<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชะตากรรม&#039;ฉลามหัวค้อน&#039; ก่อนขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสี่ยงสูญพันธุ์ทั่วน่านน้ำไทยจากสถานการณ์คุกคามที่ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะชีวิตปลาฉลาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน หัวค้อนใหญ่ หัวค้อนเรียบ จนถึงฉลามหัวค้อนยาว แทบไม่ต้องคาดการณ์ว่าจะวิกฤตหนักเพียงใด ฉลามกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการประมง อย่างกรณีที่เป็นข่าวในโลกโซเชียลปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา &amp;nbsp;พบมีลูกปลาฉลามขายอยู่หลายตัวในตลาดใกล้กรุง ราคาเพียงกิโลกรัมละ 100 &amp;nbsp;บาท แต่น่าสลดใจเป็นลูกปลาฉลามหัวค้อน ซึ่งใกล้สูญพันธุ์ อยู่ระหว่างการผลักดันเป็นสัตว์คุ้มครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด คณะกรรมการพัฒนากฎหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของที่ประชุมไปประกอบการพิจารณา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองแห่งชาติตามขั้นตอนต่อไป สำหรับการพิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นการดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 7 ของ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่ได้มีการปรับปรุงจากบัญชีท้ายกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ.2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีการปรับสถานะรายการสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวน จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง และวาฬบรูด้า การเพิ่มรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 7 รายการ ได้แก่ ค่างตะนาวศรี งูหางแฮ่มกาญจน์ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ฉลามหัวค้อนยาว ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ฉลามหัวค้อนใหญ่ และฉลามหัวค้อนเรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชี้ชัดให้เห็นว่า สัตว์ทะเล ซึ่งมีความเปราะบางจากระบบนิเวศและมีจำนวนน้อยอยู่แล้วในธรรมชาติ &amp;nbsp;ยิ่งประสบปัญหามากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉลามหัวค้อนยาวไม่พบในไทยนานแล้ว &amp;lsquo;หัวค้อนสีน้ำเงิน&amp;rsquo; 15 ปี ผสมพันธุ์ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สถานการณ์ประชากรในปัจจุบัน ปลาฉลามทั่วโลกถูกจับได้จากการประมงมากกว่า 100 ล้านตัวหรือเฉลี่ย 190 &amp;nbsp;ตัวต่อนาที ใน จำนวนทั้งหมดนี้มากกว่า 70 &amp;nbsp;ล้านตัว&amp;nbsp; เป็นฉลามถูกจับตัดเอาครีบไปขาย&amp;nbsp; ส่งผลกระทบถึงขั้นวิกฤตต่อประชากรปลาฉลาม หลายองค์กรทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการคุกคามประชากรปลาฉลาม ร่วมมือรณรงค์อนุรักษ์ปลาฉลามมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อรักษาระดับประชากรปลาฉลามให้มีความสมดุลของระบบนิเวศในทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก เนื่องจากปลาฉลามมีความสำคัญต่อระบบห่วงโซ่อาหาร และจัดเป็นผู้ล่าหรือผู้บริโภคระดับสูงสุด ซึ่งมีจำนวนน้อยในธรรมชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ผลจากการจับปลาฉลามเพื่อทำประมงของไทยในแต่ละปี มีค่าน้อยกว่าร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปริมาณการจับฉลามจากการประมงทั่วโลก จากข้อมูลสถิติการประมงแห่งประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2541-2561 &amp;nbsp;พบว่า ปริมาณการจับปลาฉลามเฉลี่ยของประเทศไทย ร้อยละ 62.5 &amp;nbsp;ได้จากการทำประมงฝั่งอ่าวไทย ที่เหลืออีกร้อยละ 37.5 &amp;nbsp;มาจากประมงฝั่งอันดามัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรอบ 21 ปีนี้มีค่าเฉลี่ยปริมาณการจับปลาฉลามในทะเลไทยเท่ากับ 5.5 ล้านกิโลกรัม/ปี