<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพาเวอร์มอลล์หวังมาตรการ &quot;ช้อปดีมีคืน&quot; กระตุ้นยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 63- นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยในส่วนของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีจะพบว่าภาพรวมตลาดกล้องจะตกลงมากสุด จากในอดีตมีมูลค่านับหมื่นล้านบาท แต่คาดกาณณ์ว่าในปีนี้จะเหลือต่ำว่า 5,000 ล้านบาท มีปัจจัยมาจากประชาชนไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เหมือนก่อน &amp;nbsp;ไม่มีกิจกรรมเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงเดิมทีตลาดกล้องได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของสมาร์ทโฟน ที่สามารถถ่ายภาพได้เช่นเดียวกัน จึงทำให้ลูกค้าลดการซื้อกล้องแต่กลุ่มดีเอสแอลอาร์ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะยังมีบางกลุ่มที่ต้องการภาพที่คมชัดและมีคุณภาพสูง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้คนไทยแทบจะไม่มีกิจกรรมท่องเที่ยว ทำให้ตลาดกล้องได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก หรือเป็นการติดลบหนักสุดในรอบ 10 ปีก็ว่าได้ จากเดิมที่ตลาดก็มีปัจจัยลบต่างๆ ที่ทำให้มูลค่าเติบโตลดลดต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยยังมีตลาดทีวีที่ติดลบอยู่ประมาณ 16% &amp;rdquo; นายจักรกฤษณ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีสินค้าบางกลุ่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากและเติบโตได้เป็นอย่างดีท่ามกลางวิกฤติ โดยเฉพาะในช่วงของการที่ประชาชนต้องทำงานอยู่บ้านและทำการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ ส่งผลให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีมีผลตอบรับดีเป็นอย่างมากจนทำให้มีปัญหาด้านซัพพลาย ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคเลือกจะยอมจ่ายในราคาแพงขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม เห็นได้จากการซื้อโน๊ตบุ๊คที่มีราคาตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าจะเลือกซื้อเริ่ม 10,000 กว่าบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำหรับมาตรการจากภาครัฐอย่างช็อปดีมีคืน ซึ่งประชาชนนำค่าใช้จ่ายจากการใช้จ่ายสินค้ามาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน มองว่าจะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงแค่ในกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที มองว่ากลุ่มคนทำงานที่เสียภาษีถูกต้องยังพอมีกำลังซื้อ เนื่องจากมีรายได้ประจำทุกเดือนสม่ำเสมอ โดยมาตรการของปีก่อนๆ อย่างช้อปช่วยชาติก็สามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นมากถึง 30% คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายจักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าทุ่มงบกว่า 120 ล้านบาท จัดงาน &amp;ldquo;เพาเวอร์ มอลล์ อิเลคโทรนิก้า โชว์เคส&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อและสร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นมหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และเกมส์ครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง รวบรวมสินค้าระดับพรีเมี่ยม ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด ครบครันทุกกลุ่มสินค้าจากแบรนด์ดังกว่า 300 แบรนด์ พร้อมโปรโมชั่นลดสูงสุด 50% ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม &amp;ndash; 1 พฤศจิกายน 2563 ที่เพาเวอร์ มอลล์ ทุกสาขา คาดว่าจะสร้างรายได้หรือเงินสะพัดประมาณ 1,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายซาโตชิ เมกาตะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า มาตรการช็อปดีมีคืนน่าจะเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจ โดยส่วนตัวรู้สึกดีที่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของบริษัทเองอยู่ระหว่างการวางแผนงานและกลยุทธ์เพื่อให้สอดรับกับมาตรการดังกล่าว เพราะจากนโยบายก่อนหน้าอย่างช้อปช่วยชาติก็สามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีอย่างมาก แต่ในปีนี้อาจจะมีความท้าทายด้านกำลังซื้อที่ไม่เหมือนกับช่วงปลายปีก่อนๆ ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79867</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล, ช็อปดีมีคืน, เพาเวอร์มอลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ede8dabcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
