<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลหนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ไม่รอลงอาญาติดคุกสถานเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Zero Accident เปิดเวทีสะท้อนปัญหาดื่มแล้วขับ โพล 93% หนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ต้องเพิ่มโทษหนัก ไม่รอลงอาญา ติดคุกสถานเดียว ส่วนผู้ขายต้องมีส่วนร่วม &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; ลดความสูญเสียบนถนน มั่นใจ &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; สร้างความตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม วิทยากรชี้เป้า กฎหมายบ้านเราไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ คนเมายังขับรถ สังคมต้องใส่ใจ เหยื่อเมาแล้วขับพุ่งชนถึงในบ้านลูกชาย 1 ขวบดับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราสูญเสียจากน้ำเมามากเกินพอแล้ว &amp;ldquo;Our life lost to alcohol is one too many&amp;rdquo; ข้อความขนาดใหญ่ด้านหน้าเวทีเสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำ และการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo;จัดโดยเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน มีวิทยากร ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผจก.ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ ดำเนินรายการโดย นฤบดี จันทรส เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ข่าวสารที่พบเห็นการสูญเสียบนท้องถนนมากมาย และยังมีอีกที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เทศกาลสงกรานต์มีทั้งความสุขและความสูญเสียเหมือนกับทุกเทศกาล สสส.เริ่มดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปี 2546 โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมส่งเสริมการสร้างมาตรการองค์กรและมาตรการชุมชนเพื่อความปลอดภัยทางถนน ก่อนหน้านี้มูลนิธิเมาไม่ขับรณรงค์คนที่เมาไม่ขับรถบนท้องถนนเป็นการทำงานในลักษณะบุคคล สสส.ให้กลุ่มคนที่สนใจจัดตั้งเป็นองค์กรหน่วยงานด้วยการหนุนให้เข้มแข็ง เห็นเป้าหมายร่วมกัน &amp;ldquo;7 วันระวังอันตราย&amp;rdquo; กระตุ้นภาคีทุกภาคส่วนให้ช่วยกันตระหนักเพื่อลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจากกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในเดือนเมษายน ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีจำนวน 17,584 คน ลดลงเหลือเพียง 550 คน ในปี 2563 ของเดือนเดียวกัน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 96.8 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการประกาศเคอร์ฟิว การห้ามจำหน่ายสุรา รวมถึงการปิดผับบาร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้มีผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเอาจริงเอาจังของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการตรวจจับดื่มแล้วขับ เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ ดังนั้นการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีจะยิ่งช่วยให้ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น การใช้ฐานข้อมูลความผิดซ้ำทำให้ทุกคนระมัดระวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มากยิ่งขึ้นด้วย ภาคีเครือข่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อย่าให้การสูญเสียเกิดขึ้นในสังคมหรือเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชมวีดิทัศน์ &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ซ้ำๆ ใครผิด&amp;rdquo; ไทยรัฐทีวีช่อง ๓๒ นำเสนออุบัติเหตุบนท้องถนน 11,997 ราย มีการทำผิดซ้ำ 277 ราย ปีใหม่ 2564 มี 4,435 คดี มีผู้ทำความผิดซ้ำ 203 ราย ใกล้เคียงกับปีก่อนแสดงว่ามาตรการบังคับใช้ยังเอาไม่อยู่ หรือ กฎหมายยังไม่หนักพอที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดหลาบจำได้ กล้าที่จะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้ผลิตผู้ขายแอลกอฮอล์ต่างก็โยนความผิดไปให้กับผู้ดื่ม มีใครบางคนลอยนวล ผู้ผลิตผู้ขายในผับในบาร์ล้วนส่ายหน้าไม่รับผิดชอบ อีกทั้งยังมีวาทกรรมที่ว่า &amp;rdquo;ดื่มแบบรับผิดชอบ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำและการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าบ้านเราเรื่องเมาแล้วขับเป็นหัวข้อถกเถียงความผิดและความรับผิดชอบ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ 7 วันแห่งความสุข แต่เป็นเรื่องการสูญเสียเข้ามาแทนที่ ปกติการดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีการตรวจเป่าแอลกอฮอล์ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานเกินกว่า 3 ชั่วโมงก็จะหายไป ยิ่งปล่อยให้ข้ามวันไปแล้วการเป่าตรวจแอลกอฮอล์ก็จะไม่พบสารแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ยิ่งมีคำสั่งให้ตรวจย้อนหลังก็จะไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ศ.2561-2563 มีการสำรวจ 2,152 ตัวอย่าง จากคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จนถึง 45 ปี รวม 16 จังหวัด ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. พบว่าเด็กที่อยู่ในวงเหล้ากินเหล้าตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากมีสมาชิกในครอบครัวดื่มเหล้าและพาลูกหลานเข้ามาอยู่ในวงเหล้าด้วย เมื่อสำรวจแล้ว 17-20% การรับรู้ กฎหมายและบทลงโทษ 82.57% ที่มีทั้งบทปรับและจำคุก อีก 17% ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าบทลงโทษปรับเท่าไหร่ 56.37% รู้แล้วว่าเมาแล้วขับมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อครอบครัวญาติพี่น้อง 36.31% การรับรู้ กฎหมายบังคับใช้ถ้าเมาขับรถแล้วไม่มีสติ ไม่ใส่หมวกกันน็อก โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า ผลกระทบจากความรุนแรงเมาแล้วขับส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลายพันหลายหมื่นครอบครัว 25% มักจะพูดว่าตัวเองไม่เมา เราทำอะไรกันได้บ้าง ได้แต่พูดกันว่าขอให้เป็นคนสุดท้าย แล้วสังคมไทยก็วนเวียน เราต้องส่งสัญญาณถึงคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ เรามาช่วยกันตั้งโจทย์ดื่มแล้วขับมีเรื่องราวหลายมิติ อยากเห็นผู้รับผิดชอบทั้งต้นน้ำ โดยเฉพาะผู้จำหน่าย กลางน้ำเป็นกลุ่ม A ปลายน้ำ ตำรวจตั้งชุดตรวจจับแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2562 ตรวจแล้วนำส่งฟ้องภายใน 