<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ออกคำแนะนำลูกค้า&#039;เอเชียประกันภัย&#039; หลังถูกเพิกถอนในอนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;16 ต.ค. 2564 &amp;nbsp;หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการธุรกิจประกันภัยของบริษัทเอเชียประกันภัย เพื่อเปิดทางให้กองทุนประกันภัยเข้ามารับช่วงในการจ่ายคืนเบี้ยประกันในส่วนกรมธรรม์ที่ยังมีผลคุ้มครองอยู่ก็จะนำมาซื้อกับ 13 บริษัทดังกล่าว โดยบริษัทต่างๆจะมีส่วนลดให้&amp;nbsp;
และนี่คือ คำแนะนำต่างๆจาก คปภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงลูกค้าเอเชียประกันภัยทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลังเพิกถอนใบอนุญาต เอเชียประกันภัย คปภ.พร้อมดูแลประชาชนไม่ให้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119879</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., เพิกถอนใบอนุญาต, เอเชียประกันภัย 1950</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616a21b4ad141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน คลังเพิกถอนใบอนุญาต เอเชียประกันภัย คปภ.พร้อมดูแลประชาชนไม่ให้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการธุรกิจประกันภัยของบริษัทเอเชียประกันภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ชี้แจงว่า การเพิกถอนดังกล่าว เป็นมาตรการที่จำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งต้องเร่งดำเนินการ เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ผู้เอาประกันและพี่น้องประชาชน โดยคปภ.ได้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการขั้นสูงสุด ซึ่งจริงๆแล้วถ้าไม่จำเป็น เราคงไม่อยากทำ แต่ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา จึงจำเป็นต้องเพิกถอน เพื่อให้กองทุนประกันภัยเข้าไปรับช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลที่ต้องเพิกถอนใบอนุญาต นั้น สืบเนื่องจากบริษัทมีหนี้สินมากกว่า ทรัพย์สิน โดยมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ มีการจ่ายสินไหมล่าช้า และมีการนำเสนอขายแบบประกันไม่เป็นไปตามแบบนายทะเบียน และเป็นไปในลักษณะที่อาจจะเกิดความเสียหายกับผู้เอาประกันและประชาชน กับ ประกอบกับบริษัทไม่สามารถหาผู้ร่วมทุน ประกอบกับเลิกจ้าง พนง. ทำให้บริษัทไม่มีความพร้อม พร้อมกระทำการฝ่าฝืน ถ้ายังให้เปิดประกอบการ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการนำเสนอบอร์ดคปภ.ให้มีการพิจารณาในวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ซี่งมติบอร์ดคปภ. จึงได้มีความเห็นควรเสนอให้รมว.คลังให้เพิกถอน ใบอนุญาต ซึ่งรมต.ได้พิจารณาแล้ว จึงเห็นควรสั่งเพิกถอนใบอนุญาต โดยรมว.คลังได้ลงนามให้มีผลในวันนี้(15 ต.ค.64)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คปภ.ได้เตรียมการรองรับการสั่งเพิกถอนดังกล่าว เพื่อไม่ได้รับผลกระทบกับพี่น้องประชาชน จึงได้บูรณาการออกคำสั่งให้กองทุนประกันภัยเข้ามารับช่วงในการจ่ายคืนเบี้ยประกันในส่วนกรมธรรม์ที่ยังมีผลคุ้มครองอยู่ โดยร่วมกับ 13 บริษัทประกันภัยในการจะรับโอนกธ.ประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุ หลังจากได้รับการคืนเบี้ยจากกองทุนฯแล้ว ก็จะนำมาซื้อกับ 13 บริษัทดังกล่าว โดยบริษัทต่างๆจะมีส่วนลดให้ นอกจากนี้กองทุนฯจะยังทำหน้าที่รวมถึงการรับเคลมสินไหมโควิดและประกันรถยนต์และประเภทอื่นๆที่มีการยื่นเรียกร้องสินไหมเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของประกันโควิดเจอจ่ายจบนั้น ก็จะให้กองทุนฯคืนเบี้ยประกันให้กับผู้เอาประกัน และนำไปซื้อประกันโควิดในรูปแบบโคม่า กับบริษัททิพยประกันภัย ซึ่งเปิดจำหน่ายด้วยเบี้ยประกัน 300 บาท คุ้มครองกรณีเสียชีวิต 3 แสนบาท ทั้งนี้ทางคปภ.ยังไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ และมีการเตรียมการสถานที่พร้อมจะรองรับประชาชนที่จะมาเรียกร้องสิทธิ์ค่าสินไหมต่างๆ หรือการรับคืนเบี้ยประกันเพื่อนำไปซื้อประกันกับบริษัททิพยฯต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119830</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., คลัง, เพิกถอนใบอนุญาต, เอเชียประกันภัย, เอเชียประกันภัย 1950</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616955a0b53af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.เร่งถอนใบอนุญาตดัดหลังผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.2563 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยว่า สมอ. สั่งเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าที่ สมอ. ควบคุม ซึ่งเป็นสินค้าที่หากไม่ได้มาตรฐานแล้ว จะส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ จำนวน 1,129 ฉบับ เนื่องจากไม่แจ้งข้อมูลการนำเข้าสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ทั้งนี้ ก่อนเพิกถอนใบอนุญาต สมอ. ได้ดำเนินการทั้งแจ้งเตือน และสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตที่ผู้นำเข้าต้องแจ้งปริมาณการนำเข้าสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตทุกครั้ง เพื่อป้องกันมิให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาจำหน่าย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สินค้าที่ผู้ประกอบการนำเข้า และถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จำนวน 1,129 ฉบับ เป็นสินค้าที่ สมอ. ควบคุม ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 707 ฉบับ ของเล่น 341 ฉบับ เหล็กและวัสดุก่อสร้าง 52 ฉบับ เครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก ก๊อกน้ำ ฝักบัวอาบน้ำ 25 ฉบับ เครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก 3 ฉบับ และกระจกนิรภัยสำหรับยานยนต์ 1 ฉบับ ซึ่งสินค้าเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สมอ. จึงต้องควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว จะไม่สามารถขออนุญาตนำเข้าสินค้าชนิดนั้นได้ จนกว่าจะพ้น 6 เดือน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง โดย สมอ. จะตรวจสอบผู้ประกอบการเหล่านี้ต่อไปให้ถึงที่สุด ว่าที่ผ่านมา นำเข้าสินค้าอะไรเข้ามาบ้าง และทำไมไม่ยอมแจ้งการนำเข้า หากมีการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้รับใบอนุญาต จะต้องโดนลงโทษตามกฎหมายเพิ่มอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าวของ สมอ. เป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำให้ สมอ. ดูแลผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้าที่ดี มีมาตรฐาน &amp;nbsp;นอกจากภารกิจด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้แล้ว &amp;nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการให้ประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ละเมิดกฎหมาย และไม่เอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค เพราะนอกจากท่านจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ท่านยังไม่สามารถค้าขายสินค้านั้นได้อีกจนกว่าจะดำเนินการอย่างถูกต้อง&amp;rdquo; นายวันชัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76060</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันชัย พนมชัย, สมอ., สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.), เพิกถอนใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4cc35b9516e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการ &#039;ธนกฤต&#039; ชี้กรมขนส่งฯใช้เหตุ &#039;สูงอายุ&#039; เพิกถอนใบขับขี่ตลอดชีพไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.63 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวถึงกรณีกรมการขนส่งทางบก เสนอเพิกถอนใบขับขี่ตลอดชีพ มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกมีโครงการที่จะให้ผู้ถือใบอนุญาตขับรถแบบตลอดชีพที่เป็นผู้สูงอายุ ทำการทดสอบสมรรถภาพความพร้อมในการขับขี่ เนื่องจากผู้ขับรถที่สูงอายุอาจมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมในการขับรถ และที่ผ่านมามีอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นจากผู้สูงอายุที่มีใบอนุญาตขับรถแบบตลอดชีพ และอาจมีการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพของผู้สูงอายุที่สภาพร่างกายไม่พร้อมในการขับรถ โดยในขณะนี้มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตลอดชีพประมาณ 1 ล้านคน นั้น ผมขอให้ความเห็นส่วนตัวทางวิชาการในข้อกฎหมายต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเพิกถอนใบอนุญาตขับรถด้วยเหตุที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมีสภาพสังขารร่างกายที่เสื่อมลงจากเหตุสูงอายุนั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 46 มาตรา 47 และมาตรา 49 ไม่ได้กำหนดให้การที่สภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุ เป็นเหตุให้ถือว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามสำหรับการมีใบอนุญาตขับรถ โดย พ.ร.บ.รถยนต์ บัญญัติถึงกรณีสภาพร่างกายที่ทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการมีใบอนุญาตขับรถประเภทต่างๆไว้ เช่น มีร่างกายพิการจนเห็นว่าไม่สามารถขับรถได้ มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไม่รวมถึงกรณีสภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 53 วรรคสอง เพื่อเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม ต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงต้องปรากฏเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติเสียก่อน แล้วจึงจะเรียกบุคคลนั้น ๆ เป็นรายบุคคลมาตรวจสอบได้ &amp;nbsp;ไม่ใช่จะสามารถเรียกทุก ๆคนมาสุ่มตรวจแบบเหมาเข่งทั้งหมดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การกำหนดเกณฑ์ว่าคนที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไป ทุกคนต้องมาทดสอบสมรรถภาพในการขับรถ เพื่อค้นหาและตรวจสอบว่าใครที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามบ้าง โดยเชื่อว่าคนที่อายุ 70 ปีขึ้นไปอาจมีสภาพร่างกายไม่พร้อมในการขับรถ การกำหนดเช่นนี้ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย เพราะยังไม่ปรากฏเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่าบุคคลที่อายุ 70 ปี ขึ้นไปทุกคนมีสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะขับรถได้ และคนที่อายุ 70 ปี ขึ้นไป ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถขับรถได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะเรียกบุคคลอายุ 70 ปี ขึ้นไปมาทำการทดสอบสมรรถภาพการขับรถ จึงจะต้องมีเหตุที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ขับรถรายนั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติเสียก่อน ถึงจะสามารถเรียกบุคคลนั้นมาตรวจสอบได้ตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญ คือ ตามที่กล่าวไปแล้ว การที่สภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุ ไม่ถือเป็นการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามที่จะมีใบอนุญาตขับรถตาม พ.ร.บ.รถยนต์ &amp;nbsp;ดังนั้น จะมาใช้เหตุสภาพร่างกายเสื่อมลงด้วยเหตุสูงอายุ เพื่อเรียกบุคคลใดมาตรวจคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายด้วยการทดสอบสมรรถภาพการขับรถ เพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของบุคคลนั้นไม่ได้ และยังเป็นการสร้างผลกระทบและภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนจำนวนมากอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่กรมการขนส่งทางบกมีแนวความคิดที่จะลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วย แต่ควรตรวจสอบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยว่า สาเหตุหลักเกิดจากเรื่องใด ขับรถเร็ว ขับรถประมาท ดื่มสุราเสพของมึนเมาขณะขับรถ บทลงโทษตามกฎหมายไม่เหมาะสม มีบทลงโทษที่เบาเกินไปหรือว่ามีสาเหตุจากเรื่องใด แล้วเร่งรีบดำเนินการพิจารณาแก้ไขสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากเหตุนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมและได้ผลในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้มากกว่า&amp;quot;ดร.