<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าเชื่อข่าวปลอมอเมริกาจะปล่อยเชื้อโควิดในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า&amp;nbsp; ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เรื่อง อเมริกาจะปล่อยเชื้อโควิดในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงภายใน 2 ชม. และอยู่ได้ไม่เกิน 2-3 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการส่งต่อข้อความระบุว่า สหรัฐอเมริกาจะปล่อยเชื้อโควิด-19 ให้กับประเทศไทย ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงภายใน 2 ชม. และอยู่ได้ไม่เกิน 2-3 วัน ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เป็นข้อมูลเท็จที่ถูกแชร์ซ้ำเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและหวาดกลัว ซึ่งจากการตรวจสอบไม่มีมูลว่าข่าวดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม &amp;nbsp; และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000 นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, อเมริกาปล่อยไวรัส, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152f5c3cb345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเน็ตเฮลั่น! ศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามนายกฯใช้ข้อกำหนดตาม พรก.ฉุกเฉิน มาตรา 9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งขอคุ้มครองชั่วคราวคดีหมายเลขดำ พ. 3618/2564 ที่ภาคีนักกฎหมาย และตัวแทนสื่อมวลชนออนไลน์ 12 รายยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผอ .ศบค.ให้ถอนคำสั่งการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯข้อกำหนดที่ 29 ให้อำนาจ กสทช. ตัดเน็ต ดำเนินคดีสื่อออนไลน์ กรณีเฟกนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฐปณีย์ &amp;nbsp;เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ The Reporters ในฐานะผู้ร้อง พร้อมด้วยตัวแทนสื่อสำนักต่างๆ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการส่งคำร้องเมื่อวันที่ 2 ส.ค. และศาลได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง และคู่กรณี ก่อนที่จะนัดหมายให้มาฟังคำสั่งในวันนี้ ตนมองว่าประกาศดังกล่าวที่ออกมา เป็นการริดรอนสิทธิของประชาชน และสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีโรคระบาด ซึ่งประชาชนควรได้รับเรื่องราว การรายงานข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริงในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชน และสื่อต่างๆ ยังเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล การขอความช่วยเหลือ และความเดือดร้อนของประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฐปณีย์ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่า พยานหลักฐานต่างๆ ที่ผู้ร้องได้เสนอไปให้ศาลพิจารณา จะทำให้ศาลระงับคำสั่งดังกล่าว จนกว่าจะมีการแก้ไข หรือระบุรายละเอียดให้ชัดเจน แต่หากศาลพิจารณาผลออกมาในทางกลับกัน ก็พร้อมยอมรับความเห็นของศาล ทั้งนี้ ตนมองว่า คดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับผู้นำ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และหน่วยงานต่างๆของรัฐบาล ระมัดระวังการใช้คำสั่งหรืออำนาจต่างๆ ที่อาจจะละเมิดสิทธิหน้าที่ของสื่อมวลชน และประชาชน ที่เกินกว่าเหตุจนอาจได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ได้มีตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตจากต่างประเทศ เข้ามาสังเกตการณ์ในการฟังคำสั่งขอคุ้มครองในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.20 น.