<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแพ่งยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง นัดสืบพยานปมออกประกาศชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลแพ่งยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราวสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง หลังนายกฯ ประกาศยกเลิก กำหนดนัดพร้อม-สืบพยานประเด็นประกาศชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายเกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา ในฐานะโจทก์ร่วมกับนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาฟังคำสั่งการขอคุ้มครองชั่วคราว คดีเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีกับพวกเป็นจำเลย กรณีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเพื่อควบคุมการชุมนุมทางการเมืองในช่วงกลางเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ก่อนมีการประกาศยกเลิกในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกษม เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งโดยสรุปว่า เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา การขอคุ้มครองชั่วคราวจึงไม่มีเหตุอีกต่อไป แต่ได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลย ถึงประเด็นข้อพิพาทต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าละเมิดกฎหมายหรือ ประกาศใช้โดยมิชอบหรือไม่ ในวันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 13.30 น. โดยพยานหลักฐานที่จะนำมายื่นคือ เงื่อนไขการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นไปอย่างสงบปราศจากอาวุธ ส่วนกรณีประกาศดังกล่าวจะมีเหตุต่อเนื่องมาจากเรื่องขบวนเสด็จฯ ที่ ถ.พิษณุโลก หรือไม่นั้น ส่วนนี้ไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่ต้องการก้าวล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในสำนวนคดีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวก ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้น วันนี้ (28 ต.ค.)&amp;nbsp;ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีการเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องคุ้มครองชั่วคราวอีก และกำหนดนัดพร้อม/นัดชี้สองสถาน ในส่วนเนื้อหาหลักของคดี วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 13.30 น. ตามที่นัดไว้เดิม&lt;/p&gt;


	แผนดึงต่างชาติเหลว!สื่อต่างชาติเมินข่าวกรีดแขน
	&amp;#39;อั้ม เนโกะ&amp;#39;ยกนิ้วให้&amp;#39;วิสาร&amp;#39;ก่อนกรีดอดีตพรรคส้มหวาน
	นั่นไง!เพื่อไทยพอเห็น &amp;#39;บิณฑ์&amp;#39; แสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน โผล่ออกมาจี้ให้โชว์บัญชีบริจาคน้ำท่วมทันที
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39;ตอกเพื่อไทยหน้าหงาย!
	ดราม่า &amp;#39;โบ้&amp;#39; ฉะ &amp;#39;วิสาร&amp;#39; กรีดเลือดโปรโมทตนเอง ย้อนเกล็ดครั้งรัฐบาลโกงไม่เห็นทำแบบนี้
	&amp;#39;กวิ้น&amp;#39; สำนึกผิด! แถลงขอโทษละเมิดอำนาจศาล ทำไปเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
	&amp;#39;พิธีกรมือหนึ่ง&amp;#39;ส่อโดนคดีฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน! ตำรวจข้องใจไปร่วมม็อบหรือไปทำหน้าที่สื่อ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82073</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัชระ เพชรทอง, สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง, เกษม ศุภสิทธิ์, เพิกถอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9935f14e799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้องคดีเพิกถอนสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง 3 สำนวนแล้ว ไต่สวนช่วงบ่ายวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 410 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งกรณีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่ม &amp;ldquo;คณะจุฬาฯ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;TPC Awaken&amp;rdquo; นำโดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ กับพวกรวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ฐานละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพิกถอนประกาศและคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่งและการกระทำมาใช้กับโจทก์และผู้ชุมนุม พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวและคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นคำสั่งทางปกครองของนายกรัฐมนตรี แต่มาตรา 16 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามฟ้องศาลปกครอง ให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมซึ่งมีอำนาจพิพากษาคดีทั้งปวง ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอื่นตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลยุติธรรม จึงมีอำนาจรับไว้พิจารณา มีคำสั่งรับฟ้องและรับไต่สวนฉุกเฉินในวันนี้ (22 ต.ค.) เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลรับฟ้องแล้ว กลุ่มนิสิตนักศึกษาในฐานะโจทก์ เปิดเผยว่า ดีใจเหมือนเห็นแสงสว่าง ยังมีความยุติธรรมให้เห็น ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีบอกถอยคนละก้าวนั้น ความจริงเขานำเราไปก้าวหนึ่ง ต้องยกเลิกตรงนี้ และเราจะสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด เรื่องอดีตไม่สามารถแก้ไขได้ คาดหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะทีมทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมพยาน​ 2​ ปาก ที่จะให้การในชั้นไต่สวนฉุกเฉินช่วงบ่าย​ ประกอบด้วย​ นักศึกษา​ น.ส.ศุกรียา​ วรรณายุวัฒน์​ นักศึกษาโจทก์ที่​ 1​ และ​ ดร.