<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯเพิ่มริ้วขบวน เสด็จฯเลียบพระนครธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง&amp;rdquo; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มริ้วขบวนราบใหญ่ ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค 12 ธ.ค. &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; เชิญชวน ปชช.ใส่เสื้อสีเหลืองเฝ้าฯ รับเสด็จ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผย 12 ธ.ค.ไม่กำหนดเป็นวันหยุดราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทนหน่วยงานในพระองค์ ร่วมประชุมด้วย เพื่อรับทราบการเลื่อนวันเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และการจัดริ้วขบวนรับเสด็จพระราชดำเนินจากท่าราชวรดิฐไปยังพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือเรียนราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเลื่อนกำหนดวันที่จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ซึ่งกองกิจการในพระองค์ 904 ได้นำความกราบบังคมพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนการดังกล่าวเป็นวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15.30 น. และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มริ้วขบวนราบเสด็จพระราชดำเนินจากท่าราชวรดิฐไปยังพระบรมมหาราชวัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์เน้นย้ำให้ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนราชประเพณี และให้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน รวมทั้งเชิญชวนประชาชนที่ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทร่วมกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อให้เกิดความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อยพร้อมเพรียงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีฯ ได้มีการหารือถึงกำหนดการและพิธีการเตรียมการ หลังได้มีการเลื่อนการจัดงานออกมาเป็นวันที่ 12 ธันวาคม โดยกำหนดการเดิมคือ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับขบวนพยุหยาตรายังคงใช้เรือจำนวน 52 ลำตามเดิม โดยเรือพระที่นั่งจะคงใช้ 4 ลำใหญ่เช่นเดิม ในส่วนของเรือนำคือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นพระมงคลที่นำขบวนทุกครั้งในประเทศไทย, ลำที่ 2 คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ลำที่ 3 คือเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นของสมเด็จพระบรมวงศ์ และลำที่ 4 คือเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง นอกจากนั้นเป็นเรือดั้ง เรือแซง เรือรูปสัตว์ และเรือมีชื่อต่างๆ ทั้งหมด 52 ลำ ซึ่งเรียกว่าขบวนพยุหยาตราใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ในการจัดพระราชพิธีวันที่ 12 ธันวาคม มีเรื่องใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งไม่ได้อยู่ในกำหนดเดิมของงานพระราชพิธีฯ บัดนี้ได้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขบวนราบใหญ่เพิ่ม โดยของเดิมเมื่อขบวนเรือมาถึงท่าราชวรดิฐ ซึ่งมีพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยอยู่ตรงริมน้ำ เดิมเมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวก็จะเสด็จเข้าประทับที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย แล้วขึ้นรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน แต่บัดนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม โดยเมื่อเรือมาถึงท่าราชวรดิฐ ก็จะเสด็จขึ้นที่พลับพลาก่อนเสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย เจ้านายบางพระองค์ อาทิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จะเสด็จเข้าพลับพลาเพื่อทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นก็จะมีขบวนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ที่เรียกกันว่าขบวนราบใหญ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคในช่วงที่ผ่านมา คือจะเสด็จออกจากพระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย โดยประทับบนพระที่นั่งพุดตานทอง และเข้าขบวนแห่ โดยทหารกองทัพภาคที่ 1 จะนำขบวน มีคู่เคียงเหมือนริ้วขบวนพยุหยาตราเมื่อคราวที่แล้ว แต่มีขนาดย่อมเยาลงมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีและบุคคลอื่นจะไม่เข้าร่วมขบวน แต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เข้าร่วมในขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับสมเด็จพระราชินีนั้น ผมยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะร่วมขบวนนี้ด้วยหรือไม่ โดยขบวนจะยาตราออกจากท่าราชวรดิฐมาตามถนนมหาราช ก่อนเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวังที่ประตูวิเศษไชยศรี แล้วเสด็จฯ ไปสู่พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ เพื่อจะเปลี่ยนฉลองพระองค์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน โดยจะไม่มีการไปรับและส่งเสด็จในที่ดังกล่าว โดยทั้งหมดจะส่งแค่ที่พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัยเท่านั้น&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติว่าจุดที่สวยงามที่สุดคือบริเวณป้อมพระสุเมรุ ซึ่งเป็นบริเวณโค้งน้ำ จึงสามารถมองเห็นเรือ 52 ลำได้อย่างชัดเจน และในการถ่ายทอดประชาสัมพันธ์พระราชพิธีฯ ในครั้งนี้ จะอนุญาตให้ใช้โดรนกว่า 10 ตัว ซึ่งเดิมจะไม่ได้นำมาใช้สำหรับการถ่ายทอดสด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเสร็จพระราชพิธีทางชลมารคเรียบร้อย เรือทั้ง 52 ลำ จะกลับสู่ที่เดิม ไม่มีการจอดเรือให้ประชาชนถ่ายรูป ทั้งนี้ ในพระราชพิธีฯ วันที่ 12 ธันวาคม จะไม่มีการประกาศเป็นวันหยุดราชการ เพราะช่วงงานพระราชพิธีฯ จะเลยเวลาราชการไปแล้ว โดยขบวนเรือเริ่มในเวลา 15.30 น. มาถึงจุดท่าราชวรดิฐ เวลาประมาณ 16.30 น. จากนั้นจึงเป็นขบวนราบใหญ่ ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 25 นาที ก็จะเลยเวลา 17.00 น.ไปแล้ว&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50772</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร, พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มริ้วขบวนราบใหญ่, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd54ef4aab2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