ธนกฤต กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73839</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผู้สูงอายุ, กฎหมาย, ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล, พ.ร.บ.รถยนต์, เพิกถอนใบขับขี่ตลอดชีพ, เพิกถอนใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200808/image_big_5f2e9e558244f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทยสภาสอบ หมอบอนด์รีวิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แพทยสภาขึงขัง เตรียมเรียกหมอบอนด์เข้าชี้แจงรีวิวผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ชี้เป็นการใช้วิชาชีพไปหาประโยชน์ทั้งที่มีข้อห้าม โทษสูงสุดถึงเพิกถอนใบอนุญาต สุดท้ายแบะท่าอาจแค่ตักเตือนเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา กล่าวถึงกรณีตำรวจออกหมายเรียก นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์ หรือหมอบอนด์ ที่รีวิวสินค้า &amp;quot;คลีโอ&amp;quot; ในเครือข่ายผลิตภัณฑ์เมจิก สกิน ร่วมกับ น.ส.ปวีณา นามสงคราม หรือน้ำผึ้ง เทคมีเอาท์ ภรรยา และนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย โดยคลิปรีวิวดังกล่าว หมอบอนด์ได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการใช้วิชาชีพแพทย์ไปขายของ ไปหาประโยชน์ หรือไปรับรองผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งถือว่าผิดข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 ข้อ 44 ที่ระบุว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด ถ้าต้องการแสดงตนเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชน จะต้องไม่ใช้คำว่า นายแพทย์ แพทย์หญิง คำอื่นใด หรือกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็น หรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำอย่างใดๆ ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สัมพันธ์กล่าวว่า หากเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น เครื่องบิน รถ ก็คงไม่เป็นอะไร แต่การรีวิวดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยาลดความอ้วน ฟอกขาว พวกนี้กระทำไม่ได้ แต่ก็มีเปิดช่องไว้ในข้อบังคับข้อที่ 45 คือ เมื่อแสดงความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องเปิดเผยด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากธุรกิจนั้น เช่น เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ร่วมทุน เป็นเจ้าของเอง เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าคุณต้องการขายของหรือไม่ สำหรับบทลงโทษในเรื่องจริยธรรมนั้นมี 4 ระดับคือ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมามักจะเป็นการว่ากล่าวตักเตือน เนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้กฎหมายหรือข้อบังคับ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีของหมอบอนด์ก็คงต้องมีการสอบสวน โดยเลขาธิการแพทยสภาจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภาครั้งถัดไป คือช่วงกลางเดือนพฤษภาคม โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ร้อง เพื่อตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนจริยธรรม โดยจะสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ลึกซึ้งแค่ไหน มีส่วนรู้เห็นแค่ไหน ว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่ มีสารที่มีปัญหาต่อสุขภาพหรือไม่ คาดว่าไม่น่านาน เพราะค่อนข้างชัดเจน แต่ต้องให้เจ้าตัวเข้ามาชี้แจงด้วย ซึ่งระดับของโทษทางจริยธรรมจะพิจารณาว่าเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากเขาไม่รู้ ไม่ทราบจริงๆ ก็อาจจะเป็นเพียงการว่ากล่าวตักเตือน&amp;quot; นพ.สัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จริงๆ แล้วแพทย์ควรจะรู้ข้อบังคับของแพทยสภาหรือไม่ นพ.สัมพันธ์กล่าวว่า ข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจน แต่จะมีกี่คนที่อ่านข้อบังคับ แต่โดยจิตวิญญาณแล้วน่าจะรู้ระดับหนึ่งว่าไม่เหมาะสมในการนำวิชาชีพแพทย์ไปขายผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือไปรับรอง ซึ่งก็ไม่ต่างจากวิชาชีพอื่น เช่น พยาบาล ทันตแพทย์ หรือเภสัชกร ที่มีระเบียบข้อบังคับคล้ายๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าในการเรียนก็มีเรื่องจริยธรรมก็น่าจะรู้หรือไม่ โทษจึงไม่ควรเป็นเพียงว่ากล่าวตักเตือน นพ.สัมพันธ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วแพทย์เรียนค่อนข้างหนัก อย่างกฎหมายหรืออะไรที่ไม่เกี่ยวกับแพทย์ก็ต้องเรียนเยอะ ไม่สามารถรู้ได้ทุกแง่ทุกมุม เด็กจบแพทย์ใหม่ปีละ 3,000 คน เชื่อว่ามีไม่ถึง 100 คนที่ทราบ อย่างไรก็ตาม แพทยสภาจะใช้กรณีดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ในการเตือนแพทย์คนอื่นๆ ว่าไม่ควรกระทำในลักษณะเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนไทยเชื่อคนง่าย และยิ่งเป็นหมอก็ยิ่งเชื่อถือ จึงอยากย้ำว่าอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเห็นว่าเป็นหมอ แต่ควรมีการตรวจสอบก่อนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่าน อย.หรือไม่ และหน่วยงานที่รับผิดชอบควรมีคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้ประชาชนโทรศัพท์สอบถาม และควรมีข้อสงสัยว่าส่วนผสมของผลิตภัณฑ์มีอะไรบ้าง มีสารอันตรายหรือไม่ เพราะเวลาขายของจริงอาจมีการใส่ส่วนผสมเกินไปกว่าที่จดแจ้งได้&amp;quot; นพ.สัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข มีการแถลงข่าว โดย นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า อย.ได้มีการเฝ้าระวังกรณีการตรวจจับสินค้าเครือข่ายเมจิก สกิน มาตั้งแต่ต้น โดยผลิตภัณฑ์ได้มาจดแจ้งกับ อย.ในปี 2560 และ อย.ได้สุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 กระทั่งมีคำสั่งเพิกถอนเรียกคืนผลิตภัณฑ์จำนวน 266 รายการ และประกาศให้ประชาชนทราบในเดือน มี.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ อย.กล่าวถึงการรีวิวของดารา นักร้อง ว่าการโฆษณานั้น โดยหลักการแล้ว ทุกคำพูด ทุกประโยคต้องได้รับอนุญาต โดยจะต้องไม่มีข้อความเกินจริงทุกคำพูด ไม่เช่นนั้นเป็นความผิด ซึ่งหากตัวดารา นักร้องไม่สะดวกเข้ามาเอง ทางบริษัทต้นสังกัดควรมาขออนุญาตแทน ซึ่งขอเตือนดารา นักร้อง ว่าหากมีการรีวิวผลิตภัณฑ์และเกิดการตายของผู้บริโภคขึ้น จะมีโทษสูงสุดคือการจำคุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวถึงอาหารเสริมลีน ที่มีข่าวผู้ที่กินเข้าไปเสียชีวิตหลายราย โดยกรณีที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 พบผู้ชายอายุ 47 ปี เสียชีวิตที่ จ.ปทุมธานี โดยพี่สาวผู้ตายให้การว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ได้กินยาลดความอ้วนมา 2 เดือน เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบผลิตภัณฑ์ Lyn DTOX fS3 (ลีนกล่องสีดำ) และผลิตภัณฑ์ Lyn BLOCK BURN BREAK BUILD (ลีนกล่องสีขาว) จึงได้เก็บผลิตภัณฑ์ลีนทั้งสองรายการไปตรวจสอบว่ามีสารอันตรายหรือไม่ สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ และในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่จาก อย. สสจ.ปทุมธานี ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้สนธิกำลังร่วมกันตรวจสอบ ณ สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินเข้าไปเสียชีวิต, น.ส.ปวีณา นามสงคราม, นพ.ปิยะพงษ์ โหวิไลลักษ์, บริษัท เมจิก สกิน จำกัด, รีวิวผลิตภัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอบอนด์, อาหารเสริมลีน, เพิกถอนใบอนุญาต, แพทยสภาขึงขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae71d7b517b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
