<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นค่าตอบแทน12เท่า&#039;จนท.-ปชช.&#039;ปกป้องอธิปไตย ตายได้ค่าจัดการศพละ 4.8 หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วานนี้&amp;nbsp;ครม.เห็นชอบหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบ ค่าทดแทนและการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการ เนื่องในการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ โดยแก้ไขเพิ่มเติมอัตราเงินรางวัลสำหรับการสู้รบ โดยให้ถือเกณฑ์ 1 ชั้นหรือขั้น ให้ได้รับเงินรางวัลสำหรับการสู้รบเป็นจำนวน 12 เท่า ของผลต่างระหว่างอัตราเงินเดือนข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร ระดับ ป.1ชั้น 1 ซึ่งปัจจุบัน เท่ากับ 4,870 บาท กับระดับ ป.1 ชั้น 2 ซึ่งปัจจุบัน เท่ากับ 5,100 บาท เป็นเงินจำนวน 2,760 บาท เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะค่าครองชีพในอนาคตต่อไป โดยใช้หลักการเดียวกันกับข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการพิจารณาบำเหน็จพิเศษในเวลาเหตุฉุกเฉิน พ.ศ. 2529และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า โดยผู้อยู่ในเกณฑ์ได้รับ พ.ส.ร. 1 ชั้นหรือขั้นให้ได้รับเงินรางวัลสำหรับการสู้รบ 1ชั้นหรือขั้นเท่ากับ 2,760 บาท เดิมได้รับคนละ 1,200 บาท โดยผู้อยู่ในเกณฑ์ได้รับ พ.ส.ร. 2 ชั้นหรือขั้น ให้ได้รับเงินรางวัลสำหรับการสู้รบ 2 ชั้นหรือขั้น เท่ากับ 5,520 บาท เดิมได้รับคนละ 2,400 บาท ผู้อยู่ในเกณฑ์ได้รับ พ.ส.ร. 3 ชั้นหรือขั้น ให้ได้รับเงินรางวัลสำหรับการสู้รบ 3 ชั้นหรือขั้น เท่ากับ 8,280 บาท เดิมได้รับคนละ3,600 บาท ผู้อยู่ในเกณฑ์ได้รับ พ.ส.ร. 4 ชั้นหรือขั้น ให้ได้รับเงินรางวัลสำหรับการสู้รบ 4 ชั้นหรือขั้นเท่ากับ 11,040 บาท เดิมได้รับคนละ4,800 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังแก้ไขเพิ่มเติมอัตราเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ เป็นเงินรายละไม่เกิน 10 เท่า ของอัตราเงินเดือนข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร ระดับ ป.1 ชั้น 1 ซึ่งปัจจุบัน เท่ากับ 4,870 บาท ดังนั้น จึงเป็นเงินรายละไม่เกิน 48,700 บาทเดิมได้รับรายละไม่เกิน 20,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27833</URL_LINK>
                <HASHTAG>บำเหน็จความชอบ, ปกป้องอธิปไตย, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, เพิ่มค่าตอบแทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c50f8383fe6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัดฉีดตำรวจเต็มสูบ!ชงปรับเพิ่มเงินเดือนครั้งใหญ่แก้รีดไถ-รับส่วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.61 - &amp;nbsp;นายมานิจ สุขสมจิตร คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการที่มี พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ได้พิจารณา ถึงประเด็นการเพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามที่คณะอนุกรรมการด้านการบริหารบุคคลเสนอให้พิจารณา งานตำรวจเป็นงานที่มีความเสี่ยงมากกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญอยู่ระหว่าง 13.56-22.57เท่า ซึ่งในต่างประเทศนั้นค่าตอบแทนของตำรวจชั้นประทวนกับค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือนสามัญมีสัดส่วน ความเสี่ยง 1.28 ต่อ 1 ส่วนระดับสัญญาบัตรมีสัดส่วน 1.74 ต่อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวว่าจากผลการวิจัยโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เสนอว่าข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามซึ่งมีความเสี่ยงเฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่มากกว่างานตำรวจในกลุ่มงานอำนวยการและกลุ่มงานสนับสนุนคิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.66 ต่อ 2.97 จึงควรได้รับเงินเพิ่มในระดับชั้นประทวนเป็นเงิน 4,300-5,000 บาท ต่อเดือนและในระดับสัญญาบัตรเป็นเงิน 18,500-21,500บาทต่อเดือน จะมีผลทำให้ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตำแหน่ง ผบ.หมุู่ที่จบจากโรงเรียนนายสิบ ได้เงินเดือนแรกบรรจุเดือนละ 9,330 บาทบวกเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท และเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งอีก 4,300-5,000 บาท รวมรายได้เดือนละ 15,630-16,330 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งรองสารวัตรที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจควรจะได้รับเงินเดือนๆแรกบรรจุ 15,290 บวกกับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง 18,500-21,500 บาทจะทำให้มีรายได้เดือนละ 33,790-36,790 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่านอกเหนือจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจยังเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลที่ให้ปรับอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาหรือที่เรียกว่า &amp;rdquo;ค่าทำสำนวน&amp;rdquo; เพิ่มขึ้นอีก 100% เพราะอัตราที่ใช้อยู่ กำหนดไว้เมื่อ พ.ศ. 2534 และยังมิได้ปรับเพิ่มในขณะที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นอัตราที่เสนอใหม่จะเป็นดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) กรณีที่เกิดคดีอาญาขึ้นและไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด เดิมไม่จ่าย ส่งผลให้พนักงานสอบสวนไม่อยากทำสำนวนหรือไม่รับคดีจึงเสนอให้จ่ายค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาประเภทที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดไม่เกินคดีละ 500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เสนอให้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,000 บาท (ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 500 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก 3-10 &amp;nbsp;ปีเสนอให้จ่ายไม่เกินคดีละ 2,000บาท (ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ &amp;nbsp;1,000 บาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป เสนอให้จ่่ายไม่กินคดีละ 3,000(ขณะนี้จ่ายไม่เกินคดีละ 1,500บาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุผลในการเสนอขอปรับอัตราค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาดังกล่าว &amp;nbsp;ก็เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด&amp;quot; นายมานิจ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่าในการเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลนั้น ได้เสนออัตรารายได้ของตำรวจในสายงานป้องกันและปราบปราม ให้ต่ำกว่าอัตราที่เสนอโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เพราะไม่อยากให้กระทบต่องบประมาณในภาพรวมของประเทศ แต่เมื่อได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางรวมทั้งเหตุผลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ว่าให้ &amp;quot;มีหลักประกันว่าข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทนที่้เหมาะสม&amp;quot; ซึ่งเป็นอาชีพเดียวที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แสดงว่าปัจจุบันนี้ ตำรวจได้รับค่าตอบแทนที่ยังไม่เหมาะสม จึงอ้างว่ารายได้ไม่เพียงพอต้องหารายได้พิเศษจากการรีดไถ และรับส่วย เมื่อเพิ่มรายได้ให้แล้วควรจะได้กวดขันตำรวจที่ทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป ที่ประชุมจึงเห้นสมควรให้ปรับค่าตอบแทนของข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตามผลการศึกษาวิจัยของมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง และควรมีการพิจารณาค่าตอบแทนดังกล่าวทุกห้าปีด้วย&amp;quot;คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp; ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;มานิจ สุขสมจิตร &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจ, มานิจ สุขสมจิตร, อัดฉีด, เพิ่มค่าตอบแทน, เพิ่มเงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa394dd1a696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
