<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>12เครือข่ายเภสัชกรภาคใต้ ออกแถลงการณ์จวก&quot;อย.&quot;เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ร่างพ.ร.บ.ยา  ขาดความน่าเชื่อถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61- เวลา 11.30 น. ที่โรงแรมเจบีหาดใหญ่ &amp;nbsp;ชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม รวมเป็น 12 องค์กรวิชาชีพเภสัชกรรม ได้นัดหมายแสดงออกซึ่งการคัดค้าน (ร่าง) พรบ.ยา &amp;nbsp;และออกแถลงการณ์ให้ถอน (ร่าง) พระราชบัญญัติยา พ.ศ...... (ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ.2561 : ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรี) &amp;nbsp;โดยมีเภสัชกรจากหลายพื้นที่ในภาคใต้รวมตัวใส่ชุดฟอร์มเภสัชกรรวมตัวกันแสดงออกถึงการคัดค้านและให้ถอนร่างออกไปเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บิดเบือน ขาดความชอบธรรมในการส่งร่างเข้าสู่คณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภญ.สุจิตา กุลถวายพร ประธานชมรมเภสัชกรภาคใต้ ได้เป็นตัวแทน 12 องค์กรวิชาชีพเภสัชกรรมในภาคใต้อ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืน โดยสาระสำคัญในแถลงการณ์ได้ระบุเหตุผลที่จำเป็นต้องให้ถอนดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื่องจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาขาดความชอบธรรม หมดความน่าเชื่อถือในการเสนอร่างกฎหมายที่มีความสำคัญในหลักการเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยด้านยาแก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการนำร่างออกรับฟังที่เปลี่ยนไปมา ไม่แน่นอน อีกทั้งนำมาตราอื่นๆที่ซ่อนเร้นไว้ มาเติมใส่เองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบมาก่อน นำความเห็นของชมรมเภสัชกรภาคใต้ไปบิดเบือนในร่างที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีว่า ทางชมรมเภสัชกรภาคใต้ เห็นด้วย ทั้งๆที่ได้แสดงจุดยืนคัดค้าน(ร่าง) พระราชบัญญัติยา พ.ศ.....ดังกล่าวตลอดมา รวมถึงชี้แนะข้อบกพร่องร้ายแรงของร่างกฎหมายตามที่ได้นำเสนอไปแล้ว จึงสมควรอย่างยิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต้องแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีนี้อย่างเปิดเผย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และทางชมรมเภสัชกรภาคใต้และ 12 เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม ได้เสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา &amp;ldquo;ให้ถอนร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ...... (ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรี) ออกไป และไม่ส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อนำกลับมาปรับปรุงตามที่ภาคีเครือข่ายต่างๆได้แนะนำไว้ ทั้งนี้ หากไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมใด ๆ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมทั้ง 12 องค์กรในภาคใต้จะยกระดับการแสดงจุดยืนร่วมกับเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมทุกภาคของประเทศไทย เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติยา พ.ศ...... (ฉบับเสนอคณะรัฐมนตรี) อย่างถึงที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภก.จรัญวิทย์ แซ่พัว กรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) และกรรมการชมรมเภสัชกรภาคใต้ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กระบวนการรับฟังความคิดเห็นขาดความชอบธรรม เพราะ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) ยก (ร่าง ) พ.ร.บ.ยา พ.ศ........ โดยเปลี่ยน (ร่าง) พ.ร.บ.ยา &amp;nbsp;ที่นำมารับฟังความคิดเห็นทุกครั้ง &amp;nbsp;ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้จากฉบับรับฟังความเห็น ก่อน มกราคม 2561 ,มกราคม 2561 , กุมภาพันธ์ 2561 ,กรกฎาคม 2561 และเมื่อมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ยาเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก็ยังมีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มบทบัญญัติที่กระทบถึงสาระสำคัญและไม่ใช่ข้อตกลงตามที่เคยมีการพูดคุยถึงข้อบกพร่องของร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ....ฉบับรับฟังความเห็นในเดือนกรกฎหมาคม 2561 มาก่อน &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเสริมอีกว่า &amp;ldquo; อย.สอดไส้ร่างกฎหมายยาในสองประเด็นใหญ่ ปรับประเภทยาในร่าง พ.ร.บ.ยาฉบับ ครม. ให้ดูเหมือนเหลือยา 3 ประเภทตามมาตรา 4 แต่หากดูทั้งร่าง พ.ร.บ.ยาจะพบยาประเภทที่ 4 ที่เรียกว่ายาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาที่จ่ายโดยเภสัชกรหรือยาตามใบสั่งยา ตามมาตรา 6(9) และส่งผลต่อการเกิดร้านขายยาพันธ์ใหม่ตามประเภทใบอนุญาตขายปลีกยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาที่จ่ายโดยเภสัชกรหรือยาตามใบสั่งยา โดยระบุไว้ในมาตรา 25(6) และเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้มีความรู้ด้านยาอย่างเพียงพอ อาศัยเพียงผ่านการอบรมจาก อย.ตามมาตรา 24(3) สามารถเปิดร้านยาพันธ์ใหม่เพื่อขายยาได้ &amp;nbsp;ทั้งๆที่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ยา และไม่คุ้มครองผู้บริโภคอย่างร้ายแรง &amp;nbsp; นอกจากนี้ มาตรา 117 ยังถูกเขียนเพิ่มขึ้นใหม่ทั้งๆที่มีความซ้ำซ้อนกับการกำกับตามมาตราอื่นบางส่วน &amp;nbsp;แต่กลับสุ่มเสี่ยงต่อการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ทุกสาขาที่มีคลินิกสามารถจ่ายยาที่จ่ายโดยเภสัชกรได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม 12 องค์กรวิชาชีพเภสัชกรรม ได้แก่ 1. ชมรมเภสัชกร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ชมรมเภสัชกรชุมชนจังหวัดสงขลา &amp;nbsp; 3.ชมรมเภสัชกรชุมชนจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; 4.ชมรมเภสัชกรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;5.ชมรมเภสัชกรสำนักงานสาธาณสุขจังหวัดภาคใต้ &amp;nbsp; 6.สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;7. สำนักวิชาเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ &amp;nbsp; 8.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ &amp;nbsp;9.กลุ่มเภสัชกรการตลาดภาคใต้ &amp;nbsp;10. สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) &amp;nbsp;11. สโมสรนักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2.สโมสรนักศึกษาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20225</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านร่างพ.ร.บ.ยา, เภสัชใต้จวกอย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc86c6424117.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
