<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งกห.เคลียร์ชัด เฟซบุ๊กโยงไอโอ ก.ก.สอนรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งกลาโหมเคลียร์ให้ชัด กรณีเฟซบุ๊กปิดบัญชีเพจเชื่อมโยงไอโอกองทัพ ขณะที่ กอ.รมน.ปฏิเสธไม่มีนโยบายให้หน่วยงานทำ ก้าวไกลไปไกล สอนรัฐบาล การปฏิบัติการไอโอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ควรจัดทำเนื้อหาในการเทิดพระเกียรติอย่างเป็นทางการ ไม่เช่นนั้นจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเฟซบุ๊กปิดบัญชีเพจที่เชื่อมโยงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ที่เป็นของกองทัพในประเทศไทยว่า ตอนนี้ให้กระทรวงกลาโหมไปดู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพูดในการอภิปรายในสภา ให้ไปดูว่าเป็นอย่างไร หลายอย่างตอนนี้ก็เป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามว่าวันนี้เฟซบุ๊กทำเช่นนี้ มันมีหลายทาง ทุกคนทราบดี ต้องไปทำให้ความชัดเจนเกิดขึ้น เคลียร์ชัดเจนให้ได้ ผมสั่งทางกลาโหมให้ไปดูแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า กอ.รมน.ไม่ทราบถึงการถูกถอดบัญชี Facebook ตามที่เป็นข่าว เนื่องจากการใช้งานของเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นบัญชีส่วนบุคคล ไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กร การลบบัญชีจากเฟซบุ๊กถือเป็นการลบบัญชีส่วนบุคคล ปัจจุบันเฟซบุ๊กของ กอ.รมน.ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กอ.รมน.ไม่มีนโยบายให้หน่วยดำเนินงานตามที่เป็นข่าว จากนโยบายของ กอ.รมน. มีหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกลางขับเคลื่อนประสานงาน ในการช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อน ซึ่ง กอ.รมน.ได้ยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติงานมาโดยตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า การใช้งานของโซเชียลมีเดียของ กอ.รมน. มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม ผลงานของ กอ.รมน. สร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับทราบความต้องการของประชาชน เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนได้ตรงตามความต้องการ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ปัจจุบัน กอ.รมน.ได้มี Call Center 1374 รับแจ้งเหตุความมั่นคง เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้การดำเนินชีวิตของประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ พร้อมด้วยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมาย หรือไอลอว์ (iLaw), นายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์ พิธีกรผู้จัดรายการ พร้อมด้วยนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้องกองทัพบก (ทบ.) และ พล.อ.ณรงค์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) ต่อศาลปกครอง กรณีกองทัพบกปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO)&amp;nbsp; เพื่อขอให้ศาลปกครองสั่งยุติปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดนี้ทันที รวมทั้งขอให้ลบข้อมูลแบล็กลิสต์ต่างๆ ออกจากสารบบกองทัพบก และให้กองทัพขอโทษออกสื่อสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายยิ่งชีพกล่าวว่า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันก็มีหลักฐานจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ผ่านมา และการตรวจสอบของทวิตเตอร์ รวมทั้งล่าสุดการสอบสวนของเฟซบุ๊กที่พบว่ากองทัพไทยมีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อโจมตีประชาชนที่แสดงความคิดเห็นแตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้เป็นศัตรูกับชาติ ไม่ได้เป็นศัตรูกับรัฐ การที่กองทัพเอางบประมาณของรัฐ เอาภาษีประชาชน เอาบุคลากรทหารและทรัพยากรของรัฐมาโจมตีประชาชนนั้น ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีความชอบธรรม วันนี้จึงมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลสั่งว่าการปฏิบัติการของกองทัพเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผิด และให้กองทัพหยุดปฏิบัติการแบบนี้ทั้งหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยิ่งชีพกล่าวว่า นอกจากนั้นยังได้ยื่นจดหมายต่อผู้รายงานพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะบทสนทนาของประชาชนในโลกออนไลน์ควรจะเป็นบทสนทนาที่เป็นข้อเท็จจริงที่มาจากประชาชนจริงๆ รัฐมีหน้าที่ที่จะต้องรับรองและคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่รัฐเป็นผู้ผลิตข้อมูลโฆษณาชวนเชื่อและโจมตีคนเห็นต่าง นอกจากนั้นเรายังได้ยื่นหนังสือต่อเฟซบุ๊ก เพื่อขอให้สืบสวนเกี่ยวกับการกระทำนี้ของกองทัพด้วย ซึ่งเป็นคนละส่วนกับที่เฟซบุ๊กเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเกี่ยวกับคดีของนางอังคณา นีละไพจิตร อดีต กสม. ที่ยื่นฟ้องไปเมื่อเดือน พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทราบว่าจริงๆ แล้วมีคนที่เห็นด้วยกับรัฐบาล และเห็นต่างกับเราอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจและยอมรับได้ แต่การปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของรัฐที่ใช้งบประมาณรัฐและคนของรัฐเป็นสิ่งผิดปกติที่ยอมรับไม่ได้ เพราะทำให้เราแยกแยะไม่ได้ว่าคอมเมนต์ในการสนทนาในโลกออนไลน์เสียไป เพราะตกลงไม่รู้ว่ากำลังคุยกับใครหรือใครเป็นใคร ทั้งนี้ หากหยุดปฏิบัติการไอโอได้ ก็จะทำให้การสนทนาในโลกออนไลน์เป็นธรรมชาติ ทุกคนไว้ใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเห็นต่างหรือเห็นด้วยกับรัฐบาล ก็อยากให้สนับสนุนยุติปฏิบัติการไอโอแบบนี้&amp;rdquo; นายยิ่งชีพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การถูกปิดบัญชีไอโอในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างยิ่ง และเป็นความน่าละอายที่ถูกแพร่กระจายไปทั่วโลก และเป็นการทำให้เชื่อได้ว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติการไอโอกับประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความแตกแยก เกลียดชังกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญที่สุดก็คือการปฏิบัติการไอโอ ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ วิธีการที่ถูกต้อง คือรัฐบาลควรจัดทำเนื้อหาในการเทิดพระเกียรติอย่างเป็นทางการ ต้องตั้งคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่าการใช้วิธีปฏิบัติการไอโอที่ใช้บัญชีปลอมแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นแบบนี้ เป็นวิธีการที่สมพระเกียรติหรือไม่ และการถูกเฟซบุ๊กปิดบัญชีในครั้งนี้ รวมทั้งการถูกทวิตเตอร์ปิดบัญชีในครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่คิดที่จะเรียนรู้อะไรเลยใช่หรือไม่ และจะยังคงกระทำการบังอาจที่มิบังควรแบบนี้ต่อไปให้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ออกมาประกาศปิดบัญชีผู้ใช้งานแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทเลยใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอย้ำว่าการประชาสัมพันธ์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลต้องทำทุกอย่างอย่างประณีต รอบคอบ เป็นทางการ ให้สมกับพระเกียรติยศ ผมขอเตือนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มักจะอ้างตนเองว่าจงรักภักดี มีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จงเลิกพฤติกรรมที่ด้อยสติปัญญาของตน นำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาปฏิบัติการไอโอ จนถูกทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กเปิดเผย จนระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียที การกระทำอย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นความจงรักภักดี&amp;rdquo; นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชา? บุญไชยอินสวัสดิ์? ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถือเป็นความเลวทรามต่ำช้าและมืดบอดทางปัญญา มองเห็นประชาชนที่เห็นต่างหรือมีวิถีความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างเป็นศัตรู ถึงเวลาแล้วที่กองทัพจะต้องกลับตัวกลับใจ หยุดทำเรื่องชั่วร้ายเลวทรามเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่ว่ากองทัพของชาติไหน ก็ล้วนมีสำนึกว่าห้ามทำ IO กับประชาชนในชาติตัวเอง การที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐถือเป็นเรื่องปกติของการตรวจสอบ แต่ประชาชนจะไม่มีวันเป็นศัตรูหรือภัยต่อความมั่นคงได้ คงมีแต่คนที่ทำให้คนในชาติเกลียดกันเองเท่านั้น จึงจะถือเป็นภัยคุกคามประเทศชาติอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95044</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคลียร์ให้ชัด, เฟซบุ๊กปิดบัญชีเพจเชื่อมโยงไอโอกองทัพ, ไอโอ, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040e4ffe634c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
