<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กม.มั่นคงฮ่องกงเพิ่มอำนาจตำรวจสอดแนม - บ.โซเชียลมีเดียยันไม่ปูดข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ที่จีนประกาศใช้กับฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มอำนาจอย่างกว้างขวางให้แก่ตำรวจ สามารถสอดแนมและเข้าตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ด้านบริษัทโซเชียลมีเดียหลายแห่งเผยจะไม่ให้ข้อมูลของยูสเซอร์ถ้าเจ้าหน้าที่ฮ่องกงร้องขอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงชุมนุมที่ด้านหน้าสถานทูตจีนในกรุงโซลของเกาหลีใต้เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงที่ทางการจีนเริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่งมาเผยรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ในเอกสาร 116 หน้า เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม เนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้ตัดอำนาจฝ่ายตุลาการที่ก่อนหน้านี้ถ่วงดุลอำนาจในการควบคุมตรวจสอบตำรวจฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงฉบับนี้อนุญาตให้ตำรวจเข้าตรวจค้นผู้ต้องสงสัยได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่คุกคามความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกงยังมีอำนาจในการเข้าควบคุมและลบข้อมูลทางออนไลน์ ถ้ามีเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่าข้อมูลต้องสงสัยนั้นฝ่าฝืนต่อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ให้อำนาจตำรวจฮ่องกงสั่งบริษัทอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตลบข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติและยึดอุปกรณ์ของบริษัทได้ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมีโทษปรับและจำคุกไม่เกิน 1 ปี บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตควรจะมอบบันทึกการใช้งานของยูสเซอร์ ถ้าได้รับการร้องขอจากตำรวจและช่วยเจ้าหน้าที่ถอดรหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายใหม่นี้ให้อำนาจ แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ในการควบคุมดูแลในคดีความมั่นคงแห่งชาติอย่างกว้างขวาง รวมถึงสามารถดักฟังการสื่อสารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกงมีอำนาจเรียกขอข้อมูลจากองค์กรการเมืองระหว่างประเทศที่มีสำนักงานในฮ่องกง เช่น ข้อมูลการทำกิจกรรม รวมถึงข้อมูลส่วนตัว, แหล่งที่มาของรายได้และการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนสัน หว่อง ยูยัต ทนายความฮ่องกง ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ว่า กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่นี้น่ากลัว เนื่องจากเพิ่มอำนาจให้ตำรวจหลายด้าน ทั้งๆ ที่โดยปกติแล้วอำนาจนี้มีการถ่วงดุลโดยฝ่ายตุลาการ ตัวอย่างเช่น ให้ตำรวจตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นในสถานการณ์ฉุกเฉินและพิเศษ แต่ไม่ได้อธิบายความหมายของสถานการณ์พิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกเฟซบุ๊กแถลงเมื่อวันอังคารว่า จะไม่ให้ข้อมูลของยูสเซอร์ถ้าได้รับการร้องขอจากรัฐบาลฮ่องกงหรือตำรวจฮ่องกง โดยเฟซบุ๊กและวอตส์แอปอยู่ระหว่างการประเมินกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฮ่องกงโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และจะปรึกษาเรื่องนี้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทเชื่อในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และสนับสนุนสิทธิของประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองโดยปราศจากความกลัวต่อความปลอดภัยหรือการสะท้อนกลับของความคิดเห็นที่ได้แสดงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทวิตเตอร์และกูเกิลเผยกับเอเอฟพีว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ฮ่องกงร้องขอข้อมูลของยูสเซอร์มาในอนาคตอันใกล้ ก็จะไม่ส่งข้อมูลให้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70810</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ, จีน, ฮ่องกง, เพิ่มอำนาจตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f049214ea400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ดันออกกฎหมาย ห้ามถ่ายทอดเหตุการณ์ก่อการร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสิงคโปร์อ้างบทเรียนจากเหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศอื่น เตรียมผลักดันกฎหมายเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถห้ามการสื่อสารทุกชนิดจากสถานที่เกิดเหตุโจมตีก่อการร้าย เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้เป้าปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ นักท่องเที่ยวนั่งรถบัส 2 ชั้นชมย่านการค้าของสิงคโปร์ ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศเกาะขนาดเล็กอันมั่งคั่งแห่งนี้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลก ช่วงหลายปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ยังได้วางมาตรการป้องกันการก่อการร้ายอย่างเข้มแข็งมากขึ้น นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง เคยกล่าวไว้ว่า การก่อการร้ายโจมตีสิงคโปร์ ไม่ใช่ปัญหาที่ว่าจะเกิดหรือไม่ แต่เป็นปัญหาว่าจะเกิดเมื่อไรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์เมื่อวันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ว่า มาตรการที่เสนอใหม่นี้จะบรรจุไว้ในกฎหมายความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสาธารณะ (อำนาจพิเศษ) ฉบับปี พ.ศ. 2561 ที่จะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการนี้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับผู้สื่อข่าวด้วยและกำหนดบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 475,850 บาท) จะอนุญาตให้ตำรวจสามารถออก &amp;quot;คำสั่งยุติการสื่อสาร&amp;quot; หลังจากได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวจะห้ามบุคคลทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ถ่ายทำหรือสื่อสารภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพื้นที่ที่เกิดเหตุ และห้ามการสื่อสารผ่านข้อความอักษรหรือข้อความเสียงเกี่ยวกับปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่กำลังดำเนินอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์อ้างเหตุผลว่า ข้อมูลที่รั่วไหลถึงผู้ก่อการร้ายสามารถก่ออันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและประชาชนที่ติดอยู่ในสถานการณ์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนในสิงคโปร์ขึ้นชื่อว่าใช้อุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์มากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และยังมีการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วมากด้วย คำแถลงอ้างตัวอย่างเหตุการณ์ในประเทศอื่นๆ ที่การถ่ายทอดสดเหตุการณ์ก่อการร้ายได้เปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งของตำรวจและเผยข้อมูลเชิงยุทธการอื่นๆ ของปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงอ้างถึงการถ่ายทอดสดปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่นครมุมไบของอินเดียเมื่อปี 2551 ที่มีเหยื่อโดนฆ่าตายถึง 100 คน และการจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เกตของชาวยิวในกรุงปารีสเมื่อปี 2558 ที่ตัวประกันโดนฆ่า 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการสนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ภายในประเทศเพื่อนบ้านของตน เมื่อปี 2559 ตำรวจสิงคโปร์สามารถสกัดกั้นแผนการยิงจรวดจากเกาะหนึ่งของอินโดนีเซียเพื่อโจมตีศูนย์กลางเศรษฐกิจของตน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ข้อเสนอเพิ่มอำนาจแก่ตำรวจนี้มีความจำเป็น เพราะสิงคโปร์ยังคงเผชิญกับภยันตรายที่คุกคามความมั่นคงอย่างแท้จริง ทั้งจากบุคคลในประเทศนี้ที่เพาะบ่มความคิดรุนแรง และจากผู้ก่อการร้ายต่างชาติที่มองว่าสิงคโปร์เป็นเป้าหมายที่มีค่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3987</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, สิงคโปร์, ห้ามถ่าย, เพิ่มอำนาจตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a9533a400f1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
