<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แจกแหลก &#039;ครม.&#039; เคาะเพิ่มวงเงินผ่านบัตรคนจน-คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้ ให้จับจ่ายก่อนสิ้นปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 2564 นายพรชัย&amp;nbsp; ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 รับทราบและอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คณะกรรมการฯ) ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 โดยคณะกรรมการฯ เห็นควรให้ความเห็นชอบและอนุมัติการเพิ่มวงเงินสนับสนุนในโครงการ ดังนี้ (1) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 (โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรฯ ระยะที่ 3) (2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ) (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และ (4) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 ให้แก่กลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน และผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ตลอดจนเพื่อพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ผ่านการเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรฯ ระยะที่ 3 เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เพิ่มเติม จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564 (รวม 600 บาทต่อคน) ให้แก่ผู้มีบัตรฯ จำนวนไม่เกิน 13,537,294 คน รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 500 บาทต่อคนต่อเดือนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*เดิมที่ผ่านมาช่วง ก.ค. - ต.ค. รัฐบาลให้เพิ่มเดือนละ 200 บาทอยู่แล้ว แต่รอบใหม่ พ.ย. - ธ.ค. ให้เดือนละ 200 + 300 (ที่ ครม. มีมติเพิ่มให้วันนี้) รวมให้เดือนละ 500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าฯ และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เพิ่มเติม จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564 (รวม 600 บาทต่อคน) ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ จำนวนไม่เกิน 2,306,469 คน รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 500 บาทต่อคนต่อเดือนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เพิ่มเติมวงเงินสนับสนุนรัฐร่วมจ่าย รอบที่ 3 จำนวน 1,500 บาทต่อคน ในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564 (โดยนำไปรวมกับวงเงินคงเหลือจากรอบที่ 1 และ 2 ของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โดยอัตโนมัติ) ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวนไม่เกิน 28,000,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพิ่มวงเงินสนับสนุนบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) ของรัฐ จำนวน 3,000 บาทต่อคน ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จำนวนไม่เกิน 1,000,000 คน โดยมีผลกับวงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1สำหรับผู้ได้รับสิทธิที่มียอดใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาท&amp;nbsp; ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564 จะนำยอดใช้จ่ายมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ได้ ดังนี้ (1) ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1 &amp;ndash; 40,000 บาทแรก ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน (2) ยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,000 &amp;ndash; 80,000 บาท ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 6,000 บาทต่อคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.2 สำหรับผู้ได้รับสิทธิที่มียอดใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher เต็มจำนวน 60,000 บาท &amp;nbsp; ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564 ซึ่งมีสิทธิได้รับ e-Voucher จำนวน 7,000 บาทเรียบร้อยแล้ว จะมีสิทธิได้รับ e-Voucher เพิ่มเติม หากมีการใช้จ่ายเพิ่มเติม จำนวนไม่เกิน 20,000 บาท ในระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 จะได้รับสิทธิ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; e-Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่ายเพิ่มเติมดังกล่าว แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จะได้รับสิทธิ e-Voucher รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 10,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ และสามารถใช้จ่าย e-Voucher ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 มีผู้ใช้สิทธิสะสมทั้ง 4 โครงการรวมกว่า 40.04 ล้านราย ยอดใช้จ่ายสะสมทั้งหมด 114,819.9 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรฯ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 13.54 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 10,515.1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวนกว่า 1.21 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 770.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 25.21 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิ 27.7 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 100,734.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 51,195.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 49,539.0 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 82,872 ราย จากผู้ได้รับสิทธิกว่า 4.78 แสนราย โดยเป็นยอดการใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 2,663 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายส่วน e-Voucher สะสม 137 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ยังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 22.00 น. ของทุกวัน ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; จนกว่าจะครบ 28 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิเหลือกว่า 2 แสนสิทธิ สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิคงเหลือกว่า 5.2 แสนสิทธิ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120206</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ครม., บัตรคนจน, ยิ่งใช้ยิ่งได้, เพิ่มกำลังซื้อ, เพิ่มวงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156d41b5f92d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลปลื้มประชาชนออกมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินสะพัด 9.6 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10​ ต.