<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟ้นหาเพื่อพัฒนาข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้าวไทย เป็นที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน แถมยังเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศมหาศาล ถึงปัจจุบันอาจจะมีการแข่งขันที่สูงมากในมากในตลาดโลก เนื่องจากหลายประเทศเห็นโอกาสที่จะเข้ามาทำธุรกิจด้านนี้ จึงสนับสนุนการปลูกและเร่งการผลิตให้สามารถส่งออกได้เหนือกว่าไทย แต่ถึงอย่างนั้นแล้วความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมนี้ของประเทศก็ยังสามารถที่จะดำเนินการและต่อสู้ได้ในเวทีโลกอย่างแน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทั้งนี้ในยุคสมัยที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปนั้น ส่งผลให้เกิดช่องทางการทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าวมากขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ท้าทายในอุตสาหกรรมตัวนี้ที่ต้องก้าวสู่การยกระดับด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เช่น เครื่องสำอาง การแพทย์และความงาม ยารักษาโรค เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่จากข้อมูลการประกอบอาชีพของประชากรส่วนใหญ่ในประเทศยังคงเป็นภาคการเกษตร ซึ่งมีจำนวนประมาณ 6.6 ล้านครัวเรือน โดยในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจำนวนมากที่สุด ประมาณ 3.7 ล้านครัวเรือน แต่กลับพบว่ากลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงมีฐานะยากจน และมีหนี้สินจำนวนมาก เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูง และกระบวนการเพาะปลูกข้าวยังไม่มีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งสิ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ก็คือ การสนับสนุนให้เกิดธุรกิจนวัตกรรมสำหรับชาวนา ที่ควรเริ่มตั้งแต่ลดจุดอ่อนของการปลูกข้าว การสร้างตลาด การลดต้นทุน รวมทั้งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่เกิดจากสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อให้อุตสาหกรรมข้าวและการเกษตรมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น จึงมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาสนับสนุนเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ที่ล่าสุดได้ออกมาสนับสนุนความสามารถทางนวัตกรรมให้กับกลุ่มเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ ผ่านศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร โดยตั้งเป้าพลิกโฉมการเกษตรของประเทศจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรนวัตกรรม รวมถึงการเพิ่มสตาร์ทอัพด้านการเกษตรให้เพิ่มมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จับมือกับมูลนิธิข้าวไทย จัดการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปี 2562 เพื่อคัดเลือกผลงานนวัตกรรมที่มีศักยภาพสูงสู่เชิงพาณิชย์ โดยนายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า&amp;nbsp; อุตสาหกรรมข้าวไทยควรมีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมในข้าวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความก้าวล้ำเหนือคู่แข่งพร้อมสร้างมิติใหม่ให้กับวงการการค้าข้าวในตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากปัจจุบันคู่แข่งส่งออก โดยเฉพาะอินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ซึ่งประเทศเหล่านี้มีราคาการจำหน่ายข้าวที่ถูกกว่า ส่วนอีกหนึ่งปัญหาที่พบก็คือเกษตรกรและผู้ประกอบการยังติดอยู่กับการพัฒนาสินค้าแปรรูปเพียงแค่ขั้นกลางกันเป็นจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันตลาดและกลุ่มผู้บริโภคมีการมองหาและให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นนวัตกรรมกันอย่างแพร่หลาย และ &amp;ldquo;ข้าว&amp;rdquo; ถือเป็นสินค้าเกษตรประเภทหนึ่งที่มีโอกาสที่จะเติบโต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากการดำเนินงานของ NIA ดังกล่าวจึงเกิดโครงการที่จะสนับสนุนความสามารถทางนวัตกรรมให้กับกลุ่มเกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ผ่านศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดการไต่ระดับพัฒนาการทางนวัตกรรมด้วยเครื่องมือหลากหลายรูปแบบที่ได้รับการออกแบบอย่างเป็นระบบ โดยตั้งเป้าที่จะพลิกโฉมการเกษตรของประเทศจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรนวัตกรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมยกระดับให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรและอุตสาหกรรมการเกษตรให้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางในการเพิ่มสตาร์ทอัพด้านการเกษตรให้เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของสตาร์ทอัพด้านการเกษตร ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะช่วยสร้างทั้งมูลค่าและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ทั้งยังเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงตั้งแต่การดูแลต้นพืชที่เริ่มปลูกในไร่ให้มีคุณภาพที่ดีไปจนถึงมือผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้ร่วมกันจัดการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยเป็นประจำทุกปี เพื่อคัดเลือกผลงานนวัตกรรมข้าวไทยที่มีความโดดเด่นและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สำหรับในปีนี้จะเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่ 1 เม.ย.-31 ก.ค.2562 ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่จะกระตุ้นการพัฒนาจากไอเดียของคนรุ่นใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทำให้ข้าวไทยพัฒนาแซงประเทศคู่แข่ง และเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่จะพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, เฟ้นหาเพื่อพัฒนาข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
