<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 23:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟันปารีณารุกป่า ผิดจริยธรรมร้ายแรง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; ผิดจริยธรรมร้ายแรงรุกป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; เตรียมส่งอัยการฟ้องศาลฎีกา โทษหนักถึงขั้นหลุด ส.ส.-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง &amp;quot;บอร์ดปราบบ่อน&amp;quot; ส่งรายชื่อ จนท.รัฐเกิน 10 รายเอี่ยวบ่อนระยองถึงมือนายกฯ พบเงินหมุนเวียน 100 ล้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นคดีทุจริตไม่นิ่งนอนใจ สั่งปรับปรุงประเมินคุณธรรม-ความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ วันที่ 9 ก.พ. ได้พิจารณากรณีกล่าวหาบุกรุกที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) มายัง ป.ป.ช. เนื่องจากเห็นว่า น.ส.ปารีณาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ กรณีจงใจที่จะกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(พ.ร.บ.ป.ป.ช.) ฉบับใหม่ ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดว่า น.ส.ปารีณาผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายข้อด้วยกัน เช่น ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์, ผลประโยชน์ขัดกัน โดยจะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้ โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. จะแถลงข่าวโดยละเอียดต่อสื่อมวลชนในวันพุธที่ 10 ก.พ.นี้ เวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? สำหรับโทษของข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรง คือต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. โดยเมื่อศาลฎีการับฟ้องจะต้องพิจารณาตัดสินว่าพ้นจากตำแหน่งหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ตามมาตรา 87 วรรคสอง ประกอบมาตรา 81 ระบุว่า หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวน และมีความเห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย และหากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้ หากผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการ?ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายชาญเชาวน์ ?ไชยา?นุ?กิจ? ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้?เกิดการแพร่ระบาดของ?โรคติดต่อ?โควิด-19 แถลงความคืบหน้าภายหลังการประชุมครั้งที่ 3 ว่า ในวันที่ 12 ก.พ. จะครบกำหนด 30 วันที่คณะกรรมการฯ จะต้องส่งรายงานลับให้ พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์?โอชา? นายก?รัฐมนตรีและ? รมว.?กลาโหมรับทราบ?? โดยคณะกรรมการ?ฯ เน้นตรวจสอบบ่อนการพนันในพื้นที่จังหวัดระยอง 2 แห่ง ซึ่งเป็นบ่อนขนาดใหญ่และมีเจ้าของคนเดียวกัน โดยบ่อนดังกล่าวกรมสอบสวนคดี?พิเศษ? (ดีเอสไอ)? และกรมการปกครองให้ดำเนินการทางคดีไปแล้ว เบื้องต้นพบว่าบ่อนดังกล่าวได้เปิดมาแล้ว 1 ปี ดำเนินการ?โดยบุคคลเดียวกัน พบผู้เกี่ยวข้องในคดี 2 ราย โดยจำนวนนี้ ทุกหน่วยงานยืนยันตรงกันว่าเจ้าของบ่อน เป็นผู้ดำเนินการอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกว่า 10 ราย ทั้งตำรวจ?และฝ่ายปกครอง ซึ่งมีการกระทำ?ความผิด?ฐาน?ฟอกเงิน? และจากการสืบสวนพบว่ามีวงเงินหมุนเวียนในบ่อนดังกล่าวมากกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ตัวเลขสถิติของบ่อนการพนันยังอยู่ที่ 200 แห่ง โดยพื้นที่ กทม. มีเบาะแสในพื้นที่รับผิดชอบของนครบาลมีบ่อนการพนันถึง 47 แห่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาในช่วงระยะตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. จนถึงปัจจุบัน โดยทั้งหมดจะเป็นข้อมูลลับที่คณะกรรมการฯ จะส่งตรงไปยังนายกฯ? และทุก 30 วันหลังคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจ?จสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลมายังคณะกรรมการชุดใหญ่&amp;quot; นายชาญเชาวน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขอชี้แจงเรื่องดัชนีการรับรู้การทุจริต (ซีพีไอ) ของประเทศไทย ซึ่งได้ให้มีการประชุมร่วมกัน ทั้งส่วนราชการและภาคประชาชน ซึ่งมีข้อหารือดังนี้ 1.กำหนดมาตรการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและแต่ละหน่วยงานได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นเจ้าภาพ และมีนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้แทนร่วมในคณะกรรมการด้วย 2.ปรับปรุงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ไอทีเอ) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สะท้อนคะแนนของซีพีไอได้มากยิ่งขึ้น โดยมีสำนักงาน ก.พ.ร.