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้โอนเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท เข้าแอปฯ เป๋าตัง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม และสามารถใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ อย่าง GRAB และ LINE MAN ได้ เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้ขณะนี้ยอดรวมของมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น มียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 39.62 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 96,217 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 24.81 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 82,670.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 42,032.9 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 40,637.3 ล้านบาท 2) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 79,964 คน ยอดใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 2,508 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 114 ล้านบาท 3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.54 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 10,188.3 ล้านบาท และ 4) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.19 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 736.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมที่ประชาชนมีการปรับตัวและทยอยออกมาใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่กันแล้ว มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลวางไว้ ทำให้วันนี้ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและเศรษฐกิจกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดการใช้จ่ายโครงการสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด เพียง 4 วันแรก (4 &amp;ndash;7 ตุลาคม 2564) ของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสม 112.4 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 57.9 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 54.5 ล้านบาท ส่วนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสม 94,703 บาท แล้ว ทั้งนี้ ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ อย่าง GRAB และ LINE MAN ในการสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่ม โดยรัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายแบบไม่รวมค่าจัดส่ง ซึ่งตอนนี้มีร้านค้าให้บริการผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้ว กว่า 54,000 ราย ประชาชนสามารถสั่งซื้อได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash;20.00 น. ของทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ประชาชนมีการปรับตัวและทยอยออกมาใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่กันแล้ว ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ COVID-Free Setting และทุกคนป้องกันตัวเองแบบสูงสุดครอบจักรวาล Universal Prevention ประกอบกับการที่รัฐบาลเดินหน้าฉีดวัคซีนตามแผน และมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลเร่งรัดเดินหน้าเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยในทุกด้าน เพื่อให้สอคคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังคลี่คลาย ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119278</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่งเฟส 3, ธนกร วังบุญคงชนะ, ยิ่งใช้ยิ่งได้, เพิ่มกำลังซื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd34d85c471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเปิดยอดใช้จ่ายโครงการรัฐ &#039;คนละครึ่ง - เพิ่มกำลังซื้อ&#039; พบวงเงินสะพัดรวม 1,646  ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ COVID-19 ซึ่งประกอบด้วย โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โครงการเพิ่มกำลังซื้อกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 3 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งพบว่าในการใช้จ่ายวันแรก มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวมกว่า 7.8 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวม ทั้งหมด 1,646.3 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 3.5 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายรวม 791.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 399.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 391.8 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 3,428 ราย โดยเป็นยอดการใช้จ่ายรวม 9.1 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 4.2 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 826.3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิจำนวนกว่า 1 แสนราย มียอดการใช้จ่ายรวม 19.6 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการคลังได้ย้ำว่า การใช้จ่ายในทุกโครงการ จะต้องเป็นการจ่ายเงินระหว่างประชาชนกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการแบบพบหน้า (face-to-face) เท่านั้น และจะต้องไม่มีกระบวนการใดๆ รองรับการซื้อขายที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือผ่านคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ที่เป็นการหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมแบบพบหน้าดังกล่าว เช่น การนำ QR Code ไปคัดลอกส่งต่อแก่บุคคลอื่นเพื่อสแกนจ่ายเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและตรวจสอบความถูกต้องได้ นอกจากนี้ ในการสแกนจ่ายค่าสินค้าหรือบริการจะต้องระบุยอดเงินให้ตรงตามมูลค่าสินค้าหรือบริการนั้น เนื่องจากไม่สามารถทอนเงินหรือรับแลกสินค้าหรือบริการคืนเป็นเงินสดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยสามารถตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมแต่ละโครงการได้ที่ www.