พัชร์​ นิยมศิลป์​ อาจารย์คณะนิติศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ซึ่งคาดว่าทั้ง​ 2 ปาก​ น่าจะครอบคลุม​ เชื่อว่าศาลจะรับฟังและมีคำสั่งจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ในวันนี้หรือพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่อีก 2 สำนวนในเรื่องเดียวกัน ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวก ยื่นฟ้อง และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ยื่นฟ้อง ศาลได้สั่งรับฟ้องและจะมีการไต่สวน ฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ในวันนี้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81427</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองชั่วคราว, พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบ3นิ้ว, ศาลแพ่ง, เพิกถอน, ไต่สวนฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e543de2fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชลน่าน-จิรายุ&#039; ร้องศาลเพิกถอน &#039;พรก.ฉุกเฉิน&#039; พร้อมขอคุ้มครองการชุมนุมราษฎร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่ง ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง ที่ประกาศโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวการชุมนุมของราษฎร 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุว่า ที่จะกล่าวต่อไปนี้ข้อ 1.คดีนี้โจทก์ยื่นคำฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 และ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ต.ค.2563 รวมทั้งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงลงวันที่ 15 ต.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2. โดยที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว มิได้เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนประกาศดังกล่าวแล้ว แต่ข้อกำหนดที่จำเลยออกตามเงื่อนไขของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีผลเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครอง เช่น ข้อกำหนดข้อ 1 ละเมิดต่อเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 ข้อกำหนดข้อ 2 ละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสื่อมวลชนและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34, 35และ 36 ข้อกำหนดข้อ 3 และข้อ 4 ละเมิดต่อเสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 38 เป็นต้น หากข้อกำหนดดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจะก่อความเสียหายและละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยตลอดเวลาตราบเท่าที่ข้อกำหนดยังคงมีผลบังคับ ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสียหายมิให้สิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยต้องถูกละเมิดในระหว่างการพิจารณาของศาล โจทก์จึงขอให้ศาลคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยในระหว่างการพิจารณาของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลมีคำสั่งดังต่อไปนี้ (1) งดการบังคับใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 และมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 เรื่องแต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 ไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ห้ามจำเลยออกคำสั่งหรือข้อกำหนดใด ๆ อันเนื่องจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวข้างต้นอันมีผลเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยในระหว่างการพิจารณาของศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ห้ามจำเลย ผู้กำกับการปฏิบัติงาน และหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 36/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 ที่มีผลเป็นการจำกัดและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์และปวงชนชาวไทยที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อร้องขอต่อศาลให้พิจารณายกเลิกเพิกถอนประกาศและคำสั่ง รวมทั้งข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกคือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานครฯ อีกฉบับที่ออกในลักษณะแบบเดียวกัน และมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้ประกาศและคำสั่งทั้งหมดมีผลบังคับใช้ เรื่องที่สองจะการร้องขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองผู้ที่ถูกกระทำ ผู้ที่จะได้รับสิทธิการชุมนุม เมื่อมีการชุมนุมขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ และอาจจะมีลักษณะเข้าไปคุกคามสลายการชุมนุม จึงได้ยื่นขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว ถ้าได้รับความเมตตาจากศาลวินิจฉัยเพิกถอน เราก็มีเหตุอันควรมีผลรับรองว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรี มติ ครม.ที่ออกมาก็ไม่ชอบ ดังนั้น จึงเข้าข่ายจงใจละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นหลักฐานชัดเจนที่จะยื่นเสนอต่อ ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิรายุ เปิดเผยว่า ในประเด็นเรื่องของการเตรียมเอกสารที่เป็นหนังสือรับรองจากสภาผู้แทนราษฎร อัตราค่าตอบแทนที่จะใช้ประกันตัว ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีความพร้อมในการช่วยนักเรียน นักศึกษาที่ได้ผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกคนจะมีเอกสารติดตัว สามารถยื่นช่วยเหลือได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.41 น. ผู้สื่อข่าวโทรสอบถามความคืบหน้ากับนายนรินท์พงศ์ ซึ่งเปิดเผยว่าขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งลงมา คาดว่าน่าจะเป็นช่วงบ่าย&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;ชี้ม็อบเด็กสละสิทธิความเป็นมนุษย์รอคำสั่งจากSky Net เป็นทาสแอปฯบนมือถือ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;บล็อค&amp;#39;ปวิน&amp;#39;ด่ายับ!พูดบิดเบือนเป็นอาชีพ รับความชั่วไม่ไหวจริงๆ
	อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจี้ผู้บริหารมธ.ลำปางแจ้งความคนฉีกพระบรมฉายาลักษณ์
	ฮือฮา! รัฐศาสตร์ มช. ยกเลิกเกลี้ยง 6 กิจกรรมบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
	&amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; แขวะ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; เกือบ 7 ปีปกครองประเทศ ทำเก่งอยู่ 2 เรื่อง!
