชั้น พล่านหนีตาย สูดควัน3ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทาหรณ์คนอยู่ตึกสูง ไฟไหม้กลางดึกอาคาร 14 ชั้น ราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ ผู้พักอาศัยหนีตายอลหม่าน เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ บาดเจ็บหามส่ง รพ.61 ราย นอนไอซียู 4 ราย พบเป็นอาคารเก่าสร้างตั้งแต่ปี 30 &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; เผยไม่มีสัญญาณเตือนภัย ใช้บันไดลิงหนีไฟ สั่งตรวจสอบทั่วกรุงกว่า 300 แห่ง ติงเจ้าของอาคารให้เช่าควรเห็นใจผู้อาศัย อย่าเอาแต่ได้ วิศวกรรมสถานฯ ขอเวลา 1 เดือนสรุปยังใช้อาคารได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 3 เมษายนนี้ ศูนย์วิทยุพระราม 199 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ ซอยเพชรบุรี 18 เขตราชเทวี กทม. จึงได้แจ้งไปยังสถานีดับเพลิงพญาไทและสถานีดับเพลิงใกล้เคียงไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มควันเป็นจำนวนมาก และมีประชาชนบางส่วนติดค้างบนอาคาร เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้น้ำดับไฟ และช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในอาคาร อย่างไรก็ตาม เพลิงได้ลุกไหม้บริเวณช่องสำหรับเดินสายไฟภายในอาคาร (ห้องชาร์ป) บริเวณชั้นที่ 1-5 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 07.07 น. เพลิงได้สงบลง พบผู้เสียชีวิตบริเวณชั้นที่ 12 จำนวน 1 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล จำนวน 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 07.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร กทม. ลงพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ ซอยเพชรบุรี 18
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า อาการที่เกิดเพลิงไหม้เป็นตึกสูง 14 ชั้น ชั้นละ 12 ห้อง มีผู้พักอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยในขณะนี้พบว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย คาดว่าเกิดจากการสำลักควันไฟ สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ต้องรอการตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งว่ามีสาเหตุจากอะไร เพื่อจะได้แจ้งเตือนและป้องกันต่อไป อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของการทำงานครั้งนี้คือ อพาร์ตเมนต์ตั้งอยู่ในซอยแคบ ทำให้รถกระเช้าซึ่งมีขนาดใหญ่เข้าพื้นที่ได้ยาก ต้องใช้รถขนาดเล็กเข้าไปดับไฟ นอกจากนี้ กทม.ได้ประสานเฮลิคอปเตอร์โรงพยาบาลตำรวจเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่บริเวณชั้นบนอีกทางหนึ่ง แต่บนดาดฟ้าของอาคารไม่มีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ เจ้าหน้าที่จึงต้องเดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือและนำออกมาจากอาคารให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า อาคารแห่งนี้ได้ขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตั้งแต่ปี 2530 ก่อนกฎกระทรวง​ฉบับที่​ 33 (พ.ศ.​2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร​ พ.ศ.​2522 ใช้บังคับ​ ซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัยของอาคารสูงไว้ อาคารจึงไม่ถูกบังคับให้ต้องมีระบบสปริงเกลอร์ดับไฟ​ ที่ว่างรอบอาคาร​ 6​เมตร​ และถนนสาธารณะซึ่งต้องมีความกว้าง​ 10​เมตร​ ทำให้ไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัยที่พร้อมมากนัก ซึ่งสำนักการโยธาและสำนักงานเขต​จะได้ดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียดอื่นๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.แถลงอีกครั้งที่ศาลาว่าการ กทม.ว่า จากการตรวจสอบอาคารดังกล่าว เบื้องต้นไม่พบว่ามีสัญญาณเตือนภัย บันไดหนีไฟเป็นแบบเก่า ลักษณะเป็นบันไดลิงซึ่งขึ้นลงยากมาก ทั้งนี้ ภายหลังการลงพื้นที่ได้เชิญปลัด กทม. สำนักการโยธา สำนักงานเขต สปภ. มาหารือเพื่อกำชับให้มีการตรวจสอบอาคารอื่นๆ อย่างละเอียด แม้ว่าอาคารเก่าจะขออนุญาตถูกต้อง แต่เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไปจึงต้องมีการตรวจตราด้านความปลอดภัย เช่น มีระบบเตือนภัยหรือไม่ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยทั่วถึงหรือไม่ รวมถึงต้องมีการติดตั้งถังดับเพลิงทุกๆ ชั้นของอาคาร และมีเส้นทางบอกไปบันไดหนีไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อาคารเก่าซึ่งกฎหมายไม่ครอบคลุมและไม่มีผลย้อนหลัง กทม.สามารถออกข้อบัญญัติให้อาคารเก่ามีระบบป้องกันภัยได้หรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.ได้ออกข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องเมื่อปี พ.ศ.2556 และมีผลบังคับใช้แล้ว เช่น อาคารต้องมีป้ายบอกทางหนีไฟ ทั้งบริเวณทางไปบันไดปกติและบันไดหนีไฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมา กทม.