<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมปรับเพิ่มอัตราสปีดรถไม่เกิน 120 กม./ชม. เดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ ครั้งที่ 1/2563 ว่า กระทรวงคมนาคมได้ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานการ โดยในส่วนของนโยบายปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ทุกประเภทบนถนนที่มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร (กม.)/ชั่วโมง (ชม.) เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง (Maximum Speed)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดประชุมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาจัดทำ (ร่าง) กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าว ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ภายในสัปดาห์หน้า สนข. จะจัดทำประชาพิจารณ์ระยะเวลา 30 วัน ถึงแนวทางดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจน เกิดประโยชน์สูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน จากนั้นจะเสนอไปยังคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในช่วง มี.ค. 2563 ก่อนเสนอไปให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ และมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน โดยจะนำร่องบังคับใช้กับทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ในช่วงที่มีความพร้อมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดความเร็วของรถแต่ละประเภทตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ระบุไว้ 6 ประเภท ได้แก่ 1.รถบรรทุกที่มีน้ำหนักตัวรถเกิน 2,200 กิโลกรัม รถบรรทุกคนโดยสารที่ใช้บรรทุกคนโดยสารเกิน 15 คน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. 2.รถในขณะที่ลากจูงรถอื่น รถยนต์สี่ล้อเล็ก หรือรถยนต์สามล้อ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.รถจักรยานยนต์ ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. หรือรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันตั้งแต่ 400 ลูกบาศก์เซนติเมตรขึ้นไป ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. 4.รถโรงเรียน หรือรถรับส่งนักเรียน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. 5.รถบรรทุกคนโดยสาร 7- 15 คน ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. และ 6.รถยนต์อื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ดังกล่าวข้างต้นนั้น ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยขับในช่องทางเดินรถช่องขวาสุด ให้ขับโดยใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. (Low Speed) อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้ดังกล่าวนั้น ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ทั่วโลก อาทิ เมืองออโตบาห์น ประเทศเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ยังได้กำหนดอัตราความเร็วสูงสุดเป็น 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และกำหนดประเภทถนนที่ใช้ความเร็วดังกล่าวได้ กล่าวคือ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ที่มีช่องเดินรถทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป เฉพาะถนนที่มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น (Barrier Median) และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน ตลอดจนกำหนดอัตราความเร็วต่ำสุดในช่องขวาให้ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วไว้ให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทขับขี่ในอัตราที่กำหนดไว้ในเครื่องหมายจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเร็วรถที่วิ่งใช้ความเร็วได้ ไม่ใช่ว่าประกาศแล้วจะใช้ได้ทั้งเส้น ต้องดูช่วงที่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่ระบุไว้ โดย ทล. และ ทช. จะต้องไปจัดทำป้ายเครื่องหมายจราจรว่าบริเวณใดใช้ความเร็วได้ มีป้ายบอกล่วงหน้า เตือนก่อนไม่น้อยกว่า 500 เมตร ให้ประชาชนได้รับทราบว่าเข้าพื้นที่กำหนดความเร็วแล้ว ซึ่งเรื่องของความเร็ว 120 กม./ชม.นั้น ต้องมาพร้อมกับความปลอดภัย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57244</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนที่มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เพิ่มความเร็วรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e06d0a6184fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงแก้กม.เพิ่มความเร็วรถเหยียบได้ถึง110กม./ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.61- พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างร่วมกันพิจารณาแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ทางบก เรื่องการกำหนดความเร็ว เพราะ พ.ร.บ.ทางบกใช้ในปัจจุบันมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 ใช้กว่า 37 ปีแล้ว เพราะบางเส้นทางกำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง แต่ปัจจุบันสภาพถนนสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 แล้ว เพื่อให้ประชาชนเกิดความสะดวกในเรื่องการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า &amp;nbsp; กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดความเร็วในเขตเทศบาลไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง นอกเทศบาลไม่เกิน 90 กม.ต่อชั่วโมง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชับจินดา ผบ.ตร.จึงมีความคิดให้มีการปรับความเร็วตามสภาพความเป็นจริง เพราะกฎหมายฉบับดังกล่าวที่ใช้อยู่ตั้งแต่ถนนมีเพียง 2 เลนส์ จึงต้องมีการปรับแก้กฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันมติ ครม.ก็ได้สั่งการมาด้านนี้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย หารือร่วมกันถึงความจำเป็นปรับอัตราความเร็ว โดยเฉพาะทางหลวงเชื่อมระหว่างเมือง ไม่มีจุดตัด จุดแยก ให้มีความเร็วประมาณ 105-110 กม.ต่อชั่วโมง และข้อเสนอดังกล่าวยังลดความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับประชาชนที่มีข้อโต้แย้งที่ถูกจับความเร็วสูง เอาเข้าจริงถนนทุกวันนี้ 90 เปอร์เซ็นต์วิ่งเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงต้องปรับความเร็วให้สมเหตุสมผลแต่ต้องอยู่บนความปลอดภัย&amp;quot;พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ส่วนการกำหนดความเร็วของรถที่วิ่งบนทางด่วน มอเตอร์เวย์ ก็ต้องมีการปรับแก้ เพราะ พ.ร.บ.ทางบกดังกล่าวที่ใช้อยู่ ทางด่วน &amp;nbsp;มอเตอร์เวย์ยังไม่มีด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามต้องฝากประชาสัมพันธืให้ประชาชนรับทราบมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการปรับความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติต่อไป. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6451</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คมนาคม, ตำรวจ, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ, มหาดไทย, รถยนต์, เพิ่มความเร็วรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac47ec55502e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
