<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อุตตม” สั่งคลังสรุปชิมช้อปใช้ก่อนลุยเฟส2 ตอกเพื่อไทยไม่ได้ผลาญงบเหมือนจำนำข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.2562 นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการชิมช้อปใช้เฟส 2 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินผลของโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการในเฟสที่ 2 ส่วนรายละเอียดว่าจะมีการให้วงเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 1 พันบาทกับผู้ลงทะเบียนเดิม 10 ล้านคน หรือ เปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มรอบใหม่ ยังไม่ได้ข้อสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการชิมช้อปใช้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ซึ่งทำให้ภาพรวมการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีปัญหาในขณะนี้ โดยมาตรการดังกล่าว รวมถึงชุดมาตาการอื่นๆ เช่น การสนับสนุนต้นทุนการผลิตเกษตรมีเงินออกไปสู่เกษตรการแล้ว 2 หมื่นล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 4 หมื่นล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือเอ็มอี 1 หมื่นล้านบาท ก็เริ่มมีเงินออกไป เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ซึ่งกระทรวงการคลังยังหวังว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 3%&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คาดว่าจะมีเม็ดเงินในโครงการชิมช้อปใช้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เป็นการอุดหนุนจากรัฐ 1.9 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการใช้จ่ายจากประชาชนในกระเป๋า 2 เพื่อขอรับเงินแคชแบ็คคืน 15% ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ประมาณ 3 ล้านราย วงเงินเฉลี่ยรายละ 13,500 บาท โดยคาดว่าจะส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวเพิ่มได้ไม่ต่ำกว่า 0.2-0.3% จากเป้าหมาย 3% ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการระยะยาวสิ้นสุด 30 พ.ย. นี้ โดยการใช้จ่ายในช่วง 3 วันแรกที่ 300 ล้านบาทจึงไม่ใช้น้อยเกินไป เพราะเป็นการทยอยใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้มีการปรับลดคาดการณ์จีดีพีในปี 2562 ลงเหลือ 2.7% นั้น เป็นทิศทางเดียวกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีการคาดการณ์ว่าจีดีพีไทยปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 2.8% บวกลบ ส่วนผลของมาตรการชิมช้อปใช้จะเริ่มมีเม็ดเงินลงสู่ระบบและมีผลกับเศรษฐกิจ ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย. นี้ ซึ่งเชื่อว่าจากผลตอบรับของมาตรการดังกล่าวจะมีแรงจูงใจมากพอ และจากความพยายามของกระทรวงการคลัง ทำให้ยังมีความหวังอยู่ว่าตัวเลขจีดีพีปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ประสานงานไปยังธนาคารกรุงไทย เพื่อปรับปรุงระบบยืนยันตัวตน โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน ทำให้การถ่ายรูปตัวตนในมาตรการชิมช้อปใช้ สะดวกมากขึ้น หลังจากที่เกิดปัญหา ผู้รับสิทธิ์ถ่ายรูปไม่ผ่านหลายครั้ง ซึ่งจากการประเมิน ปัญหาไม่ได้มาจากภาพ แต่เป็นในเรื่องของความสว่างของภาพถ่าย ก็ได้ให้ไปดูให้ดี ควบคุมความสว่างของภาพไม่ให้ระบบสแกนภาพยากจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โทรศัพท์รุ่นใหม่ ที่ภาพถ่ายออกมาสวยมาก ๆ หรือใช้แอพลิเคชั่นทำให้ภาพหน้าฟรุ้งฟริ้ง ไม่ตรงกับบัตรประชาชน ทำให้ถ่ายภาพไม่ผ่านเป็นจำนวนมาก ก็ได้สั่งให้ไปปรับปรุงระบบให้เสร็จภายใน 1-2 วัน&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่ามาตรการชิมช้อปใช้ไม่ได้เอื้อกับผู้ประกอบการรายใหญ่ จากการใช้จ่ายในช่วง 5 วันแรกที่ 628 ล้านบาท มีการใช้จ่ายผ่านห้างขนาดใหญ่แค่ 142 ล้านบาทหรือ 22% เท่านั้น ขณะที่ยอดลงทะเบียนชิมช้อปใช้ 7 วันแรก อยู่ที่ 5.5 ล้านราย ส่งเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิ์แล้ว 4.7 ล้านราย เหลือส่งเอสเอ็มเอส 8 แสนราย โดยใน 4.7 ล้านราย มีจำนวน 2.7 ล้านรายที่โหลดแอพลิเคชั่นเป๋าตังแล้ว อีก 8.2 แสนรายยังไม่ได้ทำอะไรเลย และอีก 1.1 ล้านรายอยู่ระหว่างดำเนินการสแกนภาพหน้าผ่านสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ามาตรการชิมช้อปใช้ ไม่ได้เป็นการเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งจากยอดใช้จ่าย 628 ล้านบาท จากการเก็บข้อมูล เป็นการใช้กับร้านค้า ห้างขนาดใหญ่ แค่ 20% ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายผ่านร้านค้าชุมชน เป็นผลมาจากการวางระบบ ที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถเปิดจุดชำระเงินได้ 20 จุด เพื่อต้องการให้คนไปใช้สิทธิ์กับร้านเล็กๆ มากขึ้น&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ 1 พันบาท จากมาตรการชิมช้อปใช้ต่อไปอีก หลังจากที่ครบกำหนดลงทะเบียนในช่วง 10 วันแรก (23 ก.