คนละครึ่ง.com หรือ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108386</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;คนละครึ่งเฟส  3&quot;, กุลยา ตันติเตมิท, มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้, ยอดการใช้จ่ายวันแรก, เพิ่มกำลังซื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7c0817904.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอส เอาด้วย พร้อมให้ซื้อตั๋วผ่านโครงการ &#039;คนละครึ่ง&#039; และ &#039;เพิ่มกำลังซื้อ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มิ.ย.2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่าในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;เป็นวันแรกซึ่งประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วม โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; เฟส 3 และโครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; จะสามารถใช้เงินสนับสนุนจากทางภาครัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) &amp;nbsp;และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการสัมผัสเงินสด และสร้างความปลอดภัย มั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐบาลขอความร่วมมือ &amp;nbsp;ซึ่งผู้โดยสารที่มีการลงทะเบียนในโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; เฟส 3 และ โครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; จะสามารถเริ่มชำระ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าสายสีทอง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งประเภทบัตรโดยสารที่รับชำระผ่านทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ บัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) สามารถมาติดต่อขอรับสิทธิได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มผู้ได้สิทธิในการใช้ เพื่อชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า มีดังนี้ 1.ผู้โดยสารถือบัตรประชาชน2.ผู้โดยสารถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.ผู้โดยสารที่โหลดแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2617 6000 Line Official : @btsskytrain หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application &amp;lsquo;BTS SkyTrain&amp;rsquo; และแฟนเพจ Facebook : รถไฟฟ้าบีทีเอส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108266</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, รถไฟฟ้าบีทีเอส, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, เพิ่มกำลังซื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608df0db5d54c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เปิดให้ใช้ &#039;คนละครึ่ง&#039; ซื้อตั๋ว รถไฟฟ้า MRT ทั้งสีน้ำเงิน และสายสีม่วง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของ COVID-19 รองรับผู้ใช้สิทธิ์โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo; และโครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; โดยผู้มีสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว สามารถนำมาใช้ชำระค่าตั๋วโดยสารในการเดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;บัตรประชน&amp;rdquo; โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์โครงการดังกล่าว สามารถใช้สิทธิ์ซื้อเหรียญโดยสารประเภทบุคคลทั่วไป หรือ ประเภทผู้สูงอายุ (สำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิ์) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายละเอียดการใช้สิทธิ์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo;
ผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง เฟส 3&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (G-Wallet) สามารถติดต่อซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี โดยระบบจะตัดเงินจากโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo;
ผู้ได้รับสิทธ์ในโครงการ &amp;ldquo;เพิ่มกำลังซื้อ&amp;rdquo; แบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้
&amp;bull; กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ &amp;nbsp;ต้องนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาใช้สิทธิ์ โดยติดต่อซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี
&amp;bull; กลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ต้องนำบัตรประชาชนมาใช้สิทธิ์ โดยติดต่อซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับสิทธ์ในสองโครงการดังกล่าว สามารถซื้อเหรียญโดยสาร ประเภทบุคคลทั่วไป หรือ ประเภทผู้สูงอายุ (สำหรับผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิ์) ได้เท่านั้น เมื่อซื้อเหรียญโดยสารแล้วไม่สามารถขอเปลี่ยนหรือคืนได้ทุกกรณี เหรียญโดยสารสามารถใช้เดินทางในวันที่และสถานีที่ออกเหรียญเท่านั้น สิทธิ์ในโครงการฯ ไม่สามารถใช้เติมเงิน เติมเที่ยวโดยสาร ชำระค่าที่จอดรถ หรือชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ของรถไฟฟ้า MRT ได้ &amp;nbsp;ทั้งนี้เงื่อนไขการเดินทางและเงื่อนไขการใช้บัตรโดยสารเป็นไปตามที่ รฟม. และบริษัทฯ กำหนด
ในกรณีที่ผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ พบปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือ สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่ธนาคารกรุงไทย โทร. 02 2111 9999 กด 3 หรือ E-mail : Ktb.merchant@krungthai.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108256</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง เฟส 3, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, เพิ่มกำลังซื้อ, ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd32c821e3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
