<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มอุบลฯทิ้งเงินเดือน 8 หมื่น หันทำฟาร์มเลี้ยงหนูนาสร้างรายได้งามเดือนละ 2-3 แสนบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;10 พ.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ฟาร์มหนูพุกใหญ่น้องเตชินท์ บ้านแก้ง ตำบลแก้ง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงหนูพุก หรือหนูนา ของนายวีระยุทธ ศรีคำ อายุเพียงแค่ 27 ปี ซึ่งฟาร์มนี้เป็นลูกฟาร์มของนายไพ เนียมกลิ่ม อายุ 39 ปี ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์มและแม่ข่ายฟาร์มหนูพุกใหญ่ ที่มีลูกฟาร์มทั่วประเทศ มากกว่า 50 ฟาร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพ เนียมกลิ่น เจ้าของฟาร์มหนูพุกใหญ่ชัยภูมิฟาร์ม กล่าวว่าก่อนหน้านี้ตนและภรรยาทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี มีเงินเดือนประจำ ล่าสุดก่อนที่จะลาออกอยู่ที่เดือนละ 80,000 บาท มีชีวิตที่ดีเลี้ยงครอบครัวได้ แต่พอไปถึงจุดหนึ่งรู้สึกว่าเราต้องการชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ อยู่ตามทุ่งนา เป็นเจ้านายตัวเอง จึงเป็นโอกาสให้เราได้ตัดสินใจสมัครใจลาออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพ กล่าวต่อว่าช่วงแรกที่ลาออก ก็ได้ใช้เงินจำนวนหนึ่งที่ได้จากบริษัท มาลงทุนเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพหลัก และเลี้ยงหนูพุกใหญ่ เป็นอาชีพรอง แต่มีเจออุปสรรคในการขนส่งปูนา จึงทำให้ขาดทุน แต่สำหรับการเลี้ยงหนูพุกใหญ่ กลับได้กำไร ตนจึงได้ตัดสินใจหันมาเลี้ยงหนูพุกใหญ่อย่างเต็มตัว ช่วงแรกทางบ้านก็ตำหนิ และดูถูกว่าเราเป็นคนบ้า เพราะมาเลี้ยงหนู ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยมีคนนิยมรับประทาน อีกทั้งชาวบ้านก็สามารถจับหนูนาได้ตามทุ่งนาอยู่แล้ว มันจะสามารถขายได้อย่างไร ซึ่งทางบ้านก็ไม่สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตนกลับมองอีกมุมว่า การเลี้ยงหนูพุกใหญ่น่าจะได้รับความสนใจจากคนที่มีเงิน ก็ยังตัดสินใจที่จะเลี้ยงต่อ จนเมื่อเลี้ยงได้ประมาณ 5 เดือน ตนก็เริ่มขายหนูได้ในหลักพันต่อวัน ต่อมาก็หลักหมื่นต่อวัน จนปัจจุบันตนสามารถขายหนูได้เดือนละ 200,000-300,000 บาท&amp;nbsp;ซึ่งขายหนูเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์คู่ละ 800 บาท ปัจจุบันมียอดจองหนูจากเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม มากกว่า 3,000 ตัว ตัวละ 400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวีระยุทธ ศรีคำ อายุ 27 ปี เจ้าของฟาร์มหนูพุกใหญ่น้องเตชินท์ กล่าวว่าตนก็พึ่งเริ่มหันมาเลี้ยงหนูพุกใหญ่ เมื่อประมาณ 5 เดือนที่แล้ว ลาออกจากงานประจำที่ได้เงินเดือน 12,000 บาท โดยใช้เงินลงทุนโรงเรือนและซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยง ซึ่งเลี้ยงได้สัก 3 เดือน ตนก็ได้เงินทุนค่าพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 30,000 บาทแล้ว และก็ได้เพิ่มบ่อเลี้ยงเป็น 43 บ่อ ซึ่งหนูที่มีอยู่ประมาณ 200 ตัว ก็ถูกจองไว้หมดแล้ว และหนูไม่พอขาย จึงจำเป็นต้องขยายบ่อเลี้ยงให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเลี้ยงหนู ตอนแรกตนก็ไม่มั่นใจว่าจะขายได้ตลอด แต่พอเลี้ยงและมีนายไพ ซึ่งเป็นแม่ฟาร์มได้ช่วยหาตลาด และช่วยแนะนำวิธีการเลี้ยง จนสามารถขายได้ตลอด จนหนูไม่เพียงพอ ก็ถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ สำหรับกลุ่มคนที่ไม่อยากจะเป็นลูกจ้างประจำ หันมาเป็นเจ้าของฟาร์มเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65532</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุบลราชธานี, ฟาร์มหนูพุก, หนูพุกใหญ่, เพาะเลี้ยงหนูพุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7a98591469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
