<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039;ชำแหละร่างรัฐธรรมนูญฉบับฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟสบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;&amp;lsquo;ส.ส.ร.&amp;rsquo; ฉบับพรรคฝ่ายค้าน 15 เดือน 1 เลือกตั้งทั่วไป 2 ประชามติ 11,000 ล้านบาท !&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหา พรรคเพื่อไทยในนามของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมร่างแรกไปแล้ว โดยไม่ปรากฏว่ามีพรรคก้าวไกลร่วมแถลงด้วยในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างฯที่ยื่นไปเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไข 2 ประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1 - แก้ไขเนื้อหาในมาตรา 256 หลัก ๆ คือให้วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้แค่เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาตามปกติเท่านั้น ไม่ต้องมีเงื่อนไขต้องได้เสียงของส.ว. 1 ใน 3 ทั้งในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 และต้องได้เสียงของส.ส.พรรคฝ่ายค้านร้อยละ 20 ในวาระที่ 3 รวมทั้งยกเลิกการที่ต้องนำไปลงประชามติในบางประเด็น&amp;nbsp;พูดง่าย ๆ คือแก้ไขกลับไปให้เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 - เพิ่มเติมหมวดใหม่ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือส.ส.ร. เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับขึ้นมาใช้แทนที่รัฐธรรมนูญ 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาดูขั้นตอนรายละเอียดโดยสังเขปในประเด็นนี้กันหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กำหนดให้มี ส.ส.ร. 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ใช่จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยให้ประชาชนแต่ละคนมีสิทธิเลือกได้เพียง 1 คน พูดง่าย ๆ ว่านำเอานวัตกรรมการเลือกตั้ง ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาประยุกต์ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ให้ ส.ส.ร.ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ 45 คน องค์ประกอบมาจากจาก ส.ส.ร. 30 คน โดยให้คำนึงถึงพื้นที่ประกอบด้วย และผู้เชี่ยวชาญอีก 3 สาขา ๆ ละ 5 คน รวม 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ให้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วไป และในทุกจังหวัด โดยให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่ประชุม ส.ส.ร.ครั้งแรก ทั้งนี้ ส.ส.ร.ต้องจัดประชุมครั้งแรกภายใน 30 วันนับจากวันประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ โดยกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย - ประเด็นนี้แหละที่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อ ส.ส.ร.ร่างเสร็จแล้วส่งให้ กกต.นำไปจัดทำประชามติ ภายใน 45 - 60 วัน
- หากร่างรัฐธรรมนูญตกไปไม่ว่าจะโดยเหตุใดให้ ส.ส.ร.หมดสมาชิกภาพไป แต่มีบทบัญญัติให้สามารถเริ่มกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้อีกโดยกลับไปเริ่มนับ 1 โดยเลือกตั้ง ส.ส.ร.ชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า จะไปถึงจุดนี้ได้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมตามมาตรา 256 คือนอกจากจะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาแล้ว ยังจะต้องเป็นเสียงของ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ทั้งในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 และต้องมีเสียงของส.ส.ฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ในวาระที่ 3 และที่สำคัญที่สุด เมื่อผ่านรัฐสภาตามเงื่อนไขข้างต้นแล้วยังต้องนำไปทำประชามติก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปเป็นเบื้องต้นว่าการจะไปถึงรัฐธรรมนูญใหม่ได้ตามร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 ของพรรคร่วมฝ่ายค้านนี้ อย่างน้อย....
- ต้องผ่านการลงประชามติ 2 ครั้ง
- ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรง 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้ารวมกับข้อเสนอต่าง ๆ ว่าเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วให้มีการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งส.ส.ตามกติกาใหม่ ก็ต้องเพิ่มลงไปอีกข้อ...
