<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนกังวล รัฐบาลปริ่มน้ำ ฉุดดัชนีเชื่อมั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เฟทโก้เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าลด 2.83% เหตุกังวลการเมืองเสถียรภาพน้อย คาดรัฐบาลใหม่มีเสียงแค่ 260 เสียง แนะหาคนฝีมือดีเร่งทำงานทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายไพบูลย์ นลินทรางกูร &amp;nbsp; ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (เฟทโก้) เดือน พ.ค.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง 2.83% มาอยู่ที่ระดับ 104.49 เป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนกังวลปัจจัยภายในประเทศจากสถานการณ์การเมืองภายหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเสถียรภาพรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง และผลการเจรจานโยบายการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ถือว่ามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด แต่หากสถานการณ์ต่างๆ &amp;nbsp; คลี่คลายและมีความชัดเจนขึ้น เชื่อว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทิศทางการลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ยังคงเป็นปัจจัยในประเทศจากสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการประกาศผลเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เบื้องต้นประเมินว่าโอกาสรัฐบาลใหม่จะมีเสียงข้างมากนั้นมีน้อย โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 250-260 เสียง ถือว่าเก่งแล้ว และต้องยอมรับว่าเสียงที่มีอยู่ อาจทำให้เสถียรภาพลดลง เวลาการบริหารงานมีน้อย หากจะเข้ามาบริหารประเทศทันที ต้องเลือกคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องทำงานได้ทันที เนื่องจากมีเวลาจำกัด และหมดเวลาฮันนีมูนแล้ว จึงต้องหาคนมีฝีมือเข้ามาบริหารงานทันที ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังคงพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวอยู่ โดยต้องมีนโยบายการกระตุ้นบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงสานต่อนโยบายรัฐบาลเดิม เพื่อไม่ให้นักลงทุนเกิดความกังวล และหากมีความชัดเจนตลาดหุ้นไทยก็จะสามารถปรับตัวขึ้นได้ไม่ยาก&amp;quot; นายไพบูลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเป็นไปได้กรณีปรับลดอัตรานโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และผลกระทบความคืบหน้าและการคาดหวังการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, กรณีพิพาทระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป เรื่องการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมการบินที่อาจส่งผลต่อการขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกัน ทำให้เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงสิ้นปี ทิศทางเบร็กซิต ภายหลังการเลื่อนเส้นตายข้อตกลงจนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวถึงดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเดือน พ.ค.62 ว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน พ.ค.นี้ อยู่ที่ระดับ 60 เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน สะท้อนมุมมองตลาดที่คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงอยู่ที่ระดับ 1.75% ต่อไป โดยให้น้ำหนักกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลก และอัตราเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยหลัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กังวลการเมืองเสถียรภาพน้อย, ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน, นายไพบูลย์ นลินทรางกูร, รสภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ลด 2.83%, หนังสือพิมพ์, เฟทโก้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd198f32816a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
