<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ทูตเกาหลี”บุกคมนาคมสนใจร่วมลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ นายอี อุก-ฮ็อน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และผู้แทนจาก Korea Expressway Corporation (KEC) (รัฐวิสาหกิจของเกาหลีใต้) ว่าเกาหลีใต้ได้แสดงความสนใจในการเข้ามาร่วมลงทุนกับไทยในหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งก็ถือว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจเนื่องจากเกาหลีใต้มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในการจัดการด้านจราจรสูง

อย่างไรก็ตาม ส่วนการลงทุนจะเกี่ยวข้องกับโครงการที่ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคม มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาการจราจรหน้าด่านทางด่วนที่มีอยู่ในระบบปัจจุบัน ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ) โดยจะมีการนำไม้กั้นออกและให้รถวิ่งผ่านโดยหักเงินได้ทันที ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาการจราจรหน้าด่านได้แล้วยังเกิดความสะดวกกับผู้ใช้บริการ easy pass ในปัจจุบันด้วย

อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงคมนาคมยังเห็นว่า การนำไม้กั้นออกจากช่องเก็บค่าผ่านทาง easy pass นั้น เป็นเทคโนโลยีที่ กทพ . และเอกชนไทย น่าจะทำได้อยู่แล้วในปัจจุบัน ดังนั้นความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีใต้ในเรื่องที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานคงจะต้องมีการประชุมหารือศึกษาในรายละเอียดร่วมกันต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของการหารือ นายอี อุก-ฮ็อน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และผู้แทนจาก KEC ได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุน ในไทย จำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย Traffic improvement solution in Bangkok , โครงการ Multi Lanen Free Flow ETCs
โครงการทางด่วนเชื่อมไทย-ลาว-เวียดนาม, โครงการทางด่วนใต้ดิน, Survice Area Development Project , Expressway ITS (Intelligent Transport System) และทางมอเตอร์เวย์ M 8 นครปฐม-ชะอำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตเกาหลีใต้, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เมกะโปรเจกต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d884d9b0b6a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ยัง &#039;เมกะโปรเจ็กต์ เขา โกงอย่างไร&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์บทความเรื่อง &amp;quot;เมกะโปรเจค &amp;ldquo;เขา&amp;rdquo; โกงอย่างไร โดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการขนาดใหญ่ทั้งของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;การจัดซื้อจัดจ้าง &amp;ndash; การร่วมลงทุนภาครัฐกับเอกชน &amp;ndash; หารายได้จากทรัพยากรของรัฐ เช่น สัมปทาน&amp;rdquo; เป็นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อพัฒนาประเทศ แต่ก็เป็นที่หมายตาของ &amp;ldquo;คนละโมบ&amp;rdquo; ที่จ้องกอบโกย โดยมักมีพฤติกรรมฉ้อฉลคล้ายกัน แต่รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของโครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบ การแข่งขันและสถานการณ์การเมือง โดย &amp;ldquo;เครือข่ายคนโกง&amp;rdquo; จะพยายามเข้าแทรกแซงในทุกขั้นตอนหลักๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เขียนโครงการ เพื่อให้เกิดการลงทุนหรือทำโครงการและเป็นไปในทิศทางที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เขียนทีโออาร์ เช่น ล็อคสเปคสินค้า ทำให้ผู้แข่งขันบางรายได้เปรียบ ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมด้วยการปิดบังข้อมูลบางอย่าง หรือกำหนดเงื่อนไขการเปิดซองและพิจารณาคุณสมบัติผู้ร่วมประมูล กำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ลดการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขั้นตอนประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.1 ฮั้วประมูล ในลักษณะที่เป็นการกำหนดตัวผู้ชนะประมูล เพื่อให้ได้ราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อรัฐ เพื่อแบ่งเค้กหรือจัดสรรงาน กรณีที่มีงานของรัฐที่ต้องมีการประมูลอยู่จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.2 เขียนสัญญา (Main Contract) เมื่อได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะสามารถสอดแทรกรายละเอียด หรือเงื่อนไขต่างไปจากทีโออาร์ เปิดช่องให้มีการแก้ไขสัญญาในอนาคต ซ่อนปมเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทำกำไร หรือเอาเปรียบรัฐมากขึ้นจนอาจเสียค่าโง่ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.บริหารสัญญาระหว่างดำเนินการตามสัญญาหรือระหว่างการก่อสร้าง เช่น เปลี่ยนแบบ เพิ่ม-ลดงาน ผลักภาระงานให้เป็นของรัฐ ขยายเวลาดำเนินงาน การยอมรับงานคุณภาพต่ำกว่าที่ควรเป็น หากเป็นโครงการประเภท Turn Key หรือ Design and Built ยิ่งมีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.บริหารสัญญาตลอดอายุสัมปทาน/โครงการ เช่น สร้างเงื่อนไขเพื่อขยายอายุสัมปทาน เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขผลประโยชน์ ตีความสัญญาใหม่ ดังที่เคยเกิดขึ้นเช่น กรณีกรรมสิทธิ์เสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ กรณีแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือเป็นภาษีสรรพสามิต เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซ่อนโกง&amp;rdquo; อย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะไปถึงการป้องกัน ขอเอาเรื่องจริงที่เป็น &amp;ldquo;ตัวอย่างสมมุติ&amp;rdquo; มาเล่าสู่กันฟังให้เห็นภาพว่ายังมีกลโกงอีกแบบที่เป็น &amp;ldquo;การซ่อนปมในสัญญา&amp;rdquo; ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร..แต่ความจริงแล้ว มันคือความสูญเสียขนาดใหญ่ที่นำมาสู่การจ่าย &amp;ldquo;ค่าโง่&amp;rdquo; มูลค่ามหาศาล ดังตัวอย่าง &amp;ldquo;โครงการรถไฟความเร็วสูง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้า &amp;ndash; &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; ยอมให้ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; คู่สัญญา เสนอเพิ่ม หรือ กำหนด &amp;ldquo;จุดที่ตั้ง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;จำนวน&amp;rdquo; สถานีผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ตามมา &amp;ndash; เอกชนคู่สัญญาจะเลือกทำเลที่ตัวเองได้ประโยชน์ และวางจำนวนสถานีให้ถี่ขึ้น โดยอ้างว่าเพื่อให้บริการผู้คนจากแหล่งชุมชนหรือย่านการค้าอุตสาหกรรมตามรายทางได้มากขึ้น
ฉากทัศน์กลโกงที่เป็นไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) เอกชนจะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาที่ดินที่ตัวเองได้กว้านซื้อรอไว้บริเวณรอบๆ สถานี เช่นทำศูนย์การค้า ขายตึกแถว หมู่บ้านจัดสรร ทำสถานีรถโดยสาร โดยรัฐต้องเข้าไปสนับสนุนสาธารณูปโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) เมื่อมีสถานีมากขึ้น ระยะห่างระหว่างสถานีสั้นลง ทำให้รถไฟมีข้อจำกัดในการเร่งความเร็วสูงสุดในจังหวะออกตัวรถ และลดความเร็วลงเพื่อเข้าสถานี จึงเป็นข้ออ้าง &amp;ldquo;ขอลดสเปค&amp;rdquo; รถไฟจากเดิมที่ต้องทำความเร็วสูง 250 กม. ต่อชั่วโมง ลงเหลือ 180 กม. ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วปานกลาง นั่นหมายความว่า ไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถไฟสมรรถนะสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) เอกชนได้ประโยชน์ทันทีจากการซื้อรถไฟ &amp;ldquo;สเปคต่ำ&amp;rdquo; กว่าเดิม ซึ่งราคาถูกลง แถมยังลดค่าดำเนินการ (Operation Cost) เช่น การซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการเดินรถได้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครเสียประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประชาชนเสียประโยชน์ เพราะการมีสถานีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ ย่อมทำให้รถไฟใช้เวลาเดินทางนานขึ้นจากการใช้ความเร็วต่ำลง และต้องจอดพักตามสถานีรายทางมากขึ้น ซึ่ง &amp;ldquo;ผิดวัตถุประสงค์&amp;rdquo; การมี &amp;ldquo;รถไฟความเร็วสูง&amp;rdquo; ที่ต้องการให้คนเดินทางระยะไกล ด้วยเวลาน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ประเทศเสียประโยชน์ระยะยาว เพราะคำอธิบายว่า เพิ่มสถานีให้ถี่เพื่อบริการผู้โดยสารได้มากขึ้น ในระยะสั้นนั้น อาจดูดีเพราะมีคนได้ใช้งานตามรายสถานีมากขึ้นจริง แต่อย่าลืมว่า ในวันข้างหน้าเมื่อสังคมและการเดินทางสัญจรเปลี่ยนไป คนต้องการเดินทางระยะยาวมากขึ้น การเพิ่มสมรรถนะรถไฟจะทำได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) เป็นการเอาเปรียบผู้ร่วมประมูลรายอื่นที่เสนอราคาตรงไปตรงมาตามทีโออาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นตัวอย่างสมมุติที่อธิบายตามหลักการลงทุนและการตลาดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย ประชาชนโดนหลอก?!? - - อย่าเพิ่งด่วนสรุปนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โกงมากๆ อย่าคิดว่าประชาชนโง่ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะโดยหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหน่วยงานใด รัฐบาลชุดไหนก็ตาม ท้ายที่สุด ประชาชนตกเป็น &amp;ldquo;ผู้จ่าย&amp;rdquo; ดังหลายๆ กรณี ที่กลายเป็นกรณีพิพาททั้งระหว่าง &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;รัฐวิสาหกิจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; คู่สัญญา ดังบทเรียนจาก 2 คดี &amp;ldquo;ดอนเมืองโทลเวย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีแรก ค่าโง่ 4 พันล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้เอกชนเจ้าของสัมปทาน &amp;ldquo;ทางด่วน ปากเกร็ด &amp;ndash; บางปะอิน&amp;rdquo; เหตุเพราะรัฐให้ขยายดอนเมืองโทลเวย์จากดอนเมืองไปรังสิต เขาจึงฟ้องว่าเป็นการให้บริการแข่งขันกับเขา ทำให้ลูกค้าเขาลดลง รัฐต้องชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากที่เขา &amp;ldquo;คาดการณ์ไว้&amp;rdquo; แม้จะมีผู้ทักท้วงว่าทางด่วนสองเส้นนี้มีต้นทางและปลายทางห่างกันไกลหลายกิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่สอง ค่าโง่ 1.2 พันล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ เหตุเพราะรัฐไม่ยอมให้เขาปรับขึ้นค่าทางด่วนตามข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุคนี้ประชาชนรู้เท่าทันและข้าราชการที่ดีก็มีมาก เขาไม่ยอมให้ใครโกงง่ายๆ อีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งมี &amp;ldquo;พลเมืองดี&amp;rdquo; ตื่นรู้สู้โกงมากขึ้นเท่าไหร่ พวกที่คิดจะโกงโครงการขนาดใหญ่จึงยิ่งพยายามวางแผนเป็นขั้นตอน ครอบงำผู้มีอำนาจ และผู้เกี่ยวข้องระดับต่างๆ ให้ได้มากที่สุด แผนและโครงการต้องซับซ้อนเข้าใจยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางกรณีใช้นโยบายระดับสูงที่เรียกว่า &amp;ldquo;คอร์รัปชันเชิงนโยบาย&amp;rdquo; บางครั้งอาจใช้อำนาจบิดเบือน อ้างความลับราชการ ความลับทางการค้า ความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หนักหน่อยก็แก้ไขหรือออกกฎกติกาใหม่เสียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายกับดุลยพินิจ - ปิดช่องโกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามกฎหมาย หน่วยงานใดจะทำสัญญาให้ต่างไปจาก&amp;ldquo;ทีโออาร์&amp;rdquo;และ &amp;ldquo;มติครม.