- ยุบสภา/เลือกตั้งส.ส.ชุดใหม่ ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินให้ กกต.ประมาณ 15,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้านับเฉพาะกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น ก็จะเหลือเพียง 11,000 ล้านบาท จำนวนทั้งสองนี้ไม่นับค่าใช้จ่ายของ ส.ส.ร. 200 คน และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรับฟังความคิดเห็นประชาชนทุกจังหวัดและเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญอย่างทั่วถึง แม้จะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่จะนำมาอ้างเป็นเหตุอุปสรรค แต่ก็เป็นข้อมูลหนึ่งที่ตัองรับรู้และเตรียมการไว้ เพราะเป็นเงินที่นะต้องใช้ภายใน 18 เดือนนับจากร่างฯฉบับนี้ผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระยะเวลาของโรดแม็ปไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากเป็นไปตามร่างฯนี้ ถ้าไม่นับการยุบสภาเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญใหม่ จะเป็นอย่างน้อยที่สุดเร็วที่สุดก็ 15 เดือน โดยแยกเป็น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลาในการกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งรวมการจัดประชามติด้วย อย่างเร็วที่สุดไม่น่าจะต่ำกว่า 5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ต่อด้วยระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ร.อีก 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สุดท้ายคือระยะเวลาในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของส.ส.ร. รวมประชามติด้วย อีกไม่น้อยกว่า 7 - 8 เดือนโดยถ้านับรวมเวลายุบสภาเลือกส.ส.ตามรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยก็บวกเข้าไปอีก 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ เอาแต่ข้อมูลดิบก่อน จากนี้ไปก็ต้องรอดูร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับอื่น ๆ ที่จะมีตามมาอีก โดยเฉพาะร่างฯของพรรคก้าวไกล ร่างฯของพรรคร่วมรัฐบาล ร่างฯของคณะรัฐมนตรี ร่างฯของประชาชน 50,000 คน ให้ครบ ๆ ก่อนจะมีความเห็นในภาพรวม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74867</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, พรรคเพื่อไทย, ส.ว., ส.ส.ร., สมาชิกวุฒิสภา, เฟสบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c7a5340e2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่&#039;ถูกพิษโควิด-19ชีวิตพลิกหันมาขายหมูปิ้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - นายณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดังได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า บันทึกไว้ว่าเดือนมีนาคม 2020 เป็นเดือนที่ชีวิตของผมมาถึงจุดพีกถึงขีดสุด อัลบั้ม Into the New Era ที่อุตสาหะบากบั่นทำมา 2 - 3 ปี ได้รับห้ารางวัลจากสองสถาบันใหญ่ภายในช่วง 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะรู้ว่าไม่กี่วันต่อมา สถานการณ์หวัด Covid - 19 จะพลิกผันให้เดือนที่ดูรุ่งโรจน์ที่สุดของผมกลับเป็นเดือนที่งานเงียบเชียบที่สุดเหมือนอย่างที่ดูจะแย่ลงเรื่อยๆมาซักพัก ผลกระทบจากสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงส่งผลให้เราทุกคนตกอยู่ในสภาพที่ไม่รู้ว่าความหวังอยู่ที่ใด เพราะมันช่างดูสิ้นหวังเหลือเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีวันหยุดอยู่บ้านหลายวัน ถ้าจะนับข้อดีในเรื่องนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้อยู่กับครอบครัว เล่นกับลูก ต่อกันดั้มหรืออ่านหนังสือที่ดองไว้มานาน แต่ข้อเสียคือผมกลายเป็นคนว่างงาน ว่างแบบชนิดทุเรศตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้รายได้ของบ้านเราจะแบ่งเป็นสองก้อนหลัก คือรายได้จากงานเพลงของผม ตั้งแต่เพลงโฆษณาถึงงานจ้าง กับอีกทางคือจากทาง บ.