และ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานของรัฐต้องเร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกถึงผลงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่อยู่ในความสนใจประชาชน คดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ซึ่งเท่าที่รับรายงานก็มีการฟ้องร้องคดีใหม่ไปแล้ว และออกหมายแดงไปแล้ว และขอให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการชี้แจงไปบ้างแล้ว ซึ่งมีความก้าวหน้า ทั้งการประสานงานกับต่างประเทศก็ครบถ้วนแล้ว ก็เหลือแต่เพียงได้ตัวกลับมาเท่านั้นเอง ไม่ใช่นิ่งนอนใจ ไม่ได้เก็บเรื่องไว้ในกระเป๋า ทุกเรื่องนายกฯ เอามาดำเนินการให้หมด หลายๆ ท่านออกมาพูดว่านายกฯ ไม่ทำอะไรเลย ถ้าไม่ทำจะมีคดีไหมล่ะ มันจะมีการหนีคดีหรือเปล่า วันนี้ทุกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้ว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ปารีณา ไกรคุปต์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง, ผิดจริยธรรมร้ายแรงรุกป่า, รุกป่า, ส่งอัยการฟ้องศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_6022a0b6b68ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต. เตรียมศึกษาข้อกฎหมาย หลัง &#039;สุรพล&#039; จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย 70 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นายสุรพล&amp;nbsp;เกียรติ​ไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เตรียมฟ้องสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 70 ล้านบาท หลังจากศาลฎีกา​แผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษายกคำร้องกรณีที่ กกต.ให้ใบส้มเพิกถอน​สิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นชั่วคราว 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.62 หลังกกต.กล่าวหาว่าการใส่ซองทำบุญให้กับพระสงฆ์​จำนวน 2,000 บาทมีมูลความผิดว่าด้วยพระราช​บัญญัติ​ประกอบ​รัฐธรรมนูญ​ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 โดยทาง กกต.เตรียมขอคัดสำเนาคำพิพากษา เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายก่อนเข้าสู่ที่ประชุมกกต.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยของ กกต. เป็นการใช้ดุลพินิจตามหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญ ม.225 กำหนดไว้ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สุดและเมื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วและเป็นการกระทำโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ตาม มาตรา 23 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79008</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคเพื่อไทย, สุรพล เกียรติ​ไชยากร, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, ใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63afba388d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกคำร้อง กกต. แจกใบส้ม &#039;สุรพล&#039; ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย กรณีใส่ซองทำบุญ 2 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลอ่านคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบส้ม) และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผู้คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ โดย กกต.ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2562 มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งลงวันที่ 24 ม.ค. 2562 เรื่องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันรับสมัครรับเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี กกต. กล่าวหาว่า การใส่ซองทำบุญให้กับพระสงฆ์จำนวน 2,000 บาท มีมูลความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (2) ฐานให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพูดของผู้คัดค้านไม่ใช่การหาเสียง มีลักษณะเป็นการพูดขอฝากเนื้อฝากตัวอย่างไร จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าผู้คัดค้านไปที่หอประชุมบ้านคู่ฮ้อสามัคคี โดยมีเจตนาเพื่อหาเสียงเป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านถวายเงินจำนวน 2,000 บาท แก่พระครู เพื่อเป็นการสื่อให้ชาวบ้านเข้าใจว่าผู้คัดค้านได้บริจาคเงินสมทบให้แก่กองผ้าป่าสามัคคีของหมู่บ้าน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการให้เงิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน อันจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2) ตามคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อฟังว่าผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามคำร้องแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ตามคำร้อง พิพากษาให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78991</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, สุรพล เกียรติไชยากร, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, ใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2a9124b7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติกกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยสถานะส.ส.&#039;เทพไท&#039; หลังโดนเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค. 63 - มีรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ กรณีศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา จำคุกนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; 2 ปีโดยไม่รอการลงโทษ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี จากกรณีร่วมกระทำผิดทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อปี 2557 ว่าคำพิพากษาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งดังกล่าวแม้ยังไม่เป็นที่สุดจะมีผลให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายเทพไท สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบ มาตรา 98 (4)และมาตรา 96(2) หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเลขาธิการสำนักงานกกต.ได้นำเสนอหนังสือที่นายสรศักดิ์&amp;nbsp; เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีมาถึงในวันนี้ แจ้งถึงการสิ้นสมาชิกภาพของส.