&amp;rdquo; ที่อนุมัติโครงการนั้น ไม่ได้ !&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะแก้ไขสัญญาในสาระสำคัญ และไม่ได้เกิดประโยชน์คุ้มค่ากับรัฐ ทำไม่ได้ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาเพราะ &amp;ldquo;มีการสมรู้ร่วมคิด&amp;rdquo; บิดเบือนอำพราง ซึ่งอาจเกิดจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ไปรู้เห็นหรือรับประโยชน์จากเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจอาจอนุมัติไปโดยไม่รู้ตื้นลึก ไม่ได้ใส่ในเรื่องนั้นหรือเกรงใจใครบางคน แต่ที่แย่กว่านั้นคือมีผลประโยชน์ร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ฝ่ายเอกชนคู่สัญญาที่มีความพร้อมหลายด้าน ได้วางแผนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับไป ซึ่งคนนอกดูเนื้อหาที่ถูกแก้ไขอาจมองไม่ออกว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญที่ทำให้รัฐเสียหายได้ และกว่าจะรู้ก็สายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางป้องกันการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่ที่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีที่นิยมทั่วโลก คือ อย่าไว้ใจมนุษย์ปุถุชน วางระบบที่ดี ยอมรับการตรวจสอบ เช่น]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสเพื่อให้เกิดการตรวจสอบร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ใช้ &amp;ldquo;ข้อตกลงคุณธรรม&amp;rdquo; ให้ตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วมรู้เห็นตั้งแต่แรก และเป็นการบังคับให้ผู้เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างรับผิดชอบ มีวินัย ตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การแก้ไขแบบหรือสาระในสัญญา ควรได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือสถาบันวิชาชีพที่สังคมยอมรับ เช่น สภาวิศวกร สภาสถาปนิก สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36028</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. มานะ นิมิตรมงคล, ทุจริต, ประมูลงาน, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, เมกะโปรเจกต์, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd11917c90f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อีอีซี”ปลุกอสังหาฯคึก  หวังรัฐส่งเสริมไม่ใช่แค่เคาะระฆัง (สถานี...อีอีซี)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีอีซี&amp;rdquo;ปลุกอสังหาฯคึก &amp;nbsp;หวังรัฐส่งเสริมไม่ใช่แค่เคาะระฆัง (สถานี...อีอีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อพูดถึงตลาดของ อสังหาริมทรัพย์ การเปรียบเทียบของผู้เล่นในด้านนี้ที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในมืออย่าง บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เห็นว่าเหมือนเด็กกำลังโต ซึ่งบางปีก็โตเยอะมากสูงขึ้นหลายเซนติเมตรแต่บางปีก็โตน้อยหน่อยอยู่ที่พัฒนาการ และการมองว่าที่ผ่านมาธุรกิจด้านนี้มีการอัตราลดลงและกำลังแย่แล้วก็ไม่ถูกทั้งหมด เพราะถ้าดูดี ๆ ก็จะเห็นว่ายังมีการเติบโตอยู่แต่อาจจะมีสัดส่วนที่น้อยลงเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เสนา ผู้ที่ให้คำนิยามดังกล่าวมา และจากการพูดคุยกันก็ยังกล่าวให้เห็นถึงปัจจัยบวกและลบของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปีที่ผ่านมาและอนาคตข้างหน้าด้วยว่าจะสามารถก้าวไปในทางไหน