ย.-2 ต.ค.2562) ที่ 10 ล้านคน แต่ปรากฏว่าเป็นผู้ขอใช้สิทธิ์ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ เฉลี่ยวันละ 2 แสนราย หรือ อีกประมาณ 2 ล้านคน ก็จะเปิดรับสมัครเพิ่มอีกวันละ 1 ล้านคน จนครบกำหนดที่ 10 ล้านคนตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลามาตรการ ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ 10 ล้านคน มีที่มาที่ไป มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายชนชั้นกลาง วัยทำงาน ชัดเจน ซึ่งมีจำนวนกว่า 10 ล้านคน เพราะกลุ่มอื่นไม่ใช้เป้าหมายโดยตรงของมาตรการ เช่น กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน กลุ่มเกษตรกรที่มีมาตรการชดเชยอยู่เดิม 15 ล้านคน กลุ่มผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี อีก 13 ล้านคน และกลุ่มผู้สูงอายุ 70-80 ปี อีก 13 ล้านคน ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าร่วมมาตรการ แต่อย่างไรก็ดี พบว่าประชาชนทุกกลุ่มให้ความสนใจกับมาตรการมาก เช่น มีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ชิมช้อปใช้ จำนวน 5-6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง กล่าวถึงมาตรการกระต้นเศรษฐกิจชิมช้อปใช้ ว่า มาตรการนี้ประชาชนตอบรับเป็นอย่าง ส่วนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ หน่วยงานก็เข้าไปดูแลแล้ว ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบนั้นทุกอย่างเรียบร้อยดี ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 4 ต.ค. นี้ นายอุตตม จะลงพื้นที่ติดตามมาตรการชิมช้อปใช้ที่ จ.ระยองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้ง ระบุว่า ไม่เข้าใจว่า ทำไมแกนนำพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ต่างออกมาโจมตีมาตรการดังกล่าวว่าไม่มีประสิทธิภาพ ช่วยนายทุน &amp;nbsp;ช่วยคนรวย ทั้ง ๆ ที่ประชาชนได้ประโยชน์ เหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ตั้งข้อสังเกตุว่า อะไรที่รัฐบาลทำแล้วเกิดผลตอบรับที่ดีกับประชาชน ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;น่าเศร้าใจมากที่มีวิธีคิดแบบนี้ ที่สำคัญ รัฐบาลไม่ได้ผลาญงบเหมือนที่ฝ่ายค้านเคยทำในอดีต ไม่ว่าจะเป็นโครงการจำนำข้าว และบ้านเอื้ออาทร ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทยทุกคน จะไม่ทำเพื่อนายทุนเด็ดขาด&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฎิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่ามาตรการ100 เดียวเที่ยวทั่วไทยนั้น มีขั้นตอนง่ายกว่ามาตรการชิมช้อปใช้ เพื่อหวังต่อยอดจากมาตรการชิมช้อปใช้ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มออกไปใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวในช่วงแรก เป็นการหนุนให้เกิดการท่องเที่ยว เงินกระจายออกสู่ต่างจังหวัด รวมทั้งยังมาตรการเที่ยววันธรรมดา ราคาช็อคโลก &amp;nbsp;เพื่อเน้นดูแล 6 กลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้สูงอายุ สุภาพสตรี และวัยรุ่นจบใหม่เริ่มเข้าทำงาน ยังมีเวลาท่องเที่ยวได้ ไมมีปัญหาออกเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แนะนำผู้ลงทะเบียนชิมช้อมใช้เตรียมตัวกดคีย์บอร์ดลงทะเบียนผ่าน Official Line ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่เตรียมรองรับเอาไว้ 4 หมื่นแพ็คเกจ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายวันรุ่นยุคดิจัทัล กลุ่มเจน X-Y หรือคนระดับกลางมีกำลังซื้อ ซึ่งหากกลุ่มผู้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ สนใจโปรโมชั่นของรัฐบาลที่ออกมาครั้งนี้ จะส่งผลต่อการกระจายเม็ดเงินออกสู่การท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง ส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีเงินหมุนต่อไปอีกหลายรอบ และพยุงเศรษฐกิจปลายปีให้ดีขึ้น&amp;rdquo; นายชาญกฤช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47139</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, นายอุตตม สาวนายน, เฟสที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c95a4ca010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
