<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม สั่งหน่วยงานด้านขนส่งสาธารณะ ปรับมาตรการการเดินทางในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 13 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ วันนี้ (18 ก.ค. 2564) ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีการปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ กำหนดปรับปรุงเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนั้น ประกอบด้วย&amp;nbsp; 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.), นครปฐม,&amp;nbsp; นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา ทั้งนี้ เพื่อลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง ให้ประชาชนในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวดที่ได้มีคำสั่ง เลี่ยง จำกัด หรืองดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ได้สั่งการไปยังหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนด และประกาศในราชกิจจาฯ ฉบับที่ 28 ดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องของการขนส่งสาธารณะ ที่กำหนดให้กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร จังหวัด หรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบกํากับดูแลการให้บริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภท ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแนวทางท่ี ศปก.ศบค. กําหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยจํากัดจํานวนผู้โดยสารที่ใช้บริการไม่เกิน 50% ของความจุผู้โดยสาร สําหรับยานพาหนะแต่ละประเภท รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่าง และการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยพิจารณาจัดการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอต่อความจําเป็นและตามเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอํานวยความสะดวกการขนส่งประชาชนเพื่อรับบริการฉีดวัคซีน และบริการทางการแพทย์ ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้พิจารณาการเรื่องความถี่ในการให้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อไม่ต้องเกิดความแออัด และเน้นย้ำให้มีมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และขอความร่วมมือให้รถสาธารณะ มีการตรวจวัดอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เพื่อลดการแพร่ระบาดดังกล่าว อีกทั้ง ยังได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานหลังจากนี้ เป็นการประชุมออนไลน์ และปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) เป็นหลัก แต่ในส่วนงานบริการประชาชน ยังขอให้ดำเนินการตามปกติ และให้เข้มงวดมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110211</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 จังหวัด, การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ปรับรับมาตรการล็อกดาวน์, เพิ่มรถขนส่งสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd411d35dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมปรับแผนสั่งขนส่งสาธารณะเพิ่มจำนวนรถให้บริการก่อนเวลาเคอร์ฟิว 22.00 น.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเช่นองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.),การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม)และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ต ลิงค์)ให้ เพิ่ม จำนวน พาหนะ ที่ ให้ บริการ ประชาชน ใน ช่วง ก่อน เคอร์ฟิว 22.00น.และ ก่อน เริ่มวันใหม่&amp;nbsp; เวลา 04.00 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ให้ เริ่ม ดำเนินการ ตั้งแต่ วันที่ 7 เมษายน 2563 เป็น ต้นไป ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะจะต้องปฎิบัติ ตาม หลักเว้นระยะห่างทางสังคม(social&amp;nbsp; distancing )โดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ได้มีผู้โพสต์ภาพผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะยืนติดกันในระหว่างใช้บริการรถสาธารณะโดยไม่ได้ปฎิบัติตามมาตรการเว้นระยะทางสังคม หรือ Social Distancing เพื่อป้องกันการระบาดของ COVID-19 ตามที่กระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวนี้ นายศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเจ้าท่า ขสมก. กรมการขนส่งทางบกไปดำเนินการแล้ว ซึ่งในจุดที่มีปัญหาคือเรื่องกายภาพ ที่ต้องมีคู่มือการปฎิบัติ โดยจะต้องกำหนดจำนวนคนที่ใช้บริการ เช่น ภายในรถหรือเรือ นั่งได้กี่คน ยืนได้กี่คน ถ้าครบแล้วจะขึ้นไม่ได้ พร้อมสั่งการให้ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้ช่วงที่มีปัญหาการใช้บริการที่หนาแน่นอยู่ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ก็ขอให้ประชาชนพิจารณาและตัดสินใจในการใช้บริการ เพราะหากติดเชื้อก็ไม่คุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า รฟม.