<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐถอนวีซ่าอัยการไอซีซี ตอบโต้จี้สอบทหารมะกันก่ออาชญากรรมสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักงานของฟาตู เบนซูดา หัวหน้าอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ เผยเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลสหรัฐเพิกถอนวีซ่าของอัยการชาวแกมเบียรายนี้แล้ว เป็นไปได้ว่ามีสาเหตุจากการที่เธอขอให้ตุลาการสอบสวนปฏิบัติการของทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ฟาตู เบนซูดา หัวหน้าอัยการไอซีซี (กลาง) แถลงข่าวที่กรุงกินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 ว่า การเพิกถอนวีซ่าของอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) รายนี้เกิดขึ้นหลังจากไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ประกาศไว้เมื่อวันที่ 15 มีนาคมว่า รัฐบาลสหรัฐจะใช้นโยบายจำกัดการออกวีซ่าให้แก่เจ้าหน้าที่ของไอซีซีที่มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อการสอบสวนสหรัฐหรือบุคลากรของสหรัฐในศาลจากกรุงเฮกแห่งนี้ โดยเขาวิจารณ์ไอซีซีด้วยว่ากำลังโจมตีหลักกฎหมายของอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานของฟาตู เบนซูดา อัยการชาวแกมเบีย กล่าวว่า อัยการหญิงผู้นี้จะปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไปในศาลแห่งนี้อย่างเป็นกลางต่อไป แม้ว่าจะโดนสหรัฐเพิกถอนวีซ่าก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เราสามารถยืนยันได้ก็คือ ทางการสหรัฐได้เพิกถอนวีซ่าของอัยการท่านนี้ไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐ&amp;quot; สำนักงานของอัยการไอซีซีประกาศผ่านแถลงการณ์ พร้อมกับย้ำว่า ตามธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งสหรัฐปฏิเสธจะร่วมเป็นภาคีนับแต่ศาลนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2545 อัยการเบนซูดาได้รับมอบอำนาจอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สำนักงานอัยการเชื่อว่า การตัดสินใจของสหรัฐจะไม่กระทบต่อเบนซูดาหากเธอเดินทางมายังสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ที่เธอมักต้องมารายงานสรุปผลการสอบสวนต่อคณะมนตรีความมั่นคงเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่ได้ให้ทัศนะต่อการเพิกถอนวีซ่าของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 เบนซูดาเคยร้องขออนุญาตจากตุลาการไอซีซี เพื่อเปิดการสอบสวนคำกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน โดยเป็นการสอบสวนทั้งตอลิบัน, กองกำลังของรัฐบาลอัฟกัน และกองกำลังผสมนานาชาติที่รวมถึงทหารอเมริกัน ถึงขณะนี้ตุลาการไอซีซียังไม่ตัดสินว่าจะอนุญาตให้เปิดการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33061</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอเมริกัน, สหรัฐ, อัยการไอซีซี, อาชญากรรมสงคราม, เพิกถอนวีซ่า, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca7622468430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวเนซุเอลาตะเพิดทูตเยอรมัน ฉุนหนุนหลัง &#039;ไกวโด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศขับไล่เอกอัครราชทูตเยอรมนีออกนอกประเทศภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อวันพุธ ไม่พอใจที่เสนอหน้าไปต้อนรับฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้าน เมื่อเดินทางกลับจากต่างประเทศ ส่วนสหรัฐเพิกถอนวีซ่าพวกพ้องประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เพิ่มอีก 77 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 19 ก.