และผลกระทบหรือผลบวกจากสถานการณ์โลกหรือแม้แต่เศรษฐกิจในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อสังหาฯมีทั้งปัจจัยบวกและลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยที่มีผลกระทบหลัก ๆ ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนการให้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านเทียบกับมูลค่าบ้าน (แอลทีวี) และเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น จึงทำให้สถานการณ์ซื้อขายบ้านในปัจจุบันอาจจะหวือหวามากนัก จากเดิมที่จะเห็นว่าอสังหาริมทรัพย์โตสูงเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการซื้อขายเพื่อลงทุนเป็นกลุ่มที่ทำให้ตลาดเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อขายบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง ๆ คงไม่มีใครซื้อและขายเพื่อย้ายที่กันบ่อย ๆ แต่กลุ่มซื้อเพื่อลงทุนต่างหากที่จะมีการซื้อขายอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้บรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยคึกคัก แต่ในเมื่อจากผลกระทบต่าง ๆ ทำให้กลุ่มดังกล่าวนี้ไม่ค่อยมีแรงจูงใจในการเข้ามาเล่นในตลาดซื้อขายบ้านแล้วก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบและความวูบวาบของตัวเลขทีผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นั่นเป็นเพียงในแง่มุมของปัจจัยลบอย่างเดียว แต่ถ้าเรามาพูดถึงปัจจัยบวกบ้าง ในปีที่ผ่านมา รวมถึงปีใหม่นี้ก็ยังมีปัจจัยที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่บ้าง รวมถึงอาจจะทำให้การซื้อขายที่อยู่อาศัยกลับมาคึกคักอีกด้วย อย่างแรกก็คงเป็นการที่ประเทศไทยกำลังมีโครงการขนาดใหญ่อย่างโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งได้มีการสนับสนุนให้เกิดการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโครงการดังกล่าวไว้หลายเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
รวมถึงเมกะโปรเจกต์อื่น ๆ ที่มีมากขึ้น เนื่องจากต้องการพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ ส่งผลให้เกิดตลาดมากขึ้น เพื่อที่จะให้ผู้เล่นในหลาย ๆ ธุรกิจไปร่วม ขณะเดียวกันประเด็นของการเก็บภาษีที่ดิน ที่กระทรวงการคลังกำลังทำกฎหมายเพื่อกำหนดใช้ในการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2563 นั้น ก็จะทำให้ผู้ที่มีที่ดินจำนวนมากอยู่ในมือ หากไม่ขายออกมาก็ต้องเสียค่าภาษีรายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;และนั่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่จะทำให้เกิดการขายที่ดินมากขึ้น และอาจจะส่งผลให้ราคาที่ดินถูกลง เป็นโอกาสของผู้ที่ต้องการใช้งานอย่างคนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตาม เสนา จะมีแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ตั้งใจมาตลอดว่าการสร้างบ้านหรือโครงการต่าง ๆ อย่าตั้งใจที่จะทำออกมาขายเพื่อนักลงทุนอย่างเดียว เนื่องจากมีความผันผวนที่สูง เพราะจะขึ้นลงตามปัจจัยบวกลบต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยง&amp;quot; นางสาวเกษรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุขุมวิทาเลทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวเกษรา กล่าวว่า พื้นฐานของราคาที่ดินที่มีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาส่วนใหญ่จะต้องแบ่งเป็นย่าน ๆ ไป ซึ่งราคาจะถูกหรือจะแพงก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้พื้นที่ การตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และความนิยมของพื้นที่นั้น ๆ ขณะเดียวกันก็จะมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเสริมอย่างเช่นการคมนาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ยกตัวอย่างเช่นที่ดินในย่านสุขุมวิท