ส. ซึ่งระบุว่าสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของสภาผู้แทนราษฎร และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 10 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา 2554 แต่ไม่มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ กรณีของนายเทพไทนั้น สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วเห็นว่า หากกกต.มีเหตุสงสัยว่าสมาชิกภาพของนายเทพไทสิ้นสุดลงหรือไม่ก็สามารถใช้อำนาจส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 82 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรณีดังกล่าวในส่วนของสำนักงานยังอยู่ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชขอคัดสำเนาคำพิพากษาจากศาลนครศรีธรรมราช เพื่อส่งมาให้ยังสำนักงานกกต.กลางเสนอประกอบความเห็นของสำนักงานฯที่จะเสนอต่อ กกต.ว่า กรณีดังกล่าวทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6)&amp;nbsp; ประกอบมาตรา 98( 4 )และมาตรา 96 ( 2) และมาตรา 42(7) ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 กำหนดไว้ชัดเจนเป็นลักษณะต้องห้ามว่า บุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้ามไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. และลักษณะดังกล่าวเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง แต่เมื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีหนังสือมา ทางกกต.ก็เห็นว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะมีข้อถกเถียงกันอยู่ในทางสังคม จึงได้มีมติดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พ้นส.ส., ศาลรธน., เทพไท เสนพงศ์, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4cddffe31a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 06:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 06:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยี้ซ้ำ!&#039;นิพิฏฐ์&#039;กางรธน.ฟันธง&#039;นาที&#039;ลงสมัครส.ส.ไม่ได้หลังศาลฎีกาตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

28 ส.ค.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง คำพิพากษาศาลฎีกา กรณี นางนาที รัชกิจประการ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-วันนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีคำพิพากษา สั่งจำคุกนางนาที รัชกิจประการ 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 1 ปี กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ผลจะเป็นว่า
1.นางนาที รัชกิจประการ พ้นจากการเป็นส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(13) ที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกแม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
-ปัญหาว่า นางนาที ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ศาลไม่ได้วินิจฉัยส่วนนี้ แต่ศาลวินิจฉัย ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีกำหนด 5 ปี และดูเหมือนเวลา 5 ปี ได้ผ่านไปแล้ว เอาเถอะ อันนี้ ไม่ใช่สาระอะไร เพราะเขาต้องพ้นตำแหน่งไปแล้วตามม.101(13)
-ที่ถามกันมากคือ นางนาที จะสมัครส.ส.ได้อีกหรือไม่ กรณีนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 98( 9 ) บัญญัติว่า บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (9) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือ เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
-กล่าวโดยสรุป สมัครไม่ได้แล้ว
ตามรธน.มาตรา 98(9)
*นี่เป็นความเห็นทางกฎหมายครับ/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75772</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, นางนาที รัชกิจประการ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e780f1810158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวกันเป็นแถบ!&#039;อิศรา&#039;เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาคดี ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ จ.อ่างทอง ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.62 - สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า การเพิกถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เนื่องจากผู้สมัครขาดคุณสมบัติหลายร้อยคดี มิใช่เฉพาะกรณีการถือครองหุ้นสื่อมวลชนคดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร , ผลจากกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นผลให้ผู้สมัครนับร้อยคนมิได้เป็นสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ,กรณีนายโอวภัทร คลังเพ็ชร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ 4 จ.พิษณุโลก พรรคภราดรภาพ ถูกให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ ตามที่สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดสำนักข่าวอิศรานำคดีผู้สมัคร ส.ส.ถือหุ้นสื่ออีกคดีหนึ่งจากจำนวนรวมประมาณ 9 คดี (เท่าที่ตรวจพบ) มารายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เป็นคดีนายคมสัน ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาชาติ ถูก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากนายคมสันเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบการกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่ายและออกหนังสือพิมพ์ ต่อมานายคมสันยื่นคำร้องคัดค้านคำวินิจฉัยต่อศาลฎีกา กระทั่ง 8 มี.