	ตะลึง! &amp;#39;สว.สมชาย&amp;#39; แฉแผนนักล่าอาณานิคม ถามใจคนไทยจะยอมหรือร่วมกันสู้

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81238</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองชั่วคราว, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พรก.ฉุกเฉิน, ศาลแพ่ง, เพิกถอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e918b44526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนเพิกถอนพาสปอร์ตทักษิณชอบด้วยกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61-&amp;nbsp;เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานศาลปกครอง ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ 2115/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1930/2559 ที่นายทักษิณ ชินวัตร ฟ้องอธิบดีกรมการกงสุล และพวกรวม 2 คน&amp;nbsp; กรณีกรมการกงสุลยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ 2 ฉบับ โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีดังกล่าวแล้ว แต่นายทักษิณได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ว่าระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ไม่ใช่กฎหมายเฉพาะให้อำนาจรัฐจำกัดสิทธิเสรีภาพได้ การที่ระเบียบดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีกรมการกงสุลไม่ออกหรือยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลสัญชาติไทยจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกติการะหว่างประเทศ และการยกเลิกหนังสือเดินทางโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับจึงถือว่าเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น และการที่ สตช.กล่าวหาว่านายทักษิณกระทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนหรือแจ้งข้อกล่าวหา ก็เป็นการกระทำที่รวบรัดขั้นตอนทางกฎหมาย นอกจากนั้นยังเห็นว่าการที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาที่เป็นการวินิจฉัยว่านายทักษิณกระทำผิดกฎหมายอาญานั้นเห็นว่าศาลปกครองไม่มีอำนาจวินิจฉัยดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของกรมการกงสุลชอบด้วยกฎหมาย เพราะการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณกับสื่อมวลชนของประเทศเกาหลี ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงองคมนตรี ถ้อยคำดังกล่าวจึงเป็นปรปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; อันเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง ส่วนกรณีที่นายทักษิณอุทธรณ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมนั้น ศาลเห็นว่าการที่จะอ้างว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่เป็นธรรมนั้น หากนายทักษิณเป็นผู้กระทำความผิดเอง ก็ไม่สามารถอ้างว่าหน่วยงานผู้ใช้อำนาจเลือกปฎิบัติได้ ดังนั้นจึงถือว่าคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางนั้นชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลางที่มีคำพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ กล่าวภายหลังการอ่านคำพิพากษาว่า วันนี้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าข้ออุทธรณ์ในคดีรับฟังไม่ขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องยุติ ทำอะไรไม่ได้ เพราะคดีถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้จะประสานไปยังนายทักษิณ เพื่อแจ้งคำพิพากษาของศาลให้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, พาสปอร์ต, พิพากษายืน, ศาลปกครอง, หนังสือเดินทาง, เพิกถอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae7f4ee0f541.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.กระทุ้ง 20 บจ.เร่งส่งแก้ไขเหตุเพิกถอนภายในสิ้นเดือนนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.เตือนบจ. 20 แห่ง เร่งดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนและยื่นคำขอพ้นเหตุเพิกถอน หรือคำขอขยายระยะเวลาแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 31 มี.ค. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค. 61 - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศแจ้งเตือนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 20 บริษัท ให้เร่งดำเนินการแก้ไขเหตุเพิกถอนและยื่นคำขอพ้นเหตุเพิกถอน หรือคำขอขยายระยะเวลาแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนแล้วแต่กรณี มายังตลท. ภายในวันที่ 31 มี.ค. 61 หากครบระยะเวลาดังกล่าว บจ.ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ตลท.จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขณะที่ หากบจ.ใดสามารถดำเนินการให้เหตุเพิกถอนหมดไปภายในระยะเวลาดังกล่าว ตลท.จะประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ของบจ.ว่าเข้าสู่ช่วงดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขาย และจะให้เวลาดำเนินการให้มีคุณสมบัติเพื่อกลับมาซื้อขายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อบจ.ที่มีเหตุเพิกถอนเนื่องจากฐานะการเงิน จำนวน 12 บริษัท คือ บมจ.เค-เทค คอนสตรัคชั่น (KTECH) บมจ.ปุ๋ยเอ็นเอฟซี (NFC) บมจ.ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล (POMPUI) บมจ.โปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) (PRO) บมจ.ซาฟารีเวิลด์ (SAFARI) บมจ.ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง (STHAI) บมจ.ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) บมจ.เวนเจอร์ อินคอร์ปอเรชั่น (VI) บมจ.เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น (WORLD) บมจ.วีรีเทล (WR) บมจ.ยงไทย (YCI) และบมจ.ยานภัณฑ์ (YNP)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รายชื่อบจ.ที่มีเหตุเพิกถอนเนื่องจากไม่ส่งงบการเงินภายในกำหนด จำนวน 8 บริษัท คือ บมจ.เอเชียน อินซูเลเตอร์ (AI) บมจ.เอไอ เอนเนอร์จี (AIE) บมจ.บลิส-เทล (BLISS) บมจ.บางกอกสหประกันภัย (BUI) บมจ.ชูโอ เซ็นโก (ประเทศไทย) (CHUO) บมจ.อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง (IEC) บมจ.แอล.วี.เทคโนโลยี (LVT) และบมจ.ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ (TUCC) นอกจากนี้ NFC POMPUI SAFARI BLISS และ BUI ได้ยื่นคำขอพ้นเหตุเพิกถอนแล้วโดยตลท.อยู่ระหว่างพิจารณา ส่วน PRO STHAI และ YNP สามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาแก้ไขเหตุแห่งการเพิกถอนได้อีกไม่เกิน 1 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5326</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบการเงิน, ตลท., ตลาดหลักทรัพย์, บจ., บริษัทจดทะเบียน, เพิกถอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf63032ae00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