ที่มีหลายธุรกิจเข้าไปดำเนินการ แบ่งเป็นหลายวัตถุประสงค์ อย่างเช่นในย่านศูนย์การค้าที่เป็นศูนย์กลางในพื้นที่นั้น ๆ หากจะมีคนขายพื้นที่ 1 ไร่ในบริเวณนั้น ก็จะเห็นกลุ่มผู้ที่สนใจหลายกลุ่มมากที่อยากได้อย่างเช่นธุรกิจทำคอนโดที่พักอาศัย ธุรกิจทำโรงแรม ตั้งเป็นออฟฟิศ คนทั่วไปที่จะเปิดร้านค้าหรือโชว์รูมต่าง ๆ ก็อยากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่ในขณะเดียวกันหากมองภาพกลับกันจากพื้นที่ในย่านอื่น ๆ ที่สิ่งอำนวยความสะดวกหรือความนิยมน้อยกว่าเช่น พื้นที่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ถึงให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างรถไฟฟ้า ก็อาจจะมีเพียงธุรกิจทำคอนโดเท่านั้นที่สนใจ เพราะหากมองถึงความเหมาะสมในการใช้งานพื้นที่ไปในเรื่องอื่น ๆ ก็อาจจะไม่มีคนมองว่ามันเป็นย่านที่ดีพอหากจะทำการลงทุน ทั้งโรงแรม ออฟฟิศ หรือแม้กระทั่งโชว์รูม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะที่ราคาที่ดินจะสูงขึ้นก็ต้องดูถึงวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ดินด้วย หากหลากหลายก็มีคนสนใจมาก และราคาก็สูงมากตามมา ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวหากราคาที่ดินขึ้นไปสูงมาก การลงทุนจะทำอะไรสักอย่างก็จะมีความเสี่ยงเข้ามาเพราะราคาต้นทุนในเรื่องที่ดินก็สูงมากพอสมควรแล้วยังไม่รวมการพัฒนาพื้นที่ไปในรูปแบบต่าง ๆ และยิ่งเป็นที่พักอาศัยเชื่อว่าคนที่มีกำลังพอจะสามารถซื้อได้มีไม่กี่คนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้การทำธุรกิจของเสนาจึงยังเกาะกลุ่มกับคนที่ไม่ใช่อยู่ระดับสูงที่สุด เนื่องจากเชื่อว่าคนในโลกนั้นมีสมการเป็นสามเหลี่ยม ที่คนรวมมาก ๆ จะอยู่บนยอดสูงสุดและมีน้อยกว่ากลุ่มอื่น ๆ ขณะที่คนที่พอมีรายได้ขึ้นมาหน่อยอยู่ระดับกลาง ๆ ซึ่งเสนาจะทำธุรกิจกับกลุ่มนี้ แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีปัญหา เพราะว่าการเข้ามาเล่นในตลาดระดับกลางนั้นถึงจะมีผู้ซื้อมาก แต่ก็มีคู่แข่งมากเช่นกัน จึงทำให้การแข่งขันทางด้านราคานั้นสูงกว่ากลุ่มระดับบน ที่มีกำลังซื้อแน่นอนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เน้นลงทุนในกรุงเทพเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวเกษรากล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2562 ว่าบริษัทจะลงทุนโครงบ้านพักที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพ โดยเตรียมพัฒนาและเปิดคอนโดมิเนียมรวม 13 โครงการ &amp;nbsp;และโครงการบ้านจัดสรร 5-6 โครงการ ขณะเดียวกันมีแผนที่จะไปพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรในต่างจังหวัดรวม 6 โครงการ โดยเป็นในพื้นที่ตะวันออก 2-3 โครงการ ซึ่งรวมมูลค่า โครงการทั้งหมดที่เสนาจะทำในปีนี้เป็นเงินกว่า 30,000 - 40,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;บริษัทยังตั้งใจที่จะใช้การติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) เป็นกลยุทธ์ในการทำธุรจกิต่อไป และจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในโครงการในกรุงเทพ ขณะที่โครงการในต่างจังหวัดการติดตั้งโซลาร์ตามบ้านอาจจะยังไม่ใช้การสนับสนุนที่ชัดเจน รวมถึงเป็นการทำงานต่างพื้นที่ของเสนาด้วย อาจจะใช้โมเดลเดิมเมื่อ 5 &amp;nbsp;ปีก่อนที่เราจะติดโซลาร์ไว้ในส่วนกลางก่อนและค่อย ๆ พัฒนาต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามยอมรับว่ากรุงเทพมีที่มาของการหารายได้ดีกว่าต่างจังหวัด จึงเป็นแรงจูงใจที่จะให้คนเข้ามาอยู่ในนี้มากขึ้น เห็นว่าความต้องการบ้านและคอนโดในเขตกรุงเทพยังมีความต้องการที่สูงอยู่ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพก็มีเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจราจร รถไฟฟ้า ก็มีมากกว่าต่างจังหวัด แต่ขณะเดียวกันในปีนี้ เสนา ก็ยังมีโครงการที่จะเข้าไปพัฒนานต่างจังหวัดด้วย แต่ก็จะไปในแบบโครงการไม่ใหญ่ ราคาไม่แพง และปริมาณไม่เยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาที่ดินอีอีซีพุ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวเกษรา กล่าวถึงนโยบายการส่งเสริมโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ว่าถ้ามองยาว ๆ เป็นเรื่องที่ช่วยส่งเสริมอยู่แล้ว เนื่องจากเมื่อดูรูปแบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะแยกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่ ๆ คือกลุ่มที่ซื้อมาขายไป กลุ่มขายบ้านขายคอนโด กลุ่มโรงแรม กลุ่มทำออฟฟิศ และห้างสรรพสินค้า ซึ่งถ้ามองในมุมของการพัฒนาพื้นที่อีอีซีที่จะมีการลงทุนอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย รวมถึงจะต้องมีการใช้แรงงานในพื้นที่ด้วยนั้น คนเหล่านั้นก็จำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัย คนขายบ้านก็ขายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
และเมื่อคนเยอะขึ้นเกิดการเป็นอยู่ที่เป็นสังคมมากขึ้น ห้างก็จะต้องไปเปิด เพราะห้างไม่สามารถไปตั้งก่อนคนได้ แต่บ้านสามารถไปตั้งก่อนห้างได้ และขณะเดียวกันหากมีคนทำงานเยอะ จะมีการตั้งออฟฟิศ สร้างบริษัท และจะส่งผลไปยังการตั้งโรงแรมเพื่อรองรับความต้องการคนทำงาน ไปสัมมนา หรือจัดงานเลี้ยงต่าง ๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซึ่งการที่จะเดินหน้าให้เป็นโมเดลดังกล่าวได้ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมารองรับ เช่นการทำถนน หรือด้านอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการทำกิจกรรมในพื้นที่แบบขยายวงกว้างเพื่อให้เกิดการลงทุนอื่น ๆ ตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันกำลังเคาะระฆังเพื่อบอกว่ากำลังทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ แต่การเคาะระฆังครั้งนี้เป็นการเคาะที่เสียงดังมาก และเคาะทุกวัน จนกระทั่งทำให้ราคาที่ดินแถวนั้นเพิ่มขึ้นสูงไปดักเหมือนกับว่าความเจริญต่าง ๆ หรือโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และขึ้นไปสูงเหมือนมีโรงงานตั้งขึ้นแล้วเป็นร้อยแห่ง หรือมีคนไปอยู่เกิดกิจกรรมทั้งสังคมครบวงจรหมดแล้วทั้งที่อยู่อาศัยและห้างสรรพสินค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
และนี่เป็นหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น แม้กระทั่งยังไม่มีกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ เกิดขึ้นก็ตาม แต่ทำให้คนที่อยู่เดิมตรงนั้นไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ได้ เพราะราคาเพิ่มสูงกว่าที่คาดไว้ อันนี้เป็นเพียงผลกระทบในแง่ลบเท่านั้น แต่ในระยะยาวนั้นหากโครงการต่าง ๆ เรียบร้อยจริง ๆ แล้วก็จะเป็นผลดีแน่นอนกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ต้องยอมรับว่าราคาที่ดินตรงนั้นเพิ่มสูงขึ้นมากจริง ๆ เหมือนกันโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเสร็จแล้ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปิดซองไปไม่นาน แต่ก็ต้องเข้าใจหากเราเป็นคนที่มีที่ดินและเห็นว่าจะมีการลงทุนขนาดใหญ่แบบนั้นเข้ามาในพื้นที่ เป็นเราก็ต้องขาย และยิ่งที่ประเทศไทยที่ดินเป็นสิ่งที่ไม่มีเพิ่มอีกแล้ว บางบ้านมีที่แปลงเดียวที่อาจจะตกทอดมาจากรุ่นก่อน จึงไม่มีใครยอมขายในราคาถูกแน่นอน เราก็ต้องขายราแพงที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะมีของอยู่ชิ้นเดียวและไม่สามารถทดแทนได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจหากบรรยากาศเป็นแบบนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ลำบากสำหรับคนที่ทำธุรกิจอย่างเราเพราะต้นทุนแพง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผนึกพันธมิตรลุยต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวเกษรากล่าวว่าที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเข้าไปถือหุ้นในบริษัท