มีมาตรการควบคุม ตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับการกำหนดให้อาคารสูงมีระบบป้องกันภัยภายในอาคารแต่ละแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอด แต่ผมคิดว่าอยู่ที่จิตสำนึกของเจ้าของอาคารด้วย เนื่องจากมีรายได้และผลประโยชน์จากผู้เช่าอาคาร ควรเห็นใจผู้อาศัย ดังนั้นเจ้าของอาคารต้องทำตามระเบียบข้อบังคับของ กทม. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะนอกจากจะให้ กทม.เข้าไปตรวจสอบแล้ว เจ้าของอาคารต้องมีจิตสำนึกดูแลความปลอดภัยผู้อาศัยด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการดูแลผู้ประสบภัยในเบื้องต้นนั้น สำนักงานเขตราชเทวีได้เข้ามาตั้งศูนย์ช่วยเหลือและตั้งเต็นท์ที่พักสำหรับผู้ประสบภัยแล้ว โดยกั้นพื้นที่ห้ามเข้าไปภายในอาคารโดยเด็ดขาด จนกว่าจะตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคารเป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) สรุปจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ ซอยเพชรบุรี 18 ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี ซึ่งเป็นอาคารสูง 14 ชั้น เกิดเหตุเมื่อเวลา 02.30 น.ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย แบ่งเป็นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ชื่อนายพีรณัฐ อินวกูล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 2 ราย คือ รพ.กลาง 1 ราย ชื่อนายเมทิพย์ รอดทิม อายุ 46 ปี และ รพ.ราชวิถีอีก 1 ราย เป็นชายไม่มีเอกสารแสดงตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีทั้งหมด 61 ราย ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 29 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัสต้องอยู่ในห้องไอซียู 4 ราย อยู่ระหว่างรอผลการรักษาจำนวน 17 ราย และสามารถกลับบ้านได้จำนวน 15 ราย โดยทั้งหมดแบ่งเป็น รพ.วชิรพยาบาล 5 ราย รพ.ตำรวจ 10 ราย รพ.กลาง 2 ราย รพ.ราชวิถี 10 ราย รพ.รามาธิบดี 11 ราย รพ.พระมงกุฎเกล้า 5 ราย รพ.พญาไท 1 5 ราย รพ.พญาไท 2 4 ราย รพ.จุฬาลงกรณ์ 9 ราย และ รพ.เปาโล 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวินทร์ ปฐมกสิวัฒนา หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ติดค้างบริเวณห้อง 1444 ชั้น 14 เปิดเผยหลังได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ว่า ขณะนอนอยู่ในห้องพักชั้นดังกล่าว ได้ยินเสียงคนตะโกนว่าเกิดไฟไหม้ จึงรีบปลุกน้องชาย พยายามหลบหนีทางบันไดหนีไฟและดาดฟ้า แต่ทำไม่ได้ จึงพากันพังประตูห้องพัก 1444 เข้าไปหลบ เพราะทราบว่าห้องด้านนี้มีอากาศ เนื่องจากมีหน้าต่างติดกับด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ โดยอยู่ร่วมกับผู้ติดค้างรายอื่นรวมกว่า 20 คน มีทั้งเด็กและคนป่วย นานเกือบ 4 ชั่วโมงจึงสามารถลงมาด้านล่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไทเร่งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ทราบว่าสอบไปแล้ว 20 ปาก ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แต่เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ต้นเพลิงน่าจะอยู่บริเวณชั้น 5 หรือ 6 ซึ่งเป็นบริเวณห้องชาร์ป ส่วนการดับเพลิงประสบปัญหาจากสภาพซอยที่คับแคบ ประกอบกับตัวอาคารไม่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการฉีดน้ำควบคุมกลุ่มควันและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรยุทธ&amp;nbsp;ภูมิภักดิ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการเขตราชเทวี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 2&amp;nbsp;ตรงช่องเดินสายไฟ หรือห้องชาร์ป&amp;nbsp;ทำให้ควันแผ่พุ่งไปที่ชั้น 13 ทันที&amp;nbsp;และควันได้ขยายวงกว้างทั่วชั้น 13&amp;nbsp;ก่อนจะกดตัวให้ต่ำไล่ชั้นลงมา ดังนั้นผู้ที่อยู่ชั้นล่างๆ&amp;nbsp;จึงสามารถหนีเอาตัวรอดได้&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่อยู่ชั้น 9-11 จึงบาดเจ็บ สำลักควันกันมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านตัวแทนของห้างหุ้นส่วน จำกัด&amp;nbsp;ราชเทวีอพาร์ทเม้นท์&amp;nbsp;กล่าวว่า ทางผู้บริหารจะเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด&amp;nbsp;โดยทางห้างหุ้นส่วนฯ&amp;nbsp;มีที่พักหลายแห่ง&amp;nbsp;ก็จะถามความสมัครใจของผู้พักอาศัยว่าประสงค์จะพักที่ใด&amp;nbsp;โดยจะมีการตั้งโต๊ะถามไถ่กัน&amp;nbsp;สำหรับสถานที่เกิดเหตุมีมาตรฐานตามที่หน่วยงานราชการกำหนด&amp;nbsp;และมีการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังเข้าตรวจสอบอาคารราชเทวีอพาร์ทเม้นท์ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าจุดต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณห้องชาร์ป หรือห้องเก็บสายไฟ ชั้น 5 ของอาคาร เพราะพบควันไฟลอยพุ่งตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไป เบื้องต้นได้ตรวจเรื่องการรับน้ำหนักและโครงสร้างว่าจะสามารถใช้อาคารต่อได้อีกหรือไม่ โดยใช้เวลาประมาณ 1เดือน ส่วนการตรวจสอบสายไฟพบว่า ในจุดเกิดเหตุละลายไปหมดแล้ว