24 ชั่วโมงเป็นความผิด ศาลแขวงสั่งคุมประพฤติ 1.2 หมื่นคน จำนวนนี้มีขาประจำมีความผิดซ้ำ 300 กว่าครั้ง เป็นเพียงเทศกาลเดียวยังทำความผิดซ้ำมากขนาดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิแห่งเอเชียนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ ปี 2557-2558 คนทำผิดซ้ำ 2-3 ครั้งเกือบพันคน จะเห็นได้ว่าบทลงโทษไม่หนักพอทำให้ผู้ทำผิดกล้าทำผิดซ้ำอีกโดยไม่กลัวโทษของ กฎหมาย หนุ่มขับรถหรูมาจอดในที่คนพิการในสนามบินสุวรรณภูมิ มีกล้องวงจรปิดจับภาพอยู่ก็ยังจอดค้างคืน 2 วัน เสียค่าปรับ 500 บาท บทลงโทษไม่หนัก ต้องมีการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้นหรือกระจายสุ่มตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน New South Wales เพิ่มการตั้งด่านตรวจเข้มให้มากขึ้น กระจายด่านตรวจให้ทั่วถึง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากคนเมาแล้วขับเกือบครึ่งหนึ่งคือ 40% จะทำให้อัตราการตายลดลงได้ 15% หลายประเทศใช้มาตรการลงโทษหนัก ญี่ปุ่นเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุโทษจำคุก สิงคโปร์ครั้งแรกใช้โทษปรับรุนแรง ครั้งที่ 2 ปรับเป็นเงิน 4.5 แสนบาท นอร์เวย์ถ้าทำความผิดซ้ำภายใน 5 ปี โทษยึดใบขับขี่ตลอดชีพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละประเทศมีบทลงโทษที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องรับผิดต่อบุคคลที่ 3 อย่างจำกัด เฉพาะกรณีที่ได้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มึนเมาเป็นอาจิณและผู้เยาว์ บุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทั้งยังมีมาตรการทาง กฎหมาย มีการอบรมแก่ผู้มีใบอนุญาต รวมถึงพนักงานให้มีความเข้าใจถึง กฎหมายและความรับผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูลักษณะของความมึนเมาและวิธีจัดการกับสถานการณ์นั้น อบรม ABC&amp;rsquo;s Licensee Education on Alcohol and Drugs (LEAD) program อบรม 4 ชั่วโมง เป็นการอบรมที่เกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในมลรัฐนิวยอร์กและมลรัฐอิลลินอยส์กำหนดหลักการก่อช่องแห่งภัยที่ถือว่าผู้ประกอบการนั้นเป็นผู้ก่อที่สร้างเงื่อนไขนำไปสู่เหตุละเมิดได้ ผู้ก่อไม่ใช่ผู้กระทำละเมิดโดยตรงแก่โจทก์ แต่การกระทำของผู้ก่อเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดการละเมิดของจำเลย แต่เพื่อป้องกันความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการที่อาจจะมีความรับผิดเกินสมควร จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะต้องรับผิดนั้น ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่ใกล้เคียงก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทำให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิ์ที่จะฟ้องให้ผู้ประกอบการรับผิดจากการกระทำของบุคคลที่มึนเมา ซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการ คือ กฎหมายแดรมชอปกล่าวถึงความรับผิดของผู้ประกอบการ กรณีใดที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องผู้ประกอบการได้ รวมถึงค่าเสียหายที่ผู้เสียหายจะสามารถเรียกได้จากผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในประเทศฝรั่งเศสมีระบบการออกใบอนุญาตที่เข้มงวดมาก ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม กฎหมายในฝรั่งเศสได้จะต้องผ่านการอบรมก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทที่ได้รับใบอนุญาต ทั้งยังมีการแจกคู่มือในเรื่องวิธีการสังเกตอาการเมา รวมถึงวิธีการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกค้าเมาไว้ให้แก่ผู้ประกอบการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยควรกำหนดนิยามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551ให้มีความละเอียดเหมือนประเทศฝรั่งเศสที่แยกประเภทและชื่อเรียกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่างกันตามปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มนั้น ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายกรณีที่ผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างผิด กฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันประเทศไทยควรจัดทำคู่มือในการดูลักษณะของบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงวิธีการรับมือในสถานการณ์นั้นแก่ผู้ประกอบการ มีแบบประเมินความเมาก่อนซื้อ แบบประเมินนี้จะใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการสงสัยว่าลูกค้ามีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้เท่านั้น อีกทั้งการเพิ่มมาตรการในการประชาสัมพันธ์หรือการโฆษณาตามโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลผลสำรวจของสวนดุสิตโพลต่อมาตรการเพิ่มโทษและห้ามการรอลงอาญาในความผิด &amp;ldquo;ดื่มแล้วขับ&amp;rdquo; ในกลุ่มตัวอย่าง 2,152 ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า กว่าครึ่งร้อยละ 56.37 เคยพบเห็นหรือตกอยู่ในเหตุการณ์เมาแล้วขับ โดยเกือบทั้งหมดร้อยละ 93.96 เห็นด้วยว่าควรมีการเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และร้อยละ 87.45 เห็นด้วยหากผู้ที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นครั้งที่ 2 ควรถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างเดียวโดยไม่รอลงอาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังเห็นด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีประสิทธิภาพ เคารพกฎหมาย จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การ &amp;ldquo;เมาขับ&amp;rdquo; กลับมาสร้างความสูญเสียอีก จึงเสนอข้อพิจารณาให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีมาตรการที่ไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ต้น-กลางและปลายน้ำ แต่ในระยะเร่งด่วนนี้ ให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; เพื่อสร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจเหล้าปีหนึ่งๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ของธุรกิจน้ำเมาให้ &amp;ldquo;ดื่มอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; Responsible Drinking ฟังดูดี บางคนเห็นคล้อยตามธุรกิจ แต่ถือว่าเป็นการพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบ และไร้ความละอาย โยนความผิดให้ลูกค้าว่า เพราะดื่มไม่รับผิดชอบ จึงเกิดปัญหา ทั้งๆ ที่ธุรกิจน้ำเมาไม่มีสิทธิ์บอกว่า