ศาลได้ออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำสั่งอันสรุปใจความได้ว่า ข้อกำหนดฯ ข้อ 1 ที่ห้ามเผยแพร่ข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว มิได้จำกัดเฉพาะข้อความอันเป็นเท็จดังเหตุผล และความจำเป็นตามที่ระบุไว้ในการออกข้อกำหนดดังกล่าว ย่อมเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของโจทก์ทั้งสิบสอง และประชาชนที่รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติคุ้มครองไว้ ทั้งยังไม่ต้องด้วยข้อกำหนดฯ ที่ระบุว่าจำเป็นต้องมีมาตรการที่กำหนดให้การใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นไปอย่างมีเหตุผล ถูกต้องตามข้อเท็จจริงตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวตามข้อกำหนดข้อดังกล่าวนั้นมีลักษณะไม่แน่ชัด และขอบเขตกว้างทำให้โจทก์ทั้งสิบสอง ประชาชน และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ไม่มั่นใจในการแสดงความคิดเห็น และสื่อสารตามเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 34 วรรคหนึ่งและมาตรา 35 วรรคหนึ่งบัญญัติคุ้มครองไว้ นอกจากนี้ยังเป็นการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องด้วยมาตรา 26 วรรคหนึ่งแห่งรัฐธรรมนูญฯ ทั้งข้อกำหนดดังกล่าวก็ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่โจทก์ทั้งสิบสอง หรือประชาชนเกินสมควรแก่เหตุตามความในมาตรา 9 วรรคสองแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกำหนดฯ ข้อ 2 ที่ให้อำนาจระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่เลขที่อยู่ ไอพี (IP address) ที่มีการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารในอินเทอร์เน็ตที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ ไม่ปรากฏว่ามาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดให้ดำเนินการระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตจึงเป็นข้อกำหนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และรัฐสั่งปิดพื้นที่หรือล็อกดาวน์ จำกัดการเดินทางหรือการพบปะระหว่างบุคคลทั้งข้อกำหนดข้อดังกล่าวมิได้ จำกัดเฉพาะการระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับการกระทำครั้งที่เป็นเหตุแห่งการระงับให้บริการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังระงับการให้บริการอินเทอร์เน็ตในอนาคตด้วย ปิดกั้นการสื่อสารของบุคคล และเป็นการปิดกั้นสุจริตชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารดังกล่าว ไม่ต้องด้วยมาตรา 36 วรรคหนึ่งแห่งรัฐธรรมนูญฯ การให้ข้อกำหนดทั้งสองข้อดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไปอาจทำให้เกิดความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังได้ กรณีมีเหตุจำเป็นเห็นเป็นการยุติธรรม และสมควรในการนำวิธีชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้เพื่อเป็นการระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดทั้งสองข้อดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 254(2) มาตรา 255(2) (ง) ประกอบมาตรา 267 วรรคหนึ่ง และการระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวไม่น่าเป็นอุปสรรคแก่การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐหรือแก่ประโยชน์สาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะยังมีมาตรการทางกฎหมายหลายฉบับให้สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อความหรือข่าวสารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ อีกทั้งรัฐสามารถใช้สื่อวิทยุ และโทรทัศน์ในการกำกับเป็นเครื่องมือในการให้ความรู้เพื่อการรู้เท่าทันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนแก่ประชาชนได้ด้วย จึงมีคำสั่งห้ามจำเลยดำเนินการบังคับใช้ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่29) เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ภายหลังฟังคำสั่งศาลเสร็จแล้ว นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บังคับใช้ข้อกำหนดฉบับที่ 29 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุผล เพราะข้อกำหนดว่าห้ามนำเสนอข่าวที่มีลักษณะสร้างความหวาดกลัว เป็นข้อกำหนดที่ไม่มีความชัดเจนแน่นอนในขอบเขต ดังนั้นอาจจะทำให้ประชาชนรวมทั้งโจทก์ ไม่รู้ว่าขอบเขตในการใช้เสรีภาพนั้นเป็นอย่างไร การนำเสนอความจริงจะผิดต่อข้อกำหนดนี้หรือไม่ จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 34,35 และ 26&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้วข้อกำหนดที่ให้อำนาจ กสทช.