พ. 2562 แดเนียล ไครเนอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำเวเนซุเอลา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลาประกาศเมื่อวันพุธที่ 6 มีนาคม 2562 ว่า แดเนียล ไครเนอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำเวเนซุเอลา เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ โทษฐาน &amp;quot;แทรกแซง&amp;quot; กิจการภายในของเวเนซุเอลา และต้องการให้เขาเดินทางออกนอกประเทศนี้ภายใน 48 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไครเนอร์เป็นหนึ่งในชาวต่างชาติมากกว่า 12 คน ที่ไปให้การต้อนรับไกวโดที่เดินทางกลับจากเยือนหลายประเทศมาถึงสนามบินการากัสเมื่อวันจันทร์ แต่เขาเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวที่โดนรัฐบาลมาดูโรสั่งเนรเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไกวโด ประธานสมัชชาแห่งชาติที่ประกาศตนเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาล และได้รับการยอมรับจากรัฐบาลมากกว่า 50 ประเทศ กล่าวว่า การสั่งขับไครเนอร์จะถูกมองว่าเป็นการคุกคามโลกเสรี ทูตเยอรมนีผู้นี้ช่วยเหลือความพยายามนำสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าเวเนซุเอลา และดูเหมือนว่ารัฐบาลมาดูโรไม่ให้อภัยใครก็ตามที่พยายามช่วยเหลือประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ไฮโก มาสส์ ของเยอรมนี กล่าวว่า การสั่งขับทูตเยอรมนีผู้นี้รังแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้เวเนซุเอลาปล่อยตัวนักข่าวอเมริกันที่มีรายงานว่าโดนควบคุมตัวนานกว่า 12 ชั่วโมง และอาจโดนเนรเทศ โคดี เว็ดเดิล นักข่าวรายนี้ทำข่าวในเวเนซุเอลามานานหลายปี โดยส่งข่าวให้สื่ออเมริกันหลายสำนัก องค์กรเอกชนเอสปาซิโอปูบลิโกเผยว่า ไม่ได้ข่าวคราวของเขาเลยนับแต่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองไปสอบปากคำเขาที่บ้านเมื่อเช้าวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงกดดันมาดูโรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เพิกถอนวีซ่าของบุคคล 77 คน ที่มีความเกี่ยวโยงกับผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้ ซึ่งรวมถึงพวกเจ้าหน้าที่และครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะถือเป็นภาระรับผิดชอบของทุกคนในระบอบของมาดูโรจนกว่าประชาธิปไตยและเสรีภาพจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งเพิกถอนวีซ่าของชาวเวเนซุเอลา 49 ราย ที่เกี่ยวโยงกับรัฐบาลมาดูโร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตะเพิดทูต, นิโกลัส มาดูโร, ฮวน ไกวโด, เพิกถอนวีซ่า, เวเนซุเอลา, เอกอัครราชทูตเยอรมนี, แดเนียล ไครเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c811e1486234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐถอนวีซ่าพวกพ้อง &#039;มาดูโร&#039; ติงยุโรปหนุนเจรจาสันติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐเพิกถอนวีซ่าสมาชิกหลายรายของสมัชชารัฐธรรมนูญที่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ทั้งยังวิจารณ์ชาติยุโรปและลาตินอเมริกาที่ต้องการหาทางออกอย่างสันติและเจรจากับผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้ ขณะขบวนรถขนสิ่งของบรรเทาทุกข์ในโคลอมเบียจ่อชายแดนเวเนซุเอลาแล้ว แต่ทหารยังปิดทางผ่านแดนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ปราศรัยที่จัตุรัสโบลิวาร์ในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐเป็นหัวขบวนของกลุ่มประเทศกว่า 40 ชาติที่ให้การยอมรับฮวน ไกวโด ประธานสมัชชาแห่งชาติวัย 35 ปีของเวเนซุเอลา ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ชอบด้วยกฎหมายของเวเนซุเอลา หลังจากผู้นำฝ่ายค้านรายนี้ประกาศตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของประเทศนี้เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา และในวันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ สหรัฐเดินหน้ากดดันมาดูโรต่อไปด้วยการประกาศเพิกถอนวีซ่าสมาชิกสมัชชาแห่งชาติที่เป็นพันธมิตรของมาดูโร และยังคัดค้านการหาทางออกอย่างสันติผ่านการเจรจากับผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูโรปฏิเสธอำนาจของสมัชชาแห่งชาติซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก และในปี 2560 เขาตั้งสมัชชารัฐธรรมนูญขึ้นมาแทนที่ ซึ่งสมาชิกเต็มไปด้วยผู้ที่จงรักภักดีต่อเขาหลังจากฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอลเลียต อับรามส์ ทูตสหรัฐประจำเวเนซุเอลาคนใหม่ กล่าวว่า สหรัฐได้เพิกถอนวีซ่าสมาชิกสมัชชารัฐธรรมนูญหลายคน แต่เขาไม่ได้เปิดเผยจำนวน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนกลุ่มนี้ช่วงชิงอำนาจตามรัฐธรรมนูญหลายประการของสมัชชาแห่งชาติที่ชอบด้วยกฎหมาย และยังส่งเสริมการทำลายล้างสถาบันประชาธิปไตยของมาดูโร&amp;quot; ทูตสหรัฐกล่าวกับนักข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังประณามการประชุมกลุ่มประสานงานระหว่างประเทศ ที่กรุงมอนเตวิเดโอ ที่รัฐมนตรีจากยุโรปมากกว่า 12 ประเทศและชาติลาตินอเมริกา พยายามหาทางออกอย่างสันติและเป็นประชาธิปไตย เพื่อยุติความขัดแย้งของเวเนซุเอลา &amp;quot;โดยปราศจากการใช้กำลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมที่อุรุกวัยเมื่อวันพฤหัสบดี มีเฟเดริกา โมเกรินิ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) เข้าร่วมด้วย โดยมีเม็กซิโกและอุรุกวัยเป็นหัวขบวน สองประเทศนี้เป็นชาติลาตินอเมริกาเพียง 2 ชาติที่ยังให้การสนับสนุนมาดูโร ไม่นับรวมพันธมิตรฝ่ายซ้ายอย่างคิวบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมนาน 5 ชั่วโมง กลุ่มนี้ประกาศว่า พวกเขาจะส่งคณะทำงานทางเทคนิคไปยังเวเนซุเอลา เพื่อสร้างหลักประกันที่จำเป็นสำหรับกระบวนการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และเพื่อเปิดทางสำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับชาวเวเนซุเอลาเดินทางมาถึงสะพานติเอนดิตัส ที่เชื่อมระหว่างเมืองกูกูตาของโคลอมเบีย กับเมืองตาชิราของเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับรามส์วิจารณ์การประชุมครั้งนี้ว่า แทนที่จะพยายามเกื้อหนุนมาดูโรผ่านการจัดตั้งกลุ่มประสานงานหรือการเจรจา ประเทศเหล่านี้ควรจะหันมายอมรับฮวน ไกวโด เป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาล และร่วมมือกับสหรัฐด้วยการตอบสนองข้อเรียกร้องของไกวโดในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถึงชาวเวเนซุเอลาโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาดูโรพิสูจน์แล้วว่า เขาจะแปลงเสียงเรียกร้องให้มีการเจรจามาเป็นความได้เปรียบของเขา และเขามักจะใช้การเจรจาที่ว่านี้เป็นหนทางเล่นกับเวลา&amp;quot; ทูตสหรัฐกล่าว &amp;quot;เวลาสำหรับการเจรจากับมาดูโรนั้นผ่านไปนานแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ขบวนรถขนอาหารและเวชภัณฑ์จากสหรัฐตามเสียงเรียกร้องของไกวโด เดินทางมาถึงศูนย์รวบรวมสิ่งของบรรเทาทุกข์ในเมืองตีเอสดิตัสของโคลอมเบีย ซึ่งอยู่ติดชายแดนเวเนซุเอลา คนละฝั่งของสะพานข้ามแดน ที่กองทัพเวเนซุเอลาใช้ถังน้ำมันของรถบรรทุกน้ำมันและตู้คอนเทนเนอร์ขวางกั้นถนนไว้ รถบรรทุกขบวนนี้ ซึ่งออกเดินทางจากเมืองบูการามังกาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของโคลอมเบียเมื่อวันพุธ มาถึงโดยกลุ่มผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาโห่ร้องต้อนรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม, นิโกลัส มาดูโร, สมัชชารัฐธรรมนูญ, สหรัฐ, สิ่งของบรรเทาทุกข์, ฮวน ไกวโด, เพิกถอนวีซ่า, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d9b3778bbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