ให้คนดื่มรับผิดชอบ แต่ต้องพูดว่า &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; จึงจะถูกต้อง มีงานวิจัยต่างประเทศระบุว่า การรณรงค์ให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ ไม่ได้ลดปัญหาจากการดื่ม แต่เป็นเพียงวิธีทางการตลาดของธุรกิจน้ำเมาที่ทำให้ยอดขายสูงขึ้น โดยทำให้คนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน เกิดความประมาท เข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น และอายุของนักดื่มลดต่ำลง ทำให้เกิดการเสพติดมากขึ้น ธุรกิจน้ำเมาจึงได้ลูกค้าระยะยาว สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสังคม เพิ่มความรุนแรงในครอบครัว ทำลายอนาคตเยาวชน เกิดอาชญากรรม และสร้างปัญหาเศรษฐกิจในสังคมทุกระดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธุรกิจการตลาดส่งเสริมการขายทำให้คนประมาท กลายเป็นนักดื่มเยาวชน นักดื่มหน้าใหม่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าระยะยาว บุหรี่ก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน มีการฟ้องร้องในศาลถูกบังคับให้เอาหลักฐานในศาล &amp;quot;อนาคตบุหรี่อยู่ได้ต้องทำให้เยาวชนเป็นนักสูบ&amp;quot; ขณะนี้ บ.เหล้าต่างประเทศลงทุนตั้งชมรมรักกันเตือนภัยในมหาวิทยาลัยรณรงค์ให้เด็กดื่มและรับผิดชอบต่อตัวเอง เป้าหมายให้เด็กดื่มเร็วขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่าดื่มไวน์วันละแก้วเป็นประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ ทำให้งานวิจัยได้รับสปอนเซอร์จาก บ.ไวน์และเหล้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการเก็บข้อมูลจากงานวิจัย 600 งาน ใน 200 ประเทศ ใช้เวลา 26 ปี ได้ข้อสรุปว่า ไม่มีขนาดแอลกอฮอล์ปลอดภัยแม้ดื่ม 1 แก้ว แต่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็ง แม้จะไม่เป็นโรคหัวใจ การดื่มน้อยรับผิดชอบสุขภาพตัวเองไม่ได้ การดื่มเหล้าเพียง 1 แก้ว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ส่งผลให้การตัดสินใจช้าหลายวินาที อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์อันตรายมากที่สุด เพราะการตัดสินใจไม่ดีพอคือเมา บางคนแม้ไม่เมาก็ตัดสินใจช้าอยู่แล้วก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในต่างประเทศมี กฎหมายบังคับ รถกระบะห้ามคนจำนวนมากขึ้นรถกระบะ ร้านขายเหล้าในต่างประเทศต้องมีใบอนุญาต ถ้าทำผิดต้องยึดใบอนุญาต เป็นเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งเหล่านี้สังคมไทยต้องเรียนรู้ เพราะคน 70% เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ &amp;ldquo;ผมขอเรียกร้องให้สังคมไทยสนใจปัญหา ธุรกิจเหล้าร่ำรวยมหาศาล ติดอันดับสร้างปัญหาให้สังคม ปีหนึ่งๆ ทำให้คนเสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน และยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค เกิดปัญหาสร้างความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุบนท้องถนน มาตรการควบคุมยังไม่ดีพอ สังคมไทยจะต้องมีมาตรการให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม กฎหมายควบคุมการโฆษณา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฎหมายบ้านเราไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ ถ้ามีปัญหาจะเคลียร์กับตำรวจได้ไหม ดังนั้นเราจะเห็นคนขับแล้วเมาก็ยังกล้าขับรถโดยไม่ยอมใช้รถสาธารณะ มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง มีการซื้อ license ในการทำความผิด อย่างที่เรียกว่า เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ยอม ด้วยพฤติกรรมของคนที่คิดว่าไม่คุ้ม แต่ไม่กล้าเมาและขับในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากบทลงโทษสูงมาก ถ้าเมาแล้วขับรถให้รับผิดชอบตัวเอง ไม่มีใครกล้าเสี่ยงด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน club house มีการพูดกันผมว่าผมรอดตลอด แต่คนที่ถูกตำรวจจับถือว่าเป็นความซวย เพราะเจอตำรวจไม่ยอม ประสบการณ์ของคนเป็นไกด์จะให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการขับรถถูกต้องตาม กฎหมายในประเทศต่างๆ พร้อมกับสำทับด้วยว่า ถ้าเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุ ไกด์ก็ช่วยเหลือไม่ได้ หลายประเทศต้องมีใบอนุญาตขับรถสากลจึงจะขับรถในประเทศของเขาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกิดเหตุทุกครั้งมีคนบาดเจ็บและตาย ให้อำนาจหมอตรวจแอลกอฮอล์ การที่ปล่อยให้คนเมาขับรถเป็นการละเมิดสิทธิ์คนปกติ เราต้องออก กฎหมายให้ร้านค้ามีความรับผิดชอบในการขายแอลกอฮอล์ให้กับผู้ซื้อที่มีอาการเมามายแล้วเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเมาแล้วขับรถ ส่วนใหญ่แล้วคนเมาขับรถจะอ้างว่าตัวเองไม่ได้เมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทำธุรกิจก็คือคนทำธุรกิจ แต่ธุรกิจน้ำเมาเป็นธุรกิจที่ไม่ปกติ เพราะตัวสินค้าทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคม ทั้งจากปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท ฯลฯ สิ่งสำคัญทำอย่างไรให้คนไทยรู้ถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในการทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับ ตนเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้คนไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สำหรับกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถลด ละ เลิกได้ มูลนิธิเมาไม่ขับขอวิงวอน อย่าได้ออกมาขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นแล้วยังมีภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งกับตนเองและผู้อื่น เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;ldquo;ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;สนั่น สุทธิประภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสังสรรค์ดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข แต่กลับไปก่อทุกข์ให้กับคนอื่น ไม่ใช่ความสุขแน่ๆ อนาคต 7 วันแห่งความสุข 365 วันแห่งความสุขของทุกคน ไม่มีใครสูญเสียจากความไม่รับผิดชอบจากคนไทยด้วยกันเอง ครอบครัวสุทธิประภานอนอยู่ภายในบ้านตัวเอง แต่มีโชเฟอร์เมาแล้วขับพุ่งเข้ามาถึงในบ้าน ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียบุตรชาย 1 คน ภริยาและบุตรสาวบาดเจ็บได้รับการรักษา&amp;rdquo; เป็นประเด็นสำคัญที่ สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ นับเป็นความสูญเสียที่ไม่เคยลืม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สนั่นเล่าถึงบรรยากาศเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะกำลังนอนหลับอยู่ รถยนต์พุ่งเข้าชนในบ้าน ทำให้บุตรชายวัย 1 ขวบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีในบ้านย่านปทุมธานี ส่วนลูกสาวบาดเจ็บต้องผ่าตัด ส่วนภริยาอีกปีหนึ่งได้รับการผ่าตัด เพราะมีผลกระทบต่อสมองและสายตา ส่วนผู้ที่ขับรถยนต์เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และทราบว่ามีอาการเมาสุราด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ &amp;ldquo;ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างมาไวเกินไปไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อนข้างบ้านมาช่วยเอารถยนต์ออกจากบ้านและนำศพลูกชายออกมา อยากฝากว่าเมาแล้วขับขนาดนอนอยู่ในบ้านยังทำให้เกิดความสูญเสียได้ ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุคือ สถานบริการควรปิดให้เร็ว เพื่อไม่ให้คนมีเวลาดื่มนาน รวมถึงโทษที่เกิดจากเมาแล้วขับควรเพิ่มมากขึ้น เพราะจะได้เกิดความกลัวกฎหมายไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97372</URL_LINK>
                <HASHTAG>Zero Accident, ขายอย่างรับผิดชอบ, ดร.ณัฐพล แย้มฉิม, ดื่มแล้วขับ, นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์, นพ.แท้จริง ศิริพานิช, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, มูลนิธิเมาไม่ขับ, ศวปถ., ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), สคล., สนั่น สุทธิประภา, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605da079d3ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสถิติข่าวภัยน้ำเมาในรอบปี เมาทะเลาะวิวาทสูงสุด คาดปีใหม่ตายเกิน 400 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;20 ธ.ค.61 - เวลา10.00น. ที่เดอะฮอล์บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.)และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561&amp;rdquo;&amp;nbsp;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปี 2561 ที่รวบรวมไว้ในwww.stopdrink.com โดยมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน พบว่า มีทั้งหมด 872 ข่าว หรือเฉลี่ยวันละ2ข่าว พบคนบาดเจ็บ 523 ราย เสียชีวิต 434 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังพบ ผู้ก่อเหตุเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และหากจำแนกข่าวจะพบว่า มีข่าวอาชญากรรมทะเลาะวิวาทสูง 207ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.74 ข่าวอุบัติเหตุอื่นๆ 205 ข่าว หรือร้อยละ 23.51 ที่น่าตกใจคือจำนวนนี้เป็นข่าวเมาจมน้ำตาย กว่า 80 ข่าว และข่าวก่อกวน/สร้างความวุ่นวาย 202 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.16 และข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนน 146 ข่าวคิดเป็นร้อยละ16.74 ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มเยาวชน และข่าวความรุนแรงในครอบครัว/คุกคามทางเพศ112 ข่าว คิดเป็นร้อยละ12.85 ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามแก้ปัญหาการเสียชีวิตและพิการจากอุบัติเหตุจราจร แต่ประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในปีพ.ศ.2560 จำนวน 15,262 ราย โดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่ปีพ.ศ.2561 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ60คน คิดเป็นเกือบ1.5 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ84 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจราจร สัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงร้อยละ40 โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ประสบอุบัติเหตุจราจรจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันจะไม่สามารถหักหลบ หรือเอามือป้องกันศีรษะตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 2.9 ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มสุราจะสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 58.3&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;ในช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2562 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเสียชีวิตของคนไทยอีกกว่า 400 คน เหมือนทุกปี โดยในเทศกาลปีใหม่ การดื่มสุราจะเป็นการจัดงานเลี้ยงในที่ทำงาน ในบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยราชการ ซึ่งจะต่างจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดที่บ้านและชุมชน เมื่อเลิกงานเลี้ยงผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับ และประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง&amp;quot; นพ.พงศ์เทพ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์, พิษภัยน้ำเมา, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี, เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b1c756f89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขี้ยากระอักซ้ำขึ้นภาษียาเส้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขี้ยากระอักอีก &amp;ldquo;สรรพสามิต&amp;rdquo; จ่อทบทวนภาษียาเส้นใหม่ อ้างอัตราต่ำกว่าบุหรี่ซอง แต่หวั่นกระทบชาวบ้านต้องรอบคอบ &amp;ldquo;เอ็นจีโอ&amp;rdquo; ข้องใจไม่แตะน้ำเมา ซัด 2 มาตรฐานเอื้อทุนประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีกระทรวงการคลังเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จะเรียกเก็บเงินจากการขายบุหรี่เพิ่มซองละ 2 บาท เพื่อมาสมทบในกองทุนบัตรทอง โดยรอเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัตินั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า กรมอยู่ระหว่างการทบทวนโครงสร้างภาษีสูบในภาพรวม โดยเฉพาะภาษียาเส้น ซึ่งปัจจุบันมีการจัดเก็บในอัตราที่ต่ำมาก แม้ว่าจะปรับอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2560 โดยทำให้ราคายาเส้นต่ำกว่าบุหรี่แบบซอง ผู้บริโภคจึงหันไปสูบยาเส้นมากขึ้น แม้ว่ายาเส้นทำลายสุขภาพมากกว่า แต่การขึ้นภาษียาเส้นต้องคิดให้รอบคอบ เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น อาจกระทบกับชาวบ้านได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภาษียาเส้นเคยปรับอัตรามาแล้ว ซึ่งตอนนั้นมีการคิดแบบ 2 เทียร์ แต่โครงสร้างใหม่เหลือเทียร์เดียว