<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนเกินครึ่งไม่คาดหวังว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการจราจรในกทม.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนเกินครึ่งไม่คาดหวังว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาการจราจรในกทม.ได้ &amp;nbsp;53% เชื่อเพิ่มบทลงโทษไม่มีใบขับขี่ จะไม่ช่วยในการแก้ปัญหา ชี้วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจเคร่งครัด ทำตามกฎหมาย /ผู้ใช้รถใช้ถนนมีจิตสำนึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เสนอแผนแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะที่รัฐบาลเองก็ได้มีการเตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.แก้ไขกฏหมายจราจรเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิด เช่น ไม่มีใบขับขี่ หรือมีใบขับขี่แล้วไม่พก ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,132 คน ระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีที่ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ปัญหาจราจร ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่กำลังวิกฤตอยู่ในขณะนี้
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แก้ให้ตรงจุด มีแผนระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45.83%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบังคับใช้กฎหมายต้องเข้มงวด ประชาชนต้องเคารพกฎจราจร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.00%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากเห็นการจราจรในกรุงเทพฯ ดีขึ้น ทันสมัย เดินทางสะดวก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.33%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหารถติดอยู่ในขั้นวิกฤติ โดยเฉพาะหน้าฝน เดินทางลำบาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.50%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลต่อภาพลักษณ์ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.00%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรณีที่ รัฐบาลเตรียมเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.แก้ไขกฏหมายจราจรเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิด เช่น &amp;nbsp;ไม่มีใบขับขี่ หรือมีใบขับขี่แล้วไม่พก ประชาชนคิดว่าจะช่วยแก้ปัญหาจราจรได้หรือไม่
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก้ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;53.71% เพราะ &amp;nbsp;เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ปัญหาการจราจรเป็นปัญหาที่มีมานาน แก้ไขได้ยาก เกิดจากความประมาทขาดวินัย ฝ่าฝืนกฎจราจร ระบบขนส่งสาธารณะไม่ดี ทำให้คนนิยมใช้รถส่วนตัว รถมีปริมาณมากกว่าถนน ฯลฯ
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.41% เพราะ &amp;nbsp;ทำให้ผู้ขับขี่เกรงกลัวกฎหมาย มีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง &amp;nbsp;อาจช่วยลดปัญหาการจราจร และอุบัติเหตุได้ ฯลฯ&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.88% เพราะ &amp;nbsp;คงต้องรอดูก่อนว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ &amp;nbsp;เป็นเพียงข้อเสนอยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาวิกฤตจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้สำเร็จหรือไม่
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่คาดหวังว่าจะสำเร็จ &amp;nbsp; 55.03% เพราะ &amp;nbsp;เป็นปัญหาใหญ่ มีมานาน แก้ไขไม่ได้ ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล คนไทยไม่เคารพกฎหมาย ระบบขนส่งสาธารณะไม่รองรับการเดินทางของประชาชน ถนนหนทางไม่เป็นระบบ รถมีปริมาณมาก ฯลฯ&amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.97%เพราะ &amp;nbsp;ไม่รู้รายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไร อาจต้องใช้เวลานาน ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ใช้รถใช้ถนน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตำรวจจราจร ฯลฯ&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดหวังว่าจะสำเร็จ &amp;nbsp;22.00% เพราะ &amp;nbsp;เป็นรัฐบาลที่เด็ดขาด สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้ มีความตั้งใจในการแก้ปัญหา หากทำสำเร็จจะเป็นผลงานที่โดดเด่นของรัฐบาล ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ประชาชนคิดว่าวิธีการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้เป็นรูปธรรมควรทำอย่างไร
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจเคร่งครัด ทำตามกฎหมาย /ผู้ใช้รถใช้ถนนมีจิตสำนึก มีวินัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;51.17%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ดี ค่าโดยสารไม่แพง เพื่อให้บริการแก่ประชาชน 36.68%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมาตรการควบคุมจำนวนรถยนต์ จำกัดจำนวนรถยนต์ที่ครอบครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.07%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับผังเมือง กระจายความเจริญไปสู่จังหวัดอื่น ๆ สร้างงาน สร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.85%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับปรุงถนน มีป้ายจราจรที่ชัดเจน ไม่จอดรถ ขายของในที่ต้องห้าม &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.41%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาชนคิดว่าการแก้ไขปัญหาจราจรของรัฐบาลมีความเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งตามที่มีกระแสข่าวพาดพิงหรือไม่&amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.64% เพราะ &amp;nbsp; เป็นเพียงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ &amp;nbsp;ข่าวต่าง ๆ ในช่วงนี้ มักถูกนำมาโยงกับการเมือง ฯลฯ &amp;nbsp;
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp; 31.45% เพราะ &amp;nbsp; เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหา &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกมากขึ้น &amp;nbsp;ปัญหาจราจร &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ ควรได้รับการแก้ไขมานานแล้ว &amp;nbsp;เป็นปัญหาที่ติดอันดับโลก ฯลฯ&amp;nbsp;