บ้านชูใจ โปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ ที่รับทำคลิปโฆษณาต่างๆ อันเป็นงานหลักของเบลทำกับชูใจ ซึ่งตอนนี้มันจึงกลายเป็นรายได้ทางเดียวที่หล่อเลี้ยงบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นหมายถึงว่าทุกวันที่ผมนอนว่างงาน ผมกำลังกินข้าวที่ลูกเมียหามาให้ผมกินอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะมองเห็นข้อดีที่วิกฤตการณ์นี้ได้ให้บทเรียนผม ผมมองว่ามันสอนผมเรื่องความไม่ประมาทในชีวิตได้อย่างดีมาก ท่ามกลางความสำเร็จที่โหมกระหน่ำเข้ามา อยู่ๆพอมันจะหายไปมันหายไปง่ายกว่ามาก คนชนะพร้อมพ่ายแพ้หมดรูปในชั่วพริบตา ชื่อเสียงที่เป็นเหมือนเพชรก็เช่นกัน วิจิตรเพียงใด ในวันที่แสงไม่อยากฉายมาจับ เพชรมันก็เป็นเพียงแค่หิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมตัดสินใจบอกเบลว่าผมขอออกไปขายหมูปิ้งช่วงว่างงานนี้ งานนี้ใช้เวลาออกนอกบ้านแค่ตอนเช้า ใช้เวลาฝึกไม่นาน แม้รายได้ไม่เยอะแต่ก็คงพอค่ากับข้าวในแต่ละวัน ที่สำคัญหมูปิ้งเป็นอาหารเช้าที่ชูใจโปรดปราน อย่างน้อยถ้าขายไม่ได้เลย ผมก็ยังมีข้าวเหนียวหมูปิ้งกลับไปฝากลูกทุกเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบลถามผมว่าไม่กลัวเสียภาพเหรอ อยู่เฉยๆก็ได้ ผมตอบเธอว่าในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่มือเท้าอยู่ครบดี .. ผมอายกว่ามาก ถ้าต้องอยู่เฉยๆให้ลูกเมียหาเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้านี้ผมจะเริ่มขายวันแรกแล้ว โชคดีที่มีกัลยาณมิตรที่ดีอย่างจี๋และแนน ทั้งคู่อยู่ช่วยผมทุกอย่างจนถึงให้ทำเลขายหน้าร้านหม่าล่าสะโบมั้ย ซ.รัชดา32 ที่เดิมไว้ตั้งหน้าร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสามวันที่ซ้อมปิ้งหมูมา กลับเป็นโมเม้นท์ที่ผมรู้สึกสบายใจที่สุดในขณะได้ลงมือทำ ผมไม่หวังอะไรไกลในความร่ำรวยภายหน้า ผมไม่คิดเสียดายอะไรที่เคยมีแล้วไม่มีอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้แต่เพียงปัจจุบัน ผมจะปิ้งหมูให้อร่อยที่สุดแค่นั้นพอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60820</URL_LINK>
                <HASHTAG>Into the New Era, กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ณัฐวุฒิ ศรีหมอก, หมูปิ้ง, เฟสบุ๊ก, แร็ปเปอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7abe054f880.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอระวี&#039;เผยค่าโง่ทางด่วนใกล้จบฟันธงปิดประตูตายต่อสัมปทาน30ปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค. 2562- &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะผู้เสนอญัตติค่าโง่ทางด่วน โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวระบุถึงเรื่องค่าโง่ทางด่วนว่า ใกล้จะจบแล้ว ครั้งที่ได้เสนอเป็นญัตติด่วนเข้าสู่สภาฯ เพื่อตั้งกรรมาธิการศึกษาหาทางแก้ไข ได้ผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งขอให้ถอนญัตติออก แต่เมื่อตั้ง กมธ.สำเร็จก็มาขอไม่ให้เป็นประธาน กมธ.อีก &amp;nbsp;หรือแม้แต่เริ่มศึกษาก็เจอการสกัดทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผยแต่ในที่สุดก็สามารถจบลงได้ โดยเสียงโหวตในกรรมาธิการเสียงแตก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากญัตตินี้ผ่านสภามา 2-3 เดือนแล้ว มี ส.ส.ในสภา และคนที่รู้จักนอกสภาจำนวนมาก ถามผมว่าเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว ผมทราบข่าวว่าคณะทำงานของกระทรวงคมนาคมที่ปลัดกระทรวงเป็นประธาน ได้ศึกษาจนได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอรัฐมนตรีคมนาคมในวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค.นี้ และคาดว่าวันอังคารที่ 24 ธ.ค.คงจะนำเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป&amp;quot; นพ.ระวี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี ระบุว่า ทางออกสำหรับค่าโง่ทางด่วนนี้คาดว่าจะมีทางออก 3 ทาง คือ 1.ยุติการต่อสัมปทานทางด่วนให้เอกชนพร้อมการสู้คดีในศาลทุกคดี 2.ต่อสัมปทาน 15 ปีแรกกับการยุติคดี ส่วนเรื่องการสร้าง &amp;nbsp;Double deck กทพ.ค่อยพิจารณาใหม่ และ 3.ต่อสัมปทาน 30 ปีตามที่บอร์ด กทพ. และเอกชนเสนอ ซึ่งคิดว่าแนวทางที่ดีที่สุด คือแนวทางที่ 1 ที่อัยการหลายคน ยืนยันว่าน่าจะสู้คดีได้และต้องการสู้คดีให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางที่ 2 พอรับได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขอย่างน้อย 4 ข้อ คือ 1.รัฐมนตรีต้องดูประเด็นทางกฎหมายด้วยว่าสามารถทำได้หรือไม่ ควรให้กฤษฎีกาช่วยดูให้รอบคอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี 2.เอกชนต้องยอมยุติคดีทั้งหมด 3.ประเด็นการขึ้นค่าทางด่วน 10 บาททุก 10 ปีควรจะลดเหลือ 5 บาททุก 10 ปี และ 4.ให้กทพ.เร่งศึกษาเรื่องการลดการติดขัดการจราจรบนทางด่วนโดยเร็ว เช่นการสร้าง Double deck การขยายเลนทางด่วนบางจุด การลดด่านเก็บเงิน การใช้ easy pass &amp;nbsp;มากขึ้นฯลฯ ส่วนแนวทางที่ไม่ควรทำคือการต่อสัมปทาน 30 ปีตามที่บอร์ด กทพ. และเอกชนเสนอตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ระวี กล่าวต่อว่า เชื่อมั่นในจุดยืนของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมต.คมนาคม ที่เคยยืนยันกับตนเองตอนที่เสนอญัตตินี้เข้าสภาก่อนที่จะเป็นรมต.คมนาคม ว่าเห็นด้วยกับการออกมาต่อสู้เรื่องค่าโง่ทางด่วน ว่า น่าจะไม่เลือกแนวทางที่ 3 แน่นอน ทั้งนี้คาดว่า มติ ครม. น่าจะเลือกแนวทางต่ออายุ 15 ปี แม้ว่าจะไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดแต่ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่พอรับ อย่างไรก็ตาม หาก รมต. คมนาคม เลือกแนวทางต่ออายุ 15 ปีต้องพิจารณารายละเอียดประกอบ 4 ข้อ ตามที่ตนเองเสนอโดยเฉพาะประเด็นทางกฎหมายว่าสามารถทำตามแนวทางนี้ได้หรือไม่ ถ้ามีการร้องต่อศาลปกครองจะได้ไม่ตกม้าตาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่ทางด่วน, ญัตติ, นพ.ระวี มาศฉมาดล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่, เฟสบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5d9fff176c126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กบิ๊กป้อมวิเคราะห์คะแนนส้มหล่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2562 - &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์เฟสบุ๊ก ในหัวข้อว่า &amp;ldquo;เล็งส้มหล่น!&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า 1.ปชป. เล็งพวกที่ไม่เอาทักษิณและไม่เอาลุงตู่ เทคะแนนเสียงมาให้ 2.ภูมิใจไทย เล็งเครือข่ายผู้ป่วยมะเร็งและ เครือข่ายรณรงค์กัญชาเสรี จำนวน 10 ล้านคนเทคะแนนเสียงมาให้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พรรคเพื่อไทย เล็งพวกที่ ต่อต้านการยกทรัพย์สมบัติของชาติให้กับเจ้าสัว รวมทั้งพวกที่ต่อต้าน ฝุ่นพิษ สารพิษ การคุมพันธุ์ข้าว เทเสียงให้ &amp;nbsp;4.พลังประชารัฐ เล็งพวกที่หนุนลุงตู่เทคะแนนเสียงมาให้ และ 5.อนาคตใหม่ เล็งวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ 7 ล้านคนเทคะแนนเสียงมาให้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29820</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ส้มหล่น, เฟสบุ๊ก, โพสต์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72609bb378c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอติมลั่นยังไม่หมดหวังเรื่องทหารสมัครใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 พ.