<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>2594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่กระทบ! “สมคิด” ยันจับบิ๊ก ITD เอี่ยวล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวรไม่กระทบบิ๊กโปรเจกต์ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กระทบ! &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; ยันจับบิ๊กอิตาเลียนไทยเอี่ยวล่าสัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวร ไม่เกี่ยวโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศ มองเป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวการทำงานของบริษัท

7 ก.พ. 61&amp;nbsp; -&amp;nbsp; นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีการแจ้งขอกล่าวหากับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ITD หลังพบเกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ในทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมซากเสือดำ และอาวุธปืนจำนวนมากนั่น ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับโครงการการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้ง โครงการรถไฟฟ้า โครงการทางหลวงแผ่นดิน หรือ มอเตอร์เวย์ ที่บริษัทฯ ดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นประเด็นส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท

สำหรับประเด็นที่ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นนั่น มองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง&amp;nbsp; แต่ยืนยันว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งจะไม่มีผลต่อเศรษฐกิจ

ส่วนกรณีที่มีการโจมตีถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร หรือ ครม.สัญจรที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด เมื่อวันที่ 5-6 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าเป็นทัวร์นกขมิ้นเพื่อลงพื้นที่หาเสียงนั้น ยืนยันว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้ไปหาเสียง เพราะไม่มีใครคิดที่จะทำการเมือง แต่ถ้าอนาคตจะมีการเล่นการเมืองขึ้นมาก็มองว่าเป็นเรื่องของดวงชะตา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2594</URL_LINK>
                <HASHTAG>ITD, ลงทุน, สมคิด, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อิตาเลียนไทย, เปรมชัย กรรณสูต, เมกะโปรเจค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c1cb706ccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เตือนคู่รักสร้างเรือนหอ ชี้บิ๊กโปรเจคทำวัสดุก่อสร้างแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกรายการ ทั้งปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต เหล็กและผลิตภัณฑ์ รวมถึงวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เช่น ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย ยางมะตอย โดยราคาปรับตัวสูงขึ้นมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะผู้รับเหมาได้แย่งกันซื้อ เพื่อนำไปก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีจำนวนมากทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจราคาวัสดุก่อสร้างในจังหวัดต่างๆ พบว่า ในภาคอีสาน และ 3 จังหวัดในพื้นที่อีอีซี ราคาสูงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว เพราะผู้รับเหมาเร่งซื้อเพื่อกักตุนไว้รองรับการก่อสร้างในโครงการลงทุน ทั้งของภาครัฐ และภาคเอกชน ประกอบกับวัสดุก่อสร้างหลายรายการ เริ่มขาดแคลนจากการหมดอายุสัมปทาน เช่น หิน ทราย กว่าจะได้