เช่น ยาเส้นปรุงเก็บ 10% ของมูลค่า และกรัมละ 1.20 บาท ซึ่งต่ำกว่าการเก็บภาษีบุหรี่ที่ 20-40% ตามมูลค่าและมวนละ 1.20 บาท ทำให้คนไปสูบยาเส้นมากขึ้น ซึ่งกรมอยู่ระหว่างพิจารณาในภาพรวม&amp;rdquo; นายพชรย้ำ และว่า ส่วนกรณีการเก็บเงินเพิ่มบุหรี่ซองละ 2 บาทนั้น ยังไม่ได้มีการเสนอเรื่องนี้มาที่กรม แต่หากเป็นนโยบายรัฐบาล กรมก็พร้อมดำเนินการเรียกเก็บเงินเพื่อสมทบเข้ากองทุนดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวถึงกฎหมายเก็บเงินสมทบจากบุหรี่ 2 บาทเข้ากองทุนบัตรทองว่าเหตุใดจึงเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เก็บเฉพาะบุหรี่ประเภทเดียว แต่ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ และยาเส้น เหมือนการเก็บเงินภาษีเข้ากองทุนอื่นที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งๆ ที่น้ำเมาสร้างปัญหาให้สังคมในหลากหลายมิติมากกว่าบุหรี่ด้วยซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลอยากเพิ่มงบประมาณเพื่อการรักษาโรคของประชาชน ก็ไม่ควรละเว้นการเก็บภาษีเพิ่มจากน้ำเมาด้วย ได้ทั้งภาษี และลดปัญหาจากน้ำเมาตามแนวทางองค์การอนามัยโลกด้วย&amp;rdquo; ภก.สงกรานต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา มองเช่นกันว่า การเสนอจัดเก็บภาษีเพิ่มจากบุหรี่ซองเพียงอย่างเดียว ทำให้ข้อครหาที่ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยว่ารัฐบาลเกรงใจนายทุนน้ำเมาใกล้ความจริงมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะการที่ทุนเข้าไปแทรกซึมอยู่ในทุกกลไกรัฐในนามประชารัฐ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าจะเก็บภาษีบุหรี่ ก็ไม่ควรเว้นการเก็บภาษีเครื่องดื่มแฮลกอฮอล์ เนื่องจากสุราเป็นสินค้าที่ทำลายสุขภาพเหมือนบุหรี่ หากเก็บเฉพาะบุหรี่ก็เท่ากับหาความชอบธรรมใดๆ ไม่ได้เลย&amp;rdquo; นายคำรณกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศรัณญา เบญจกุล อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบที่ดีที่สุดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำคือ มาตรการภาษี ซึ่งจำเป็นต้องขึ้นภาษีต่อเนื่องตามอัตราเงินเฟ้อ เพราะหากปล่อยให้ราคาคงเดิมจะเท่ากับราคาบุหรี่ลดลงทุกปี หรือหมายถึงบุหรี่มีราคาถูกลง เมื่อเปรียบเทียบกับอำนาจซื้อ ทั้งนี้ มาตรการภาษีไม่สามารถใช้เพียงลำพังได้ เพราะเมื่อบุหรี่ราคาแพงขึ้นคนจะชะงัก และมองหาบุหรี่ที่ราคาถูกกว่ามาสูบแทน จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุม อาทิ ควบคุมไม่ให้มีการแบ่งมวนขาย หรือควบคุมไม่ให้มีบุหรี่เถื่อน โดยเฉพาะการแบ่งมวนขายจะทำให้คนไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการสูบ เพราะยังสามารถหาบุหรี่ราคาถูกได้
&amp;ldquo;ภาษีถือเป็นมาตรการที่ได้ผลที่สุดในการควบคุมการบริโภคยาสูบ เพราะจะทำให้นักสูบเปลี่ยนพฤติกรรมทันที แต่หากจะทำให้การควบคุมยาสูบได้ผลดียิ่งขึ้น ต้องทำควบคู่กับมาตรการอื่นๆ โดยเฉพาะ 1-2 เดือนแรก หลังใช้มาตรการทางภาษีต้องเร่งให้ความรู้ประชาชนถึงพิษภัยของบุหรี่ สนับสนุนการช่วยเลิกบุหรี่ และเฝ้าระวังการโฆษณาและส่งเสริมการขายบุหรี่ เพื่อให้สามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างถาวร&amp;rdquo; ดร.ศรัณญากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การควบคุมยาสูบของไทย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนนั้น ดร.ศรัณญากล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่ในปี 2560 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าผลจากทำงานป้องกันนักสูบหน้าใหม่ของภาคส่วนต่างๆ สามารถลดสัดส่วนการสูบบุหรี่ของเด็กและเยาวชนลง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 โดยเด็กที่เริ่มสูบบุหรี่อายุต่ำกว่า 12 ปีลดลงได้ครึ่งหนึ่ง นักสูบอายุ 13-15 ปี ลดลงได้ 10% ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี นอกจากนี้ยังพบว่าอายุเฉลี่ยของเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรก เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเฉลี่ยที่ 18.03 ปี เพิ่มเป็นอายุเฉลี่ย 18.14 ปี ในปี 2560 ส่วนจำนวนเยาวชนอายุ 15-19 ปีที่สูบบุหรี่ ก็ลดลงเช่นกัน จากปี 2557 จำนวน 5.48 แสนคน ลดลงเหลือ 4.47 แสนคน ในปี 2660
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาศักยภาพภาคีด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า มาตรการควบคุมการบริโภคยาสูบที่ไทยใช้ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบของ WHO อย่างครอบคลุม คือใช้ทั้งมาตรการทางภาษี มาตรการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการการรณรงค์เพื่อให้ความรู้ประชาชน ซึ่งพบว่าประชากรในเขตเมืองเริ่มมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องกระจายมาตรการเหล่านี้ไม่ให้กระจุกตัวในเมือง เพื่อทำให้เกิดการเลิกบุหรี่อย่างครอบคลุม ทำให้มาตรการควบคุมยาสูบมีความเข้มข้นและได้ผลดียิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19045</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำรณ ชูเดชา, ดร.ศรัณญา เบญจกุล, ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย, พชร อนันตศิลป์, สรรพสามิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d38f4f1e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กสะท้อน&#039;เสียการเรียน&#039; เหตุพ่อแม่ติดแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศกาลเข้าพรรษาถือเป็นช่วงจังหวะเหมาะสมที่หลายคนจะสร้างกําลังใจเลิกเหล้าให้สำเร็จ เพื่อสุขภาวะที่ดีของตัวเองและเพื่อให้ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาทิ โรคตับแข็ง ตับอักเสบ ความดันโลหิตสูง อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อปัญหาครอบครัว ทั้งผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่าย ค่ารักษาพยาบาล และสุ่มเสี่ยงเกิดการทะเลาะวิวาทกับรอบข้าง รวมทั้งอุบัติเหตุที่อาจไปกระทบต่อผู้คนภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2561 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลังมด...ชวนงดเหล้าครบพรรษา&amp;rdquo; จากนั้นร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;ldquo;พลังมด VS ปีศาจสุรา&amp;rdquo; และเดินแจกสื่อรณรงค์บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการ สสส.กล่าวว่า สสส.และ สคล.