พราว วานิจ จำกัด โดยถือหุ้น 55% ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว ก็เป็นหนึ่งในการปรับแผนเพื่อที่จะลุยในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งอาศัยความเชี่ยวชาญของเสนาและความชำนาญของวานิจเพื่อที่จะขยายไปในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มี เสนา อาจจะยังไม่มีความชำนาญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเราเชื่อว่าพื้นที่ไหนที่มีการแข่งขันสูง ก็จะเกิดการพัฒนามากขึ้นอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ จึงอาศัยศักยภาพที่มีของเสนาที่ผ่านการแข่งขันในการทำธุรกิจในกรุงเทพแล้ว ออกไปพัฒนาต่อยอดในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการแข่งขันน้อยกว่า ซึ่งปัจจุบัน เสนา ก็ได้มีการเตรียมพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่อีอีซีแล้วประมาณ 2-3 โครงการ แต่ก็ต้องดูความเคลื่อนไหวของพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือกตั้งโปร่งใสนโยบายต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวเกษรา กล่าวถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นว่า ประเทศกำลังอยู่ในช่วงจะมีการเลือกตั้งเพื่อเป็นรัฐบาลชุดใหม่ในปี 2562 &amp;nbsp;นี้ในมุมมองของเอกชนที่ดำเนินธุรกิจทุกวันนี้ ต้องการแค่อยากให้ดำเนินการต่อไปจริง ๆ และขอให้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส รวมถึงการต่อเนื่องของนโยบายที่เอื้อต่อประโยชน์การลงทุน ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ตามซึ่งจะสามารถเป็นจุดที่สนับสนุนการลงทุนของเอกชนได้อย่างดี รวมถึงการพัฒนาประเทศให้แข่งขันกับคนอื่นได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;เราเชื่อว่ารัฐบาลทุกยุคที่เข้ามาทำงานก็มีแนวคิดคล้าย ๆ กันที่มองว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะต้องดำเนินไปข้างหน้า แต่ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลที่มีการเปลี่ยนมือก็ไม่มีใครอยากใช้โครงการของชุดเดิม ส่วนใหญ่ก็รื้อใหม่ ไม่มีการดำเนินการต่อเนื่อง เพราะมองว่าไม่ใช่ผลงานตัวเอง แต่ในมุมของเอกชนถือจะมีการเปลี่ยนผู้นำเท่าไหร่ แต่ถ้าของสิ่งนั้นมีประโยชน์และเป็นของที่ดีสามารถดำเนินการต่อยอดได้ เราก็จะทำไปเลยโดยไม่ได้คิดว่าของใครเป็นของใคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามนางสาวเกษรากล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า รัฐที่ดีไม่ต้องช่วยเหลือเอกชนมากก็ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการผลักดัน และเดินหน้าเสียงระฆังที่เคาะออกไปแล้ว ออกมาเป็นวัดเร็วขึ้น และกลไกตลาดก็จะเดินหน้าไปได้เอง เพราะมองกันจริง ๆ หน้าที่ของรัฐบาลไม่ได้การมาเพิ่มยอดขายให้เอกชน แต่เป็นการสนับสนุนให้เอกชนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่ติดขัด ตอนนี้นโยบายต่าง ๆ ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ถึงจะเป็นเรื่องใหญ่และยากแต่ก็อยากให้เกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า.รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26324</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), สุขุมวิท, อสังหา, อสังหาริมทรัพย์, อีอีซี, เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์, เมกะโปรเจกต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c38892704dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