ค.2562 ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 1356/2562 ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปคำพิพากษาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้อง (นายคมสัน ศรีวนิชย์) ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตของพรรคประชาชาติ ผู้คัดค้าน (ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตการเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดอ่างทอง) ไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้รับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจําหน่ายและออกหนังสือพิมพ์ ผู้ร้องมิได้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ขอให้มีคําสั่งให้ ผู้คัดค้านเพิ่มชื่อผู้ร้องในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านว่า ก่อนประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต ผู้คัดค้านได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตแล้ว ปรากฏว่าผู้ร้องขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ขอให้ยกคําร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 48 บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...&amp;rdquo; และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัคร รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;hellip;(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือ สื่อมวลชนใดๆ...&amp;rdquo; ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการ หนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ มิได้ ข้อเท็จจริงตามคําร้อง คําคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดี และตามที่ปรากฏในทางการไต่สวนปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ที.เอ็ม.อินเตอร์เนชั่นแนล อิมพอร์ท เอ็กซ์พอร์ท จํากัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือจําหน่าย และออกหนังสือพิมพ์ด้วย ดังนี้ ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้ร้องอ้างข้อเท็จจริงว่าแม้มีวัตถุประสงค์ดังกล่าวแต่บริษัทไม่ได้ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์เลย ฟังไม่ขึ้น ดังนั้นที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตของพรรคประชาชาติชอบแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอิศรารายงานว่า คดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อน คดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้นสื่อ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 ข้อเท็จจริงทั้งสองคดีคล้ายกัน&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นส.ส., สำนักข่าวอิศรา, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf12d98bf6c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ตัดสิทธิผู้สมัครส.ส.อีก 11 คน เหตุขาดคุณสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานกกต.เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า กกต.มีมติสั่งให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 11 คน ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายอธิป &amp;nbsp;แท่นรัตนกุล &amp;nbsp;ผู้สมัครเขต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นนทบุรี นายวัฒนา &amp;nbsp;เทพน้ำทิพย์ &amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นนทบุรี น.ส.พรสุปรีฐ์ &amp;nbsp;บุปผานนทพัฒน์ เขต&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นนทบุรี นายสมพงษ์ &amp;nbsp;รัตนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น พรรคพลังไทยรักไทย&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังพบว่ามีพรรคอื่นด้วย คือนายสุทัศน์ &amp;nbsp;สัตย์แสง พรรคพลังปวงชนไทย เขต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จ.สุรินทร์ นายธนัท วัฒนะสิริโชค พรรคประชาธรรมไทย เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นครราชสีมา นายวัชระ วัชระกวีศิลป์ พรรคพลังชาติไทย เขต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จ.ร้อยเอ็ด นายเคน&amp;nbsp;วิเศษสุนทร &amp;nbsp; พรรครวมใจไทย เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมากกว่า 1 พรรค โดยไม่ให้นำคะแนนของผู้สมัครเหล่านั้นไปใช้ในการคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบผู้ที่ขาดคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ นายบุญชู &amp;nbsp;แก้วกระจ่าง พรรคพลังชาติไทย เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จ.ราชบุรี เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน และไม่ได้เป็นผู้ร่วมกันจดจัดตั้งพรรคการเมือง นายณัฑฐภณ ฉิมอินทร์&amp;nbsp;พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข&amp;nbsp;7เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่&amp;nbsp;หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ นายสำเร็จ&amp;nbsp;วงศ์ศักดา พรรคชาติพัฒนา หมายเลข&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ อย่างไรก็ตามผู้สมัครทั้งหมดไม่ชนะการเลือกตั้งส.ส.ในแต่ละเขต แต่คะแนนของทั้ง 11 คนรวมกันแล้วมีประมาณ 12,292 คะแนน ซึ่งจะถูกนำไปหักออกจากคะแนนรวมของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่งผลให้คะแนนค่าเฉลี่ยของส.ส.1 คน ลดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b4061f41423c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