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;27.91% เพราะ &amp;nbsp; เป็นนโยบายของรัฐบาล เร่งทำผลงาน อยากมีผลงานให้เห็น &amp;nbsp;ใกล้กับช่วงเวลาที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง ในปีหน้า ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาชนไม่เชื่อ, ผลสำรวจความคิดเห็น, สวนดุสิตโพล, เพิ่มโทษไม่มีใบขับขี่, แก้ปัญหาจราจร, ใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b820ee1df4ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2018 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039; เหน็บแก้กฎหมายให้ตำรวจติดเตารีด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.61 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขกฏหมายให้มีการเพิ่มโทษปรับกรณีไม่พกใบอนุญาตขับขี่ เป็น 5 หมื่นบาท ว่า ขอคัดค้านในการเสนอแก้ไขของกรมการขนส่งทางบก และขอเรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระงับการพิจารณา และชะลอการบังคับใช้ เพราะการเพิ่มโทษปรับดังกล่าวจะเป็นการเอื้อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนทุจริต และถือเป็นการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถือเตารีดใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ที่ผ่านมาสังคมไทยรู้กันดีว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีต่อผู้กระทำผิดกฏหมายจราจรเป็นอย่างไร และมักจะตั้งศาลเตี้ยตามริมถนนและสี่แยกไฟแดง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16130</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัชระ เพชรทอง, รีดไถ, เตารีด, เพิ่มโทษไม่มีใบขับขี่, ใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b80eb1f46f5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการขนส่งฯ-ตำรวจแจงยิบแก้กฎหมายลงโทษหนักไม่มีใบขับขี่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.61 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันชี้แจงสาเหตุการขอแก้ไขกฎหมาย กรณีโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ โดยนายกมล กล่าวว่า กฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 &amp;nbsp;ซึ่งการขอแก้ไขพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัยและให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิตร้อยละ 34 &amp;nbsp;ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน ทั้งนี้จากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน300,000 เยน หรือประมาณ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 800,000บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยังกล่าวต่อว่า เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของ กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.การขนส่งทางบกพ.ศ.2522 ซึ่งรวมเข้าเป็นฉบับเดียวกัน โดยปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมายให้เป็นเครื่องมือในการควบคุมกำกับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้มากขึ้น รวมถึงปรับบทลงโทษกรณีผู้ขับขี่กระทำผิด โดยความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และพ.ร.บ.ขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตามพ.ร.บ.รถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000บาท พ.ร.บ.ขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และพ.ร.บ.จราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และพ.ร.บ.ขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งร่างพ.ร.บ.การขนส่งทางบกฉบับใหม่อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ทั้งนี้จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนยืนยันว่า พ.ร.บ.ที่จะออกมาใหม่ เพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในภาพรวมบนถนนสาธารณะ จึงมีความจำเป็นที่ต้องรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายคงต้องใช้กระบวนการพิจารณาทางนิติบัญญัติที่ยาวนานพอสมควร ดังนั้นจึงจะต้องเริ่มวางแผนและบริหารจัดการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าสู่ระบบของการมีใบอนุญาตขับขี่ เมื่อพ้นกำหนดจะมีมาตราการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หลังจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกำหนดมาตราการที่ชัดเจน คือ มีการดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัย หากพบการทุจริตสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายที่จะช่วยเหลือ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนในเรื่องกระบวนการของใบขับขี่ควรจะส่งไปที่ศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณา คดีมีอัตราโทษเกิน 1 เดือนให้ส่งฟ้องศาลปรับ ถ้าไม่เกิน 1 เดือนหรือโทษปรับให้จบที่เจ้าพนักงาน ส่วนใครที่ขับรถไม่มีใบขับให้ส่งศาลเป็นผู้พิจารณาปรับเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เราต้องการคือผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพ มีความสามารถที่จะขับรถได้อย่างดีและปลอดภัย ดังนั้นต้องไปผ่านการตรวจสอบมาตราฐานเบื้องต้นของกรมขนส่ง โดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ทุกคนปลอดภัย ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ในการรีดไถประชาชน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับมาแล้วว่าห้ามเกิดขึ้นเด็ดขาด ถ้าใครนอกลู่นอกทางถูกดำเนินทั้งวินัยและอาญา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกปฏิบัติงานห้ามเป็นตำรวจนินจาที่ใส่ผ้าคลุมใบหน้ามิดชิด อนุโลมให้ใส่เฉพาะหน้ากากกันฝุ่น เมื่อพูดคุยกับประชาชนต้องเปิดหน้าอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16081</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, เพิ่มโทษไม่มีใบขับขี่, แก้ปัญหาจราจร, ใบอนุญาตขับรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7fc6540780a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