จะมีการหารือ กับ BEM ทันที เพื่อเพิ่มความขี่ของขบวนรถที่เข้าสถานีในช่วงเช้าที่เปิดให้บริการ&amp;nbsp; และช่วงก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิวของภาครัฐ&amp;nbsp; (22.00น.-04.00 น.)&amp;nbsp; ยังไงในส่วนนี้ยอมรับว่าต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า รถขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีคือเวลา 21.30 น .ดังนั้นผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับเคหสถานก็ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วงที่ รฟม. มีการจัดเดินรถแต่ละกระบวนโดยในตู้โดยสารทุกตู้มีการจัดทำระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ในส่วนนี้ทำให้รถแต่ละขบวนซึ่งปกติจะรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,000 คน&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันจะรับผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คน เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์&amp;nbsp; จะดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมโดยรถความถี่ของรถที่เข้าสถานีในช่วงเปิดให้บริการและก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิว โดยจะปรับลดระยะห่างของรถจากเข้าสถานีทุก 10 นาทีเป็น 8 นาที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ยอมรับว่า สำหรับการจัดให้ขบวนรถให้บริการตามแนวทางระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing&amp;nbsp; ทำให้รถแต่ละกระบวนลดจำนวนผู้โดยสารที่สามารถเดินทางได้จากกระบวนละ 745 คนเหลือ 130 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือขสมก .ระบุว่าสำหรับการเดินรถเพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้ในช่วงเช้าและช่วงก่อนปิดให้บริการระหว่างประกาศสถานการณ์เคอร์ฟิวนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเช้าจะมีการปรับให้รถเมล์โดยสาร ซึ่งปกติจะให้บริการคันแรกในเวลา 5:00 น แต่หลังจากนี้จะพยายามให้รถที่มีความพร้อมออกเดินรถให้ได้ก่อนเวลา 5:00 น และปรับให้ความถี่ของการออกรถเป็นความถี่เดียวกันกับชั่วโมงเร่งด่วนคือมีรถออกจากอู่ในระยะห่างไม่เกิน 5-7 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่วงก่อนปิดให้บริการนั้น ตัวในช่วงเคอร์ฟิวขสมก. จะออกรถคันสุดท้ายในเวลา 20:00 น และมีการขึ้นป้ายประกาศว่ารถคันใดจะเป็นรถก่อนครั้งสุดท้ายและรถคันใดเป็นครั้งสุดท้าย โดยขสมก ก็จะมีการเพิ่มความถี่ในการเดินรถที่ออกจากอู่ปลายทาง เป็น 5 ถึง10 นาที เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในขณะนี้มีปัญหาการเดินรถในกทม. เนื่องจากรถร่วมบริการซึ่งปกติจะมี 70-80 สาย เมื่อประสบปัญหาผู้โดยสารน้อยลง ไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถ ก็มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่หยุดให้บริการไปในช่วงนี้&amp;nbsp; ซึ่งรถร่วมบริการเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปสังกัดขึ้นตรงต่อกรมการขนส่งทางบกแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และอยู่ในช่วงประกาศเคอร์ฟิวนั้น มีผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสารจำนวนมาก ได้ร้องเรียนมาที่ ขสมก. เนื่องจากการจัดระยะห่างทางสังคม Social Distancing ทำให้รถแต่ละคัน รับผู้โดยสารได้น้อย เกิดการกระจุกตัวในการใช้บริการทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่งผลให้ประชาชนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางต้องรอรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร&amp;nbsp; อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าสำหรับปัญหาที่รถเมล์โดยสารในกรุงเทพฯปริมณฑลไม่เพียงพอ เนื่องจากในเส้นทางที่เป็นเส้นทางเดินรถของรถร่วมบริการวิ่งอยู่ แต่ในช่วงที่มีการประกาศเคอร์ฟิว และป้องกันการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้มีผู้โดยสารน้อยลง รวมทั้งมาตรการ เว้นระยะห่างทางสังคม social distancing ทำให้รถแต่ละคันรับผู้โดยสารได้น้อยไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ กรมการขนส่งทางบก จะประสาน ขสมก. เพื่อหารือ กับผู้ประกอบการรถร่วมบริการ เพื่อขอให้อย่างน้อยผู้ประกอบการรถร่วมบริการกลับมาเดินรถในช่วงเย็น ก่อนเวลาเคอร์ฟิว และเปิดเดินรถเช้าหลังเคอร์ฟิวส์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รถไม่เพียงพอแก่ประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62363</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รมว.คมนาคม, เพิ่มรถขนส่งสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e742a2472cfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