ย.2561 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม แกนนำคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแสดงความเห็นเรื่องการเกณฑ์ทหารในหัวข้อ &amp;rdquo;ปรับจากระบบเกณฑ์ทหาร มาเป็นระบบสมัครใจ&amp;rdquo; ระบุว่า เมื่อวันก่อนเป็นครั้งแรกที่ผมได้แสดงความคิดเห็น ว่าอยากเห็นการเปลี่ยนระบบการรับราชการทหารจากระบบเกณฑ์ในปัจจุบัน มาเป็นระบบสมัครใจ (ยกเว้นในช่วงภัยสงคราม)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่น่าจะเป็นคนเดียวหรือคนแรกที่เล็งเห็นถึงความเหมาะสมของการปรับแบบนี้ แต่คำถามที่สำคัญคือ เราจะทำให้เป็นจริงได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการทำให้เป็นจริงได้ มันต้องดูถึงรายละเอียดของแผนที่ผมเตรียมจะนำเสนอต่อพรรคและประชาชนในเร็วๆนี้ แต่ผมคิดว่าเราต้องคำนึงถึง 2 ข้อ:&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กองทัพจะต้องมีกำลังทหารเพียงพอสำหรับปฏิบัติหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ ซึ่งต้องมาจากทั้ง 1.1. การประเมินและลดยอดพลทหารที่ไม่จำเป็นต่อความมั่นคง (เช่น พลทหารรับใช้ การลด &amp;ldquo;ไขมัน&amp;rdquo; ในองค์กร) ควบคู่ไปกับ &amp;nbsp;1.2. การเพิ่มคุณภาพชีวิตพลทหารให้อาชีพทหารเป็นอาชีพที่น่าดึงดูดขึ้น ด้วยการรับรองค่าตอบแทนต่อเดือนที่เหมาะสมต่อค่าครองชีพและไม่โดนหักโดยไม่จำเป็น การขยายสวัสดิการที่ครอบคลุมความต้องการของพลทหารมากขึ้น และ การกำจัดความรุนแรงในค่ายทหารให้หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เรื่องนี้ต้องไม่กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หรือ ถูกมองว่าเป็นการต่อสู้กับกองทัพ เพราะผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดก็ตาม จะประสบความสำเร็จได้ดีที่สุด ถ้าเราได้รับความร่วมมือจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หน้าที่ของฝ่ายการเมือง จึงจำเป็นต้องทำให้กองทัพ (ในฐานะองค์กรที่มีส่วนได้เสีย) ให้การยอมรับข้อเสนอนี้ เพื่อจะปรับตัวไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์ของท่าน ผบ. ทบ. ฉบับเต็มแล้ว ความจริงถ้าเราตัดประโยคพาดหัวที่ท่านพูดว่า &amp;ldquo;มันเป็นไปไม่ได้&amp;rdquo; สิ่งอื่นที่ท่านพูด มันกลับไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเช่นนั้น ผมกลับมองว่าหลายอย่างที่ท่านพูดบ่งบอกด้วยซ้ำว่า &amp;ldquo;มันเป็นไปได้&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันหลังผมจะมาอธิบายว่าทำไมผมถึงยังไม่รู้สึกหมดหวังหลังได้ฟังคำพูดของท่าน ผบ. ทบ. และลงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอของผม แต่ผมหวังว่าแนวทางนี้จะตอบโจทย์ทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งผู้ที่ต้องการเป็นทหาร และผู้ที่ต้องการทำอาชีพอื่น แนวทางนี้จะคืนศักดิ์ศรีให้กองทัพ ให้พ้นครหา &amp;ldquo;สถาบันอำนาจนิยม&amp;rdquo; ไปสู่ &amp;ldquo;กองทัพยุคใหม่&amp;rdquo; ที่แม้เล็กลงด้วยขนาด แต่แข็งแกร่งด้วยประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยบุคลากรที่สมัครใจทำงานและพร้อมทุ่มเทให้องค์กรอย่างแท้จริง แนวทางนี้จะตอบโจทย์ความมั่นคงของชาติในโลกสมัยใหม่ ทำให้ประเทศไทยรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างเท่าทัน &amp;ldquo;ทหารสมัครใจ ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่นใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21311</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์, ปชป., พริษฐ์ วัชรสินธุ, อดีตนายกรัฐมนตรี, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เกณฑ์ทหาร, เฟสบุ๊ก, โพสต์, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181104/image_big_5bdead0380c7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