แต่ที่น่าสังเกตปริมาณการจับปลาฉลามตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของตัวทรัพยากรของปลากลุ่มนี้ในเขตน่านน้ำไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ชนิดพันธุ์ของฉลามในน่านน้ำไทยจากการสำรวจปี 2563 พบว่า มีทั้งหมด 87 &amp;nbsp;ชนิด มากกว่าร้อยละ 75 &amp;nbsp;เป็นชนิดพันธุ์ที่หายากหรือชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มปลาฉลามหัวค้อนเป็นกลุ่มปลาที่ออกลูกเป็นตัว อาศัยในระดับกลางน้ำหรือผิวน้ำ แต่อาจพบลงไป หาอาหารตามแนวหินและแนวปะการัง ลูกฉลามจะอาศัยบริเวณชายฝั่ง สามารถพบฉลามกลุ่มนี้ได้ตั้งแต่ชายฝั่งจนถึงบริเวณไหล่ทวีปที่มีความลึกน้ำพันกว่าเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ทั่วโลกพบจำนวน 9 ชนิด โดยในประเทศไทยพบ 4 ชนิด คือ ปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ปลาฉลามหัวค้อนใหญ่ ปลาฉลามหัวค้อนเรียบ และปลาฉลามหัวค้อนยาว มีบันทึกการพบเห็นทั้งฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน แต่ปลาฉลามหัวค้อนใหญ่จะพบได้เฉพาะบริเวณฝั่งทะเลอันดามัน และฉลามหัวค้อนยาวมีรายงานว่าไม่พบในเขตทะเลไทยมานานแล้ว ฉลามหัวค้อนบางชนิด เช่น ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน มีลูกครั้งละ 12- 38 ตัว แต่ใช้เวลาอย่างอีกน้อย 15 ปี จึงจะพร้อมผสมพันธุ์อีกครั้ง สำหรับปลากระเบนปีศาจหางเคียว &amp;nbsp;พบอาศัยอยู่บริเวณทะเลเปิด ไกลฝั่ง น้ำลึก ว่ายขึ้นมาที่ผิวน้ำได้ไม่บ่อยนัก พบเห็นน้อย ออกลูกเพียงครั้งละ 1 ตัว &amp;ldquo; นายโสภณ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครีบฉลามหัวค้อน&amp;rdquo;ราคาสูง&amp;rdquo; 4 ชนิดใกล้สูญพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกประเด็นสำคัญ อธิบดี ทช. กล่าวว่า พฤติกรรมของปลาฉลามหัวค้อนที่อยู่รวมกันเป็นฝูง ยิ่งทำให้ถูกจับทั้งหมดในคราวเดียว ในขณะที่อัตราการทดแทนในธรรมชาติต่ำ และมีความต้องการทางการค้าสูง โดยครีบใช้ทำหูฉลามตากแห้ง คุณภาพดี เนื้อนำมาบริโภค ตับใช้ทำน้ำมันตับปลาและวิตามินเอ หนังใช้ทำเครื่องหนัง โดยเฉพาะครีบของปลาฉลามหัวค้อนซึ่งมีราคาสูงกว่าปลาฉลามกลุ่มอื่น ในประเทศฮ่องกงตลาดรับซื้อขายใหญ่ของโลก พบครีบที่มาจากปลาฉลามหัวค้อนอย่างน้อยร้อยละ 4-5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปลากระเบนปีศาจหางเคียว ซี่เหงือกของปลาในกลุ่มปลากระเบนปีศาจ มีความต้องการเพื่อการบริโภคในตลาดยาของเอเชียสูงขึ้น เนื้อสดถูกแล่ขายเพื่อบริโภค และใช้สำหรับเป็นเหยื่อทำประมง อาจเป็นทางเลือกสำหรับการส่งออก และเคยพบกระเบนปีศาจติดเครื่องมือประมงอวนลากอวนล้อมโดยบังเอิญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการติดตามสถานภาพการถูกคุกคามของชนิดพันธุ์ในระดับโลกใน IUCN Red List ล่าสุด ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ฉลามหัวค้อนใหญ่ และฉลามหัวค้อนเรียบ ถูกจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ในขณะที่ปลาฉลามหัวค้อนยาว &amp;nbsp;และปลากระเบนปีศาจหางเคียว &amp;nbsp;ถูกจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานภาพการถูกคุกคามของชนิดพันธุ์ในประเทศไทยใน Thailand Red Data 2017 (2560) พบว่า กลุ่มปลาฉลามหัวค้อนทั้ง 4 &amp;nbsp;ชนิด ถูกจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ส่วนปลากระเบนปีศาจหางเคียวถูกจัดอยู่ในสถานภาพที่ยังไม่ได้รับการประเมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; พบฉลามหัวค้อนติดเครื่องมือประมงทั้งโดยบังเอิญและตั้งใจ ส่วนใหญ่ลูกฉลามหัวค้อนอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งมักติดเครื่องมือประมงชายฝั่ง ส่วนตัวโตเต็มวัยส่วนใหญ่ถูกจับได้โดยเครื่องมืออวนลาก โดยเฉพาะอวนลากแผ่น ตะเฆ่ ประมงอวนลอย ประมงเบ็ดราว บริเวณทะเลลึกไกลฝั่ง บางครั้งพบว่าถูกตกเพื่อการกีฬา &amp;ldquo; นายโสภณ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตฉลาม&amp;rdquo;หัวค้อน&amp;rdquo; เมื่อขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ใช้มาตรการทางกฎหมายยกฐานะให้เป็นสัตว์คุ้มครอง