<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก่อนบินต้องรู้ &#039;กพท.&#039;สั่งด่วนเพิ่มระดับป้องกันโควิด หลับพบกลุ่มเสี่ยงเข้า-ออกประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 พ.ค. 2564 รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แจ้งว่าจากกรณีที่ศูนย์ข้อมูลโควิดจังหวัดภูเก็ตประกาศแจ้งผู้โดยสารของสายการบิน 3 สายการบิน รวม 7 เที่ยวบิน ที่ได้มีการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2564 เป็นต้นมา ซึ่งมีผู้โดยสารที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องตรวจหาเชื้อและกักตัวโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท) ยกระดับมาตรการให้เข้มงวดรัดกุมขึ้น กพท.จึงออกประกาศแนวปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการสนามบินและสายการบิน ในเส้นทางการบินภายในประเทศมีสาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอความร่วมมือให้สายการบินพิจารณาจำกัดการให้บริการระหว่างเวลา 23.00 &amp;ndash; 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารในการเดินทางระหว่างสนามบินและที่พัก และเพื่อให้สอดคล้องกับการขนส่งสาธารณะประเภทอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน การยกเลิกเที่ยวบินและการรวมเที่ยวบิน ให้แจ้งและดูแลผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการ &amp;nbsp;สายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ. 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สนามบินจะดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการอย่างเข้มงวด โดยต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดที่ไม่ต้องสัมผัสกับร่างกายของผู้ถูกตรวจวัด และหากผู้ใดไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า หรือวัดอุณหภูมิได้สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส ให้ปฏิเสธการเข้าพื้นที่สนามบินโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เจ้าหน้าที่สายการบินจะตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดก่อนขึ้นเครื่องบินที่สถานีต้นทาง และผู้โดยสารจะถูกตรวจวัดอุณหภูมิอีกครั้งก่อนออกจากพื้นที่สนามบิน หากอุณหภูมิสูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส หรือมีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ เจ้าหน้าที่สนามบินจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ให้สายการบินพิจารณาการจัดที่นั่งในเครื่องบินอย่างเหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวบิน โดยคำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่างเพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นแออัด เพื่อช่วยในการป้องกันควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ให้สนามบินและสายการบินแจ้งเตือนผู้โดยสาร กรณีหากเป็นผู้ป่วยยืนยันหรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องงดการเดินทาง หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยให้เริ่มปฏิบัติตามตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดไป หรือมีประกาศอื่นใดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ข้อมูลโควิดจังหวัดภูเก็ต, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), เพิ่มระดับความปลอดภัย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608defa6f35c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานี คุมเข้ม ระวังเหตุเกิดซ้ำ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า &amp;nbsp;ตามที่เกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ยะลา &amp;nbsp; นราธิวาสทำให้ประชาชนไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ซึ่งที่ปัตตานีเกิดขึ้นอย่างซ้ำซ้อน เมื่อทางจังหวัดอ่อนแอในเรื่องมาตรการณ์ของการรักษาความปลอดภัยแล้ว คนร้ายมักจะเข้าก่อเหตุในพื้นที่ทันที ดังเช่นยิง สามีภรรยาเสียชีวิต2รายที่ ต.ควนโนรีอ.โคกโพธิ์จ.ปัตตานีเมื่อวันที่15พย.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่าทำให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ภาค4 ส่วนหน้า ให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ยกระดับมาตรการระวัง ป้องกันมาตรการ รปภ.ชั้นสูงสุด เน้นย้ำการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่และ ตรวจสอบสิ่งผิดปกติ สิ่งบอกเหตุที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ เพื่อป้องกันการก่อเหตุและระวังการก่อเหตุ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้รับแจ้งจากหน่วยข่าวในพื้นที่ ผู้ก่อเหตุร้ายเตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ เพื่อตอบโต้การปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;โดยจะก่อเหตุยิงก่อกวนฐานปฏิบัติการ ซุ่มยิงจุดตรวจ ด่านตรวจและลอบวางระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วน เส้นทางที่เจ้าหน้าที่ช้ในการปฏิบัติงาน เน้นย้ำการโจมตีต่อกำลังภาคประชาชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงจึงขอเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ชายแดนใต้ให้มีความเข้มแข็งอย่าอ่อนแอ หรือประมาทกับสถานการณ์ ให้คงความเข้มข้นในการดูแลรักษาความปลอดภัยและตรวจเข้มอย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่าเมื่อกลางดึกวันที่17พย.กลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและฝ่ายพยายามทำลายกล้อง วงจรปิดCCTV พื้นที่ อ.สายบุรี จังหวัดปัตตานีแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจาก มีประชาชนได้แจ้งบุคคลต้องสงสัญให้จนท.ทราบก่อน ทำให้หน่วยจรยุทธ์ของกำลังสามฝ่ายเข้าไปแบะลาดตระเวณ ทำให้เหตุการณ์สงบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน., ปัตตานี, เพิ่มระดับความปลอดภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd1100ff3403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