ริเริ่มโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาตั้งแต่ปี 2546 และทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยการดำเนินงานถือว่าประสบความสำเร็จ ประชาชนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการประเมินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี2560 โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) พบว่า มีผู้งดเหล้าเข้าพรรษาทั้งสิ้นร้อยละ 67.5 คิดเป็น 14.2 ล้านคน งดเหล้าครบพรรษาหรือตลอด 3 เดือน ร้อยละ 37.9 ผู้ที่งดหรือลดการดื่มลง ร้อยละ 29.6 ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 11,243 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกลุ่มผู้งดเหล้าเข้าพรรษาระบุว่า เมื่อเลิกหรือลดการดื่มแล้วทำให้สุขภาพดีขึ้น ร้อยละ71 ประหยัดค่าใช้จ่าย ร้อยละ 54 สุขภาพจิตดีขึ้น ร้อยละ 42 ลดปัญหาในครอบครัว มีความสุขมากขึ้น ร้อยละ 26 ที่สำคัญกลุ่มผู้ดื่ม ร้อยละ 85.2 ยอมรับว่า เมื่อเห็นสื่อรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. ทำให้เกิดความตระหนักในพิษภัย และพยายามลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวต่อว่า การดำเนินงานโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2561จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลังมด...ชวนงดเหล้าครบพรรษา&amp;rdquo; โดยจะเน้นดำเนินการในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ค้นหาผู้ติดสุรา ให้คำปรึกษาการเลิกดื่มที่ถูกต้อง การส่งต่อเพื่อบำบัดกรณีดื่มจนเสพติดเป็นผู้ป่วย ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในโครงการ 155 นายอำเภอ ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาในพื้นที่ และร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยรณรงค์ผ่านโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 30,000 แห่ง ให้ความรู้พิษภัยของสุราแก่เด็กนักเรียน นำไปเผยแพร่และชักชวนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ลด ละ เลิกดื่มสุรา พร้อมทำงานกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า พัฒนาศักยภาพคนเลิกดื่มสุราตลอดชีวิต หรือ &amp;quot;คนหัวใจเพชร&amp;quot; นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรม พัฒนาจิตใจ ให้ผู้ที่ลด ละ เลิกการดื่มสุราในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาให้สามารถเลิกได้ตลอดชีวิต ผ่านโปรแกรมสติบำบัด การอบรมโดยใช้หลักแพทย์วิถีธรรม และการใช้แนวทางทางพุทธศาสนาควบคู่ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวว่า การงดเหล้าครบพรรษา 3 เดือน นอกจากประหยัดเงินค่าเหล้า ยังนำเงินไปซื้ออาหารทานได้ทั้งครอบครัว ที่สำคัญ คืนเวลาในวงเหล้ากลับมาให้ครอบครัว หลายครอบครัวยอมรับว่าช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด และจะช่วยตัดวงจรการดื่ม ทำให้อุบัติเหตุ อาชญากรรมลดลง การเสียชีวิตลดลงกว่าช่วงปกติ นั่นแปลว่า 3 เดือนนี้จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้พิการได้ และหากงดเหล้าต่อเนื่องหลังออกพรรษา ซึ่งมีทั้งผู้ที่เลิกดื่มตลอดชีวิตด้วย ยิ่งช่วยชีวิตคนบนท้องถนนได้อีกเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ชุมชนคนรอบข้างก็มีบทบาทในการ ชวน ช่วย เชียร์ได้ คือ 1 ชวนกันงดเหล้าเข้าพรรษา และร่วมกำหนดกติกาชุมชน จัดงานเลี้ยงที่ไม่มีเหล้า 2 ช่วย คือ วัดช่วยจัดพิธีกรรมบวชใจ ปฏิญาณตนงดเหล้า ร้านค้าก็ช่วยงดขายเหล้าช่วงเข้าพรรษา และ 3 เชียร์ ให้เด็กๆ เชียร์พ่อแม่ผู้ใหญ่ให้ ลด ละ เลิกเหล้า และชุมชนจัดเวทียกย่องคนที่งดเหล้าได้ครบพรรษาเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ทั้งสุขภาพ ครอบครัว ลดอุบัติเหตุ อาชญากรรม ปีนี้จึงใช้แนวคิดพลังมด คือพลังของคนทุกคนที่จะช่วยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรภัทร ศิริ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนตั้งใจใช้วันเข้าพรรษานี้เป็นจุดเริ่มต้นเลิกเหล้าตลอดชีวิตเพื่อลูกและภรรยา เนื่องจากทั้งชีวิตไม่เคยทำให้ลูกภรรยามีความสุข ทะเลาะกันเป็นประจำ บ่อยครั้งใช้ความรุนแรง มีปัญหาหนี้สิน ไม่มีเงินเก็บ สุขภาพทรุดโทรม สิ่งที่ทำให้คิดและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้คือลูกสาวคนโตเคยเขียนจดหมายลาพ่อหากยังไม่เลิกเหล้า คงเป็นเพราะลูกเห็นจากสิ่งที่ทำทุกๆ วันว่ามันทำร้ายครอบครัว มันไม่มีความสุข จนถึงขั้นรับไม่ได้ จากวันนั้นรู้แล้วว่าครอบครัวสำคัญที่สุด ตอนนี้ตั้งใจแล้วว่าจากนี้จะเป็นคนใหม่ มีเวลาให้ครอบครัว ทำงานเก็บเงินเพื่ออนาคตลูกทั้ง 3 คน นี่ยังโชคดีที่มีโอกาสเจอภาคีเครือข่ายงดเหล้า ได้คุยกับคนที่เลิกเหล้าสำเร็จ ทำให้ตั้งหลักได้ และได้เรียนรู้แล้วว่าการเลิกเหล้า ปัจจัยสำคัญไม่ใช่แค่ตัวคนดื่มที่อยากเลิก ลูกเมีย ญาติพี่น้อง คนรอบข้าง คนในชุมชนก็สำคัญมากที่มีส่วนช่วยสนับสนุน และวันนี้ครอบครัวลูกเมียก็มาให้กำลังใจด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เด็กชายวุฒิชัย ผาหลัก หรือ &amp;quot;น้องมิก&amp;quot; นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนปทุมคงคา ผู้ที่แต่งเนื้อเพลงชวนงดเหล้าเข้าพรรษาและร้องแรปจนโด่งดังในโลกออนไลน์ กล่าวว่า ระหว่างที่ร่วมทำกิจกรรม ครูได้เปิดคลิปวิดีโอพิษภัยของการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบเห็นคนดื่มสุรา รู้สึกสะเทือนใจว่าการดื่มสุราก่อให้เกิดผลเสีย เสียเงิน เสียสุขภาพ เสียมิตรภาพ เด็กหลายคนมีปัญหาการเรียนเพราะพ่อแม่ติดเหล้า จึงเกิดแรงบัลดาลใจ แต่งเพลงแรปขึ้นมาเพื่อเชิญชวนให้ทุกคนใช้เทศกาลเข้าพรรษานี้งดเหล้า และเชื่อว่าหากตั้งใจพยายามจริง จะลด ละ เลิกเหล้าได้ในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเนื้อร้องเพลงแร๊พชวนงดเหล้าเข้าพรรษาของน้องมิก ดังนี้ &amp;ldquo;อยากให้เลิกเหล้าเพราะว่ามันไม่ค่อยดี พอคุณนะเริ่มเมาคุณธรรมก็ไม่มี จิตใจก็ลอยล่อง เหลือเอาไว้เพียงกายหยาบ มันไม่เหมือนนิทาน ที่มีเจ้าชายมากำรา เด็กๆ ก็สงสัย แต่กลับบอกว่าของผู้ใหญ่ ก็เลยสนใจแต่เหล้าสุรา แต่พอกับเด็กไม่เอาใจใส่ เด็กในสายตาก็คงไม่ต่างไปจากอะไหล่ ก็เพราะพ่อแม่ติดเหล้ายา เนื้อหาการเรียนเลยไม่อยากใฝ่ ถ้าอยากจะขอให้เลิก ก็ขอให้เลิกแบบลาขาด ไม่ใช่มาที่หน้างานศพแล้วเข้าฝันบอกลาจาก คำที่สัญญาอยากให้ทำไม่ใช่ลมปาก ผมจะยืนอยู่เคียงข้าง เพราะรู้ว่าเลิกมันคงลำบาก แต่ถ้าจะติดแบบงอมแงมจนกินทุกคนคงไม่ใช่ แต่ถ้าจะให้เลิกเร็วไวมันคงเป็นไปไม่ได้ จะให้พยายามเลิกถ้าไม่อยากให้คนรักต้องร้องให้ ถ้าหากว่าเราร่วมใจกัน เหล้ายาต้องแพ้พ่าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรณรงค์งดเหล้าช่วงเข้าพรรษาโดยอาศัยพลังของชุมชน เป็นเสาหลัก มั่นใจว่าจะทำให้ประชาชนลดการดื่มเหล้า พร้อมนำพาซึ่งความปลอดภัยทั้งสุขภาพและจำนวนอุบัติเหตุลดลงได้อย่างแน่นอน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14648</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดเหล้าเข้าพรรษา, ปีศาจสุรา, พลังมด, พีรภัทร ศิริ, วุฒิชัย ผาหลัก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b64434bb0ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งดเหล้าเข้าพรรษา สสส.