จะช่วยให้การอนุรักษ์มีความเข้มข้นมากขึ้น นายโสภณ กล่าวว่า จะสามารถรักษาจำนวนประชากรได้ทันท่วงที โดยเฉพาะชนิดที่เป็นเป้าหมายเจาะจงจับเพื่อประโยชน์ทางการค้า ครอบครอง หรือนำมาจัดแสดง เนื่องจากปลาฉลามหัวค้อนและปลากระเบนปีศาจมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา เกิดเป็นช่องว่าง ทำให้พ้นจากการถูกกำหนดฐานความผิดและบทลงโทษตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ เมื่ออยู่นอกพื้นที่การคุ้มครองของอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; เมื่อมีกฎหมายคุ้มครองฉลาม กระเบน ตามรายชนิดจะช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเครื่องมือในการปฏิบัติงานได้สะดวกขึ้น แก้ไขปัญหาการสูญพันธุ์ของปลาฉลามหัวค้อนและปลากระเบนปีศาจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารทางทะเล เมื่อมีกฎหมายดูแลปลาฉลามและกระเบนจะทำให้เกิดกฏระเบียบต่างๆ ส่งเสริมท่องเที่ยวยั่งยืนมากขึ้น &amp;ldquo; อธิบดี ทช. กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่กฎหมาย แต่ต้องคุ้มครองทะเล ปชช.-ประมง ต้องช่วยชีวิตฉลาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางการอนุรักษ์ปลาฉลามหัวค้อนและปลากระเบนปีศาจหางเคียว ต้องทำควบคู่กันในหลากหลายมิติ&amp;nbsp; นายโสภณกล่าวประเด็นนี้ว่า นอกจากการผลักดันกฎหมายให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว การประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ รวมถึงการรณรงค์ให้ชาวประมงช่วยชีวิตหรือปล่อยสัตว์เหล่านี้ที่ยังมีชีวิตจากเครื่องมือประมง รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนร่วมใจไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่บริโภคหูฉลาม และสัตว์ทะเลต่างๆ ที่เป็นสัตว์คุ้มครอง และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในการเที่ยวชมสัตว์เหล่านี้ ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเข้มงวด ทำให้เกิดการสร้างรายได้และอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ตลอดจนช่วยรักษาแหล่งอาศัยแ แก้ไขปัญหาการสูญพันธุ์ของฉลามจากน่านน้ำไทยได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของกรม อธิบดี ทช. บอกว่า มีแผนการสำรวจ ติดตามและรวบรวมข้อมูลจำนวนประชากร การพบเห็น ถิ่นอาศัย เส้นทางหากิน อพยพย้ายถิ่น กับหน่วยงาน สมาคม หรือ ชมรมที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งข้อมูลการแจ้งพบเห็นสัตว์ทะเลหายากจากสื่อออนไลน์ เพื่อเป็นฐานข้อมูลการแพร่กระจายและแหล่งอาศัยในการประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ รวมทั้งจัดทำสื่อให้ความรู้คุณค่าความสำคัญของฉลามและปลากระเบนในระบบนิเวศ จะทำให้การคุ้มครองเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์กับภาคส่วนต่างๆ นายโสภณ เน้นย้ำในท้ายว่า ทช.ดำเนินการอบรมสร้างเครือข่ายการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ มุ่งเน้นที่กลุ่มชาวประมง ชุมชนชายฝั่ง หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) อาสาสมัครกลุ่มต่างๆ ตลอดจนประชาชน เป้าหมายให้เข้าใจวิธีการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเหล่านี้อย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ยังสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลที่ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลมากกว่าสองหมื่นคนในปัจจุบัน ทำหน้าที่ประสานงาน แจ้งเบาะแสการทำผิดกฎหมายในพื้นที่อาศัยของสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ไปจนถึงรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง &amp;nbsp;เพราะหน่วยงานรัฐมีเจ้าหน้าที่จำนวนจำกัด นี่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมคุ้มครองปลาฉลามหัวค้อนและปลากระเบนปีศาจหางเคียวได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงเวลาแก้ปัญหาคุกคามสัตว์ทะเลไทยอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพื่อสถานภาพของประชากรสัตว์น้ำ ด้วยมาตรการทางกฎหมายควบคู่พลังประชาชน ไม่ว่าจะสัตว์ทะเลชนิดใดล้วนมีความสำคัญเกื้อหนุนให้ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอุดมสมบูรณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114875</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ปลาฉลามหัวค้อน, เพิ่มสัตว์ป่าคุ้มครอง, โสภณ ทองดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a3dc2427a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ยกสถานะ&#039;ฉลามวาฬ-เต่ามะเฟือง-วาฬบรูด้า&#039;เป็นสัตว์ป่าสงวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 24 ส.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) มอบหมายให้&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนากฎหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกระทรวงฯ ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของที่ประชุมไปประกอบการพิจารณา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองแห่งชาติตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การพิจารณา ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... เป็นการดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 7 ของ พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ที่ได้มีการปรับปรุงจากบัญชีท้ายกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยมีการปรับสถานะรายการสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวน จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง และวาฬบรูด้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัด ทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;nbsp;มีการเพิ่มรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 7 รายการ ได้แก่ ค่างตะนาวศรี งูหางแฮ่มกาญจน์ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ฉลามหัวค้อนยาว ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ฉลามหัวค้อนใหญ่ และฉลามหัวค้อนเรียบ และ การปรับลดรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 20 รายการ เช่น ค้างคาวกินแมลงนิ้วสั้น ค้างคาวปีกขนเหนือ พญากระรอกบินหูขาว นกกระเต็นน้อยหลังแดง ตะพาบพม่า และ ปลาฉนากฟันเล็ก เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและสัตว์น้ำในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่างตะนาวศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนชื่อภาษาไทย และชื่อวิทยาศาสตร์ ในลำดับชั้นสกุล หรือในลำดับชั้นชนิด ในบางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลทางอนุกรมวิธานปัจจุบัน ซึ่งร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมฯ มาแล้วระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2564 โดยมีผู้มีส่วนได้เสีย ผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบผลการดำเนินการตามแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ. 2562 &amp;ndash; 2564 จำนวน 245 ฉบับ โดยให้ฝ่ายเลขานุการตรวจสอบและแก้ไขความคืบหน้าร่างกฎหมาย พร้อมรายงานปัญหาอุปสรรคที่พบ รายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อโปรดทราบต่อไป ตลอดจนเห็นชอบให้มีการจัดทำแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงปี พ.ศ. 2565-2567 โดยขอให้แต่ละหน่วยงานจัดทำระยะเวลาการดำเนินงานของการพัฒนากฎหมายแต่ละฉบับให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114389</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, เพิ่มสัตว์ป่าคุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124c06550801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