ในการระงับอินเตอร์เน็ต ศาลเห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการออกข้อกำหนดลักษณะนี้ ที่ให้สั่งระงับอินเตอร์เน็ตได้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอินเตอร์เน็ตมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ประชาชนจะต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการสื่อสาร ติดต่อข่าวสารต่างๆ การให้อำนาจสั่งระงับอินเตอร์เน็ตที่รวมไปถึงในอนาคตด้วยนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ทั้งนี้อย่างไรก็ตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ใช้ข้อกำหนด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ &amp;nbsp;และไม่ให้ระงับอินเตอร์เน็ตดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินได้รับการกระทบกระเทือน หรือก่อให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากรัฐยังสามารถบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในการใช้บังคับเกี่ยวกับข่าวปลอม หรือข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รู้สึกพอใจกับคำสั่งศาลแพ่งที่ให้ระงับข้อกำหนดฉบับที่ 29 ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เกี่ยวกับข่าวที่สร้างความหวาดกลัวหรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า พอใจ เพราะถือว่าศาลมุ่งคุ้มครองเสรีภาพของประชาชนและเสรีภาพของสื่อในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้ควรจะสามารถนำเสนอความจริงอย่างตรงไปตรงมาได้ แม้ความจริงนั้นบางครั้งอาจจะน่ากลัวก็ตาม แต่ว่าเราก็ต้องนำเสนอเพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.ฐปณีย์ กล่าวว่าขอขอบคุณศาลที่ได้รับฟังเสียงประชาชน คำสั่งศาลวันนี้เป็นการคุ้มครองชั่วคราวในการใช้ข้อบังคับนี้ เหตุผลสำคัญคือศาลให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;โดยข้อกำหนดตามที่เราได้ยื่นไปคือ การโพสต์ข้อความทำให้เกิดความหวาดกลัว เป็นข้อความที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ไม่มีมาตรการดำเนินการที่ชัดเจน ขัดหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงปัจจุบันประชาชนใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสาร ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีการล็อคดาวน์ ศาลเห็นว่าประชาชนใช้อินเทอร์เน็ตทั้งในเรื่องการสื่อสาร การพาณิชย์ และการรักษาพยาบาล ดังนั้นหากมีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในลักษณะที่ไม่ได้มีกฎหมายให้อำนาจนายกฯ ดำเนินการในเรื่องนี้ชัดเจน เราจึงต้องการใช้สิทธิเสรีภาพในการทำหน้าที่ เพื่อข้ามผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ศาลให้ความคุ้มครอง เราในฐานะสื่อก็ต้องใช้สิทธิเสรีภาพด้วยความรับผิดชอบ คงไม่ทำอะไรที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวอย่างที่ทุกคนกังวลแน่นอน เราจะใช้สิทธิเสรีภาพของเราอย่างรับผิดชอบ และเราคงไม่ทำเฟคนิวส์ เพราะมันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ในฐานะตัวแทนสื่อขอให้ทุกคนแม้กระทั่งประชาชน ใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบ&amp;rdquo; น.ส.ฐปณีย์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112426</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., การเมือง, ศาลปกครอง, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cea330508a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเชือดมือปล่อย &#039;เฟคนิวส์&#039; ทหารควบคุมตัวนายกฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จในลักษณะข่าวปลอม(Fake News) จากผู้ไม่หวังดีที่พยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ นั้น โดยในวันนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอม อีก 2 กรณี คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรณีที่มีการแชร์ข้อมูลว่าตอนนี้กองกำลังทหารกว่า 300 นาย ได้ควบคุมตัวนายกรัฐมนตรี ไว้แล้ว เพื่อให้กองทัพบกทำการรัฐประหารนั้น ทางกองทัพบกได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า เป็นข้อมูลเท็จ เป็นการสร้างเรื่องเท็จหวังให้เกิดความวุ่นวายในสังคม เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำลายชื่อเสียงกองทัพและรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก เข้าดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จากที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร ตราอินทารา ซึ่งระบุสรรพคุณในการจำหน่ายว่าเสริมภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันไม่ให้ติดไวรัสในกลุ่มทางเดินหายใจ ลดการอักเสบที่ปอดและทางเดินหายใจจากการติดเชื้อ ต้านเชื้อไวรัส และรักษาโรคโควิด-19 ได้นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบและยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม และใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลิตภัณฑ์ที่มีเลขสารบบอาหาร 63-1-17262-5-0005 ได้รับอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในชื่อ อินทรา-015 (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)/Intra-015 (Dietary Supplement Product) ส่วนประกอบ คือ ไคโตซาน ถั่วขาว ส้มแขก และบุก ซึ่งไม่มีฟ้าทะลายโจรเป็นส่วนประกอบแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการกระทำของผู้เผยแพร่ข่าวปลอม อาจเข้าข่ายความผิดตาม &amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1),(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพฤติการณ์ที่ได้กระทำความผิดโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104f38267b00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.พท.ถามทหารอยู่ไหนไม่ออกมาช่วยปชช.แนะแก้เฟคนิวส์ต้องพูดความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.64 - นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ สั่งการให้แต่ละกระทรวง จัดตั้งฝ่ายที่รับผิดชอบในการตรวจสอบข่าวปลอม และให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดด้วย พร้อมให้กระทรวง DES, ปอท. สตช. ดำเนินการในแนวปฏิบัติจากมาตรการนี้อย่างจริงจังและรวดเร็วยิ่งขึ้น ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม ดำเนินคดีกับคนผิด ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน คนดัง หรือเพจต่างๆ ไม่ใช่จับแค่ชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จริงๆ แล้วรัฐบาลมีอำนาจมากมาย จะไปกลัวเฟคนิวส์ทำไม การที่จะแก้เฟคนิวส์ที่ดีที่สุดคือพลเอกประยุทธ์ ต้องพูดความจริงกับประชาชน ไม่ใช่ไปไล่จับประชาชน เมื่อประชาชนสับสนก็ต้องหาข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อหาข้อสรุป เรื่องนี้ต้นตอความผิดเกิดจากรัฐบาลเพราะ ศิลปิน ดารา พี่น้องประชาชน เขามีความอึดอัดใจกับการบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลวซ้ำซาก ดังนั้นเขาจึงออกมาสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยพูดความจริงกับประชาชนในการแก้ปัญหาโควิดว่ามีวิธีบริหารจัดการอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายสมคิด กล่าวว่า กรณีที่พลเอกประยุทธ์ สั่งการให้กองทัพออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น ถึงเวลานี้ยังไม่เห็นมีหน่วยงานของกองทัพออกมาช่วยประชาชนอย่างจริงจังทั้งๆ ที่กองทัพมีเครื่องมือมากมาย ทั้งรถทหาร รถกู้ชีพของกองทัพ นายทหารเสนารักษ์ แพทย์ทหาร โดยเฉพาะรถกู้ชีพของกองทัพมีเป็นจำนวนมากแต่กลับจอดตายในหน่วยงานทหาร ไม่เคยนำออกมารับใช้ประชาชน ทุกวันนี้มีแต่ผู้แทนราษฎรในพื้นที่วิ่งวุ่นในการหารถรับประชาชนที่ติดเชื้อกลับไปรักษาในพื้นที่ ในจังหวัดของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ไม่ได้ออกช่วยพี่น้องประชาชน โรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย ที่ประกาศจัดตั้งในหน่วยงานทหารอยู่ที่ไหน รถรับผู้ป่วยอยู่ที่ไหน พลเอกประยุทธ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีเครื่องมือในการช่วยเหลือประชาชนเป็นจำนวนมาก แล้วอยู่ที่ไหน หรือทหารมีหน้าที่ยึดอำนาจเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ในการช่วยเหลือประชาชน เพราะถึงเวลานี้ไม่มีทหารออกไปช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใด&amp;quot; นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารช่วยประชาชน, นายสมคิด เชื้อคง, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610382c4b9877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเจ้าจุลเจิม&#039; หนุนใช้ยาแรงสกัด &#039;เฟคนิวส์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือ &amp;quot;ท่านใหม่&amp;quot; โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณท่านนายกฯที่ให้ยาแรงกับเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเอาใจช่วยครับท่านรอง บชน พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย ตอนนี้ท่านมียา แรงสกัดการสื่อสารบิดเบือนข้อมูล สร้างความหวาดกลัวกระทบต่อความสงบสุข ของส่วนรวมและสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ท่านเป็นนายตำรวจน้ำดีสักคน ต่อสู้เพื่อชาติและสถาบัน ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น หาหลักฐานมามัดผู้กระทำผิดให้แน่นหนา ผมขอยืนอยู่ข้างท่านครับ ท่านรอง พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย อย่าหยุด บางทีก็อยากเห็นดารา และพวกสื่อเลวๆ ติดคุก กันบ้าง อย่าให้ดิ้นหลุดได้โดยเฉพาะ พวกกวนเมือง ท่านทำหน้าที่ให้เต็มที่ก็แล้วกันครับ ไม่ต้องหวั่นเกรงอะไรทั้งสิน คนดีไม่มีวันตาย อย่าถอดใจ ครับ &amp;nbsp;น้องต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111602</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุลเจิม ยุคล, ท่านใหม่, ยาแรง, เฟคนิวส์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063f51a737d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรมต.ยุคปู&#039; ยก 7 วาทะเด็ด ย้อนเกล็ดเฟคนิวส์ รัฐบาลบิ๊กตู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกรทะรวงพลังงานในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ว่า ทำแบบสิ้นคิด ! ประยุทธ์เพิ่งจะรู้ดีแล้วว่า สถานการณ์จะยิ่งแย่ลง คนเจ็บเพิ่ม คนตายจะยิ่งพุ่ง เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดหนัก หมดปัญญาแก้อะไรไม่ได้ เลยต้องปิดปากสื่อ ห้ามเฟคนิวส์ ทั้งที่เฟกนิวส์มาจากรัฐบาลมากสุด บอกอะไรไม่เคยตรง #ไล่ประยุทธ์ #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้เฟคนิวส์ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;⁃วัคซีนจะมีล้น จะฉีดครบก่อนสิ้นปี&amp;nbsp;
⁃ไทยจะเป็นศูนย์กลางวัคซีนของภูมิภาค
⁃จะมีวัคซีน 150 ล้านโดสเข้ามา
⁃วัคซีนที่ใช้มีคุณภาพดี&amp;nbsp;
⁃ล็อกดาวน์เพียง 14 วัน
⁃ภูเก็ตแซนบอกซ์ไปได้ดี&amp;nbsp;
⁃ยืนยันจะเปิดประเทศได้ใน 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไล่ประยุทธ์ #ลงทะเบียนฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พิชัย นริพทะพันธุ์, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอีเอส&#039; ขึงขังฟันไม่เลี้ยง เฟคนิวส์จัดฉากตายกลางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - ภายหลังโซเชียลมีเดียแชร์ภาพวิดีโอชายเร่ร่อน มีอาการนอนชักเกร็ง บริเวณถนนวิภาวดี -รังสิต ขาออก ก่อนถึงแยกเกษตร 300 เมตร และวิจารณ์กันว่าเป็นผู้ป่วยโควิดนอนเสียชีวิตบนถนน ซึ่งล่าสุดทางสถานีตำรวจนครบาลวิภาวดี ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ ชี้แจงว่าเหตุการณ์ในคลิปคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้ว เมื่อไปตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวมีอาการเมาสุราไม่ได้สติ ตรวจวัดแอลกอฮอล์มีปริมาณสูงมาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อโควิด-19 และไม่ได้เสียชีวิตตามที่มีกระแสข่าวในโซเชียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้พบว่ามีกลุ่มไม่หวังดี พยายามจัดฉากสร้างภาพการแสดงให้เห็นว่าชายในคลิปชักเกร็งเสียชีวิตริมถนนเพราะโควิด เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน ซึ่งเมื่อสังเกตดูจากทั้ง 2 คลิป เป็นคนเดียวกันและชายคนนี้ ไม่ได้เสียชีวิต แต่ตำรวจแจ้งว่ามีอาการเมาสุราเท่านั้น จึงให้กลับบ้านพักไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอฝากประชาชนผู้ใช้โซเชียลมีเดีย อย่าตกเป็นเครื่องมือให้กับคนบางกลุ่ม ด้วยการแชร์ข่าวปลอมหรือ fake news เพราะคนที่นำคลิปนี้ไปแชร์ต่อ สร้างความตื่นตระหนก โจมตีกล่าวหาว่ารัฐบาลปล่อยคนตายกลางถนนเพราะโควิดนั้น อาจเข้าข่ายมีความผิดทางกฎหมายได้&amp;quot;นายชัยวุฒิ &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111560</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102a538069d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