ไม่สามารถชี้ได้ว่าบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นสายไฟเสื่อมสภาพหรือไม่ และยังพบที่นอนใยมะพร้าวตั้งขวางทางเดินหน้าห้องชาร์ปบริเวณชั้น 12 ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าประตูของห้องชาร์ปถูกเปิดไว้ แต่บอกไม่ได้ว่าเปิดก่อนหรือหลังเกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ประตูถูกเปิด ทำให้ควันไฟที่เกิดขึ้นในช่องชาร์ปเข้าตัวอาคารบริเวณชั้น 12 แทนที่ควันจะไปออกที่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งควันดังกล่าวทำให้ผู้ประสบเหตุเจอควันและกลับไปในห้อง เป็นอุปสรรคในการหลบหนีออกมา สำหรับอาคารลักษณะนี้ในเขตราชเทวีมีทั้งสิ้น 314 อาคาร ซึ่งได้แจ้งให้ผู้ประกอบการทุกรายส่งหนังสือการตรวจสอบการป้องกันอัคคีภัยมา แต่มีผู้ประกอบการบางรายยังไม่ส่งรายงานมาที่สำนักงานเขต&amp;quot; ดร.ธเนศกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวินทร์ ปฐมกสิวัฒนา, ธีรยุทธ ภูมิภักดิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ภัทรุตม์ ทรรทรานนท์, รศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ, ราชเทวีอพาร์ทเม้นท์, ศูนย์เอราวัณ, สน.พญาไท, สปภ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนีตายอลหม่าน, เพชรบุรี 18, เพลิงไหม้, เสียชีวิต-บาดเจ็บ, เฮลิคอปเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac381b9c37e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาโกดังสินค้า วอดวาย200ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพลิงไหม้รับอรุณ โหมโกดังย่านบางบอนเก็บสินค้าขายส่งทั้งเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬา กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมได้ ทั้งตัวอาคารและสินค้าก็วอดวาย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้าน ยังไม่รู้สาเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 มีนาคมนี้. พ.ต.ท.ทศพล ปานกัน สารวัตร (สอบสวน) สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้า บริษัท แลนด์โก้สปอร์ตแอนด์มิวสิคเคิล จำกัด เลขที่ 5/1-3 ซอยกาญจนาภิเษก 2 ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตบางบอน และรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตบางขุนเทียน จำนวน 5 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทค้าส่งสินค้าประเภทเครื่องดนตรี อุปกรณ์กีฬาและชุดกีฬา มีรั้วรอบขอบชิดภายในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ โดยที่บริเวณโกดังเก็บสินค้าซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้น พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งจากบริเวณชั้นที่ 4 ก่อนขยายวงลุกลามลงมาชั้นล่างตามลำดับ เนื่องจากภายในโกดังมีสินค้าจำนวนมากที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาควบคุมนานกว่า 40 นาที เพลิงจึงสงบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ศิริชาติกล่าวว่า บริษัทดังกล่าวเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องดนตรีและอุปกรณ์กีฬาหลายยี่ห้อ โดยทำธุรกิจในลักษณะค้าส่งให้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ขณะเกิดเหตุจึงไม่มีใครอยู่ในโกดัง สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ และจะมีการเรียกเจ้าของโรงงานมาสอบปากคำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางอัจฉรา อาทิภาณุ เจ้าของบริษัท กล่าวว่า ตนทำธุรกิจขายส่งเครื่องดนตรี กีตาร์ เครื่องเสียง อุปกรณ์การกีฬา โดยนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน มีการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ลาซาด้าเป็นหลัก ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 40 ปี เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อปี 2547 ที่ผ่านมามีระบบมาตรฐานรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง มีพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด แต่บังเอิญวันนี้เป็นวันหยุด โกดังไม่มีคนอยู่ ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องเตือนและมีควันไฟพุ่งออกมา เบื้องต้นมีเครื่องดนตรี อุปกรณ์การกีฬา เสียหายมากกว่า 1,000 รายการ คาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.อภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาคารดังกล่าวเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องดนตรีและกีฬา ซึ่งน่าจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยเฉพาะแอมป์กีตาร์ที่มีแบตเตอรี่หล่อเลี้ยง ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดอาจจะทำให้เกิดเชื้อเพลิง และมีกีตาร์โปร่งซึ่งทำจากไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทั้งนี้ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5281</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae75d00e10d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