ชี้16ปีได้ผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สสส.-สคล.ปลุกพลังมด ชวน ช่วย เชียร์ นักดื่มให้งดเหล้าครบพรรษา ปูพรมค้นหา เยียวยา บำบัดทั่วไทย ชี้รณรงค์ต่อเนื่อง 16 ปี ได้ผล ช่วยคนลด ละ เลิกดื่มเพิ่มขึ้น ปีที่ผ่านมาคนร่วมงดเหล้ามากกว่า 14 ล้านคน ประหยัดเงินค่าซื้อสุรา 11,243 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาปี 2561 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลังมด...ชวนงดเหล้าครบพรรษา&amp;rdquo; จากนั้นร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;ldquo;พลังมด VS ปีศาจสุรา&amp;rdquo; และเดินแจกสื่อรณรงค์บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุปรีดากล่าวว่า สสส.และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ริเริ่มโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาตั้งแต่ปี 2546 และทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยการดำเนินงานถือว่าประสบความสำเร็จ ประชาชนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการประเมินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2560 โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) พบว่ามีผู้งดเหล้าเข้าพรรษาทั้งสิ้นร้อยละ 67.5 คิดเป็น 14.2 ล้านคน งดเหล้าครบพรรษาหรือตลอด 3 เดือน ร้อยละ 37.9 ผู้ที่งดหรือลดการดื่มลง ร้อยละ 29.6 ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 11,243 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้งดเหล้าเข้าพรรษาระบุว่า เมื่อเลิกหรือลดการดื่มแล้วทำให้สุขภาพดีขึ้น ร้อยละ 71 ประหยัดค่าใช้จ่าย ร้อยละ 54 สุขภาพจิตดีขึ้น ร้อยละ 42 ลดปัญหาในครอบครัว มีความสุขมากขึ้น ร้อยละ 26 ที่สำคัญกลุ่มผู้ดื่ม ร้อยละ 85.2 ยอมรับว่า เมื่อเห็นสื่อรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. ทำให้เกิดความตระหนักในพิษภัย และพยายามลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุปรีดากล่าวอีกว่า การดำเนินงานโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2561 จัดภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลังมด...ชวนงดเหล้าครบพรรษา&amp;rdquo; โดยจะเน้นดำเนินการในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ค้นหาผู้ติดสุรา ให้คำปรึกษาการเลิกดื่มที่ถูกต้อง การส่งต่อเพื่อบำบัดกรณีดื่มจนเสพติดเป็นผู้ป่วย ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในโครงการ 155 นายอำเภอ ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาในพื้นที่ และร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยรณรงค์ผ่านโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 30,000 แห่ง ให้ความรู้พิษภัยของสุราแก่เด็กนักเรียน นำไปเผยแพร่และชักชวนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ลด ละ เลิกดื่มสุรา พร้อมทำงานกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า พัฒนาศักยภาพคนเลิกดื่มสุราตลอดชีวิต หรือ &amp;quot;คนหัวใจเพชร&amp;quot; นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรม พัฒนาจิตใจ ให้ผู้ที่ลด ละ เลิกการดื่มสุราในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาให้สามารถเลิกได้ตลอดชีวิต ผ่านโปรแกรมสติบำบัด การอบรมโดยใช้หลักแพทย์วิถีธรรม และการใช้แนวทางพุทธศาสนาควบคู่ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการ สคล. กล่าวว่า การงดเหล้าครบพรรษา 3 เดือน นอกจากประหยัดเงินค่าเหล้า ยังนำเงินไปใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ ที่สำคัญ คืนเวลาในวงเหล้ากลับมาให้ครอบครัว หลายครอบครัวยอมรับว่าช่วงเข้าพรรษาเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด และจะช่วยตัดวงจรการดื่ม ทำให้อุบัติเหตุ อาชญากรรมลดลง การเสียชีวิตลดลงกว่าช่วงปกติ ลดผู้พิการได้ และหากงดเหล้าต่อเนื่องหลังออกพรรษา หรือเลิกดื่มตลอดชีวิต ยิ่งเซฟชีวิตคนบนท้องถนนได้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ชุมชนคนรอบข้างมีบทบาทในการชวน ช่วย เชียร์ คือ 1.ชวนกันงดเหล้าเข้าพรรษา ร่วมกำหนดกติกาชุมชน จัดงานเลี้ยงที่ไม่มีเหล้า 2.ช่วย คือวัดช่วยจัดพิธีกรรมบวชใจ ปฏิญาณตนงดเหล้า ร้านค้าช่วยงดขายเหล้าช่วงเข้าพรรษา และ 3.เชียร์ ให้เด็กๆ เชียร์พ่อแม่ผู้ใหญ่ให้ลด ละ เลิกเหล้า และชุมชนจัดเวทียกย่องคนที่งดเหล้าได้ครบพรรษาเพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ทั้งสุขภาพ ครอบครัว ลดอุบัติเหตุ อาชญากรรม ปีนี้จึงใช้แนวคิดพลังมด คือพลังของคนทุกคนที่จะช่วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรภัทร ศิริ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตั้งใจใช้วันเข้าพรรษานี้เป็นจุดเริ่มต้นเลิกเหล้าตลอดชีวิตเพื่อลูกและภรรยา ตั้งใจเป็นคนใหม่ มีเวลาให้ครอบครัว ทำงานเก็บเงินเพื่ออนาคตลูกทั้ง 3 คน เนื่องจากทั้งชีวิตไม่เคยทำให้ลูกภรรยามีความสุข ทะเลาะกันเป็นประจำ บ่อยครั้งใช้ความรุนแรง มีปัญหาหนี้สิน ไม่มีเงินเก็บ สุขภาพทรุดโทรม สิ่งที่ทำให้คิดและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้คือลูกสาวคนโตเคยเขียนจดหมายลาพ่อหากยังไม่เลิกเหล้า คงเป็นเพราะลูกเห็นจากสิ่งที่ทำทุกๆ วันว่ามันทำร้ายครอบครัว มันไม่มีความสุข จนถึงขั้นรับไม่ได้ จากวันนั้นรู้แล้วว่าครอบครัวสำคัญที่สุด ถือว่าโชคดีที่มีโอกาสเจอภาคีเครือข่ายงดเหล้าและ สสส. ได้คุยกับคนที่เลิกเหล้าสำเร็จ ทำให้ตั้งหลักได้ และได้เรียนรู้แล้วว่าการเลิกเหล้า ปัจจัยสำคัญไม่ใช่แค่ตัวคนดื่มที่อยากเลิก ลูกเมีย ญาติพี่น้อง คนรอบข้าง คนในชุมชน ก็สำคัญมากที่มีส่วนช่วยสนับสนุน และวันนี้ครอบครัว ลูกเมียก็มาให้กำลังใจด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14179</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดเหล้าเข้าพรรษา, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, นครศรีธรรมราช, พีรภัทร ศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d27c6583e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้าไม่ลวนลาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กทม.