<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา!ครม.เคาะปฏิรูปตำรวจเพิ่มเงินเดือนอัดฉีดสวัสดิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.61- การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีวาระพิจารณาอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ ตามที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) เป็นผู้เสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติองค์ประกอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ให้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ตำรวจ ยกเลิกอำนาจการคัดเลือกแต่งตั้ง ผบ.ตร. แก้ไขปรับปรุงหน้าที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีอำนาจพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้ง ผบ.ตร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้ไขกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจทุกระดับและกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระดับกองบัญชาการ ทำหน้าที่แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจกนี้ยังกำหนดพิจารณาบำเหน็จความชอบเลื่อนเงินเดือนเป็นรูปแบบคณะกรรมการ กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาร้องทุกข์เป็นหลักประกันการตรวจสอบการใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนนี้นายมานิจ สุขสมจิตร คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) เปิดเผยว่ามีการพูดถึงประเด็นการเพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ตามที่คณะอนุกรรมการด้านการบริหารบุคคลเสนอให้พิจารณา งานตำรวจเป็นงานที่มีความเสี่ยงมากกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญอยู่ระหว่าง 13.56-22.57เท่า ซึ่งในต่างประเทศนั้นค่าตอบแทนของตำรวจชั้นประทวนกับค่าตอบแทนของข้าราชการพลเรือนสามัญมีสัดส่วน ความเสี่ยง 1.28 ต่อ 1 ส่วนระดับสัญญาบัตรมีสัดส่วน 1.74 ต่อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการวิจัยโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง เสนอว่าข้าราชการตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามซึ่งมีความเสี่ยงเฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่มากกว่างานตำรวจในกลุ่มงานอำนวยการและกลุ่มงานสนับสนุนคิดเป็นค่าเฉลี่ย 2.66 ต่อ 2.97 จึงควรได้รับเงินเพิ่มในระดับชั้นประทวนเป็นเงิน 4,300-5,000 บาท ต่อเดือนและในระดับสัญญาบัตรเป็นเงิน 18,500-21,500บาทต่อเดือน จะมีผลทำให้ตำรวจในสายงานป้องกันปราบปรามตำแหน่ง ผบ.หมุู่ที่จบจากโรงเรียนนายสิบ ได้เงินเดือนแรกบรรจุเดือนละ 9,330 บาทบวกเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท และเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งอีก 4,300-5,000 บาท รวมรายได้เดือนละ 15,630-16,330 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งรองสารวัตรที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจควรจะได้รับเงินเดือนๆแรกบรรจุ 15,290 บวกกับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง 18,500-21,500 บาทจะทำให้มีรายได้เดือนละ 33,790-36,790 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจยังเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลที่ให้ปรับอัตราการจ่ายเงินค่าตอบแทนการสอบสวนคดีอาญาหรือที่เรียกว่า &amp;rdquo;ค่าทำสำนวน&amp;rdquo; เพิ่มขึ้นอีก 100% เพราะอัตราที่ใช้อยู่ กำหนดไว้เมื่อ พ.ศ. 2534 และยังมิได้ปรับเพิ่มในขณะที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.ปฏิรูปตำรวจ, คณะรัฐมนตรี, ครม., ปฏิรูปตำรวจ, เพิ่มสวัสดิการ, เพิ่มเงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab06bd819c11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