ร่วมกับภาครัฐและภาคประชาชน รณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไม่ลวนลาม ไม่ซิ่ง ส่งสัญญาณถึงคนไทยและนักท่องเที่ยวหยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสม ฉวยโอกาสลวนลาม คุกคามทางเพศ เข้ม 79 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ปลอดภัย ปลอดเหล้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 10 เมษายนนี้ ที่ถนนข้าวสาร นายทวีศักดิ์ &amp;nbsp;เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางพัชรี อาระยะกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม ผู้อำนวยการเขตพระนคร มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เด็ก เยาวชน และประชาชน กว่า 100 คน ร่วมเดินรณรงค์สงกรานต์ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สงกรานต์ กทม.ปลอดภัย ไม่ดื่ม ไม่ลวนลาม ไม่ซิ่ง&amp;rdquo; โดยแจกสื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและประชาชนไทยร่วมมือ รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม มีสติ เคารพ ให้เกียรติกัน อยู่ในกรอบของกฎหมาย ภายในงานมีการแสดงรำไทย แรปเพลง &amp;ldquo;สงกรานต์ให้ปลอดภัย&amp;rdquo; การปล่อยขบวนรถสามล้อ และเดินรณรงค์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนประชาสัมพันธ์จุดรับเรื่องร้องเรียน ช่วยเหลือในพื้นที่เล่นน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์กล่าวว่า กทม.ให้ความสำคัญกับการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเป็นการสืบสานและดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามของไทย ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของประชาชนที่มาร่วมงานสงกรานต์ จึงมีนโยบายเรื่องการจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม.ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้ทุกสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวด กำกับ ดูแลให้การเล่นน้ำสงกรานต์มีความปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดการลวนลาม การกระทำอนาจาร การคุกคามทางเพศ และการใช้ความรุนแรงต่างๆ ทั้งนี้ ในปี 2561 กรุงเทพมหานครมีการจัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์ ณ สวนลุมพินี ในระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2561 และนอกจากนี้ยังจัดให้มีพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 79 พื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการเล่นสงกรานต์อย่างสุภาพ ไม่ใช้ความรุนแรง ห้ามใช้อุปกรณ์ที่ปรับแต่งพิเศษ เช่น ท่อน้ำที่มีแรงดันสูง ห้ามการกระทำอนาจารและคุกคามทางเพศต่อเด็กและสตรี รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัดในการไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ไม่ส่งเสริมการขาย จำกัดพื้นที่ในการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สคล. กล่าวว่า ถนนข้าวสารถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมเล่นน้ำสงกรานต์ คาดว่าจะเป็นพื้นที่รองรับชาวไทยและต่างชาติที่จะเดินทางมาเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาคือ สร้างความตระหนัก รณรงค์เรื่องการดื่มสุรา การจำหน่ายสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นหลักให้เกิดอุบัติเหตุ เจ็บ ตาย หากพิจารณาตามสถิติสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ทุกๆ ปีจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนกว่า 2 หมื่นราย หากนับเฉพาะช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ปี 60 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,690 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 390 ราย จะพบว่าประเด็นหลักยังคงเป็นเรื่องการเมาแล้วขับและการขับรถเร็ว ยิ่งแอลกอฮอล์ในเลือดมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุมากเท่านั้น และเพิ่มโอกาสลวนลาม อนาจารมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากวิงวอนให้ประชาชนผู้ประสบเหตุการณ์ผลกระทบจากน้ำเมา ถูกคุกคามทางเพศ รวมไปถึงผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ต้องแจ้งเหตุ อย่าทำเหมือนธุระไม่ใช่ เพราะสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ&amp;quot; เภสัชกรสงกรานต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เป็นกรอบที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการลงมา ในส่วนของกองทัพบกได้จัดกำลังช่วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับบ้าน ในขณะเดียวกัน ในฐานะกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ดูในเรื่องของการกระทำผิดกฎหมาย และการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะยาเสพติด กำลังอีกส่วนหนึ่งได้จัดไปในแหล่งท่องเที่ยว และส่วนที่มีการจัดกิจกรรม กำลังอีกส่วนหนึ่งเตรียมไว้เพื่อมีสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งก็น่าที่จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ในปีนี้ทางนายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใยประชาชน ได้สั่งให้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วม ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการอำนวยการในเรื่องของการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะในจุดที่วิกฤติ ในการเดินทางกลับบ้านโดยใช้เวลาเดินทางได้น้อยที่สุด และมีการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รับทราบในการเดินทางโดยตลอดทั้งไปและกลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลประชาชน, ปลอดภัย, รณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้า, ศูนย์อำนวยการร่วม, สวนลุมพินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี, ไม่ซิ่ง, ไม่ลวนลาม, ไม่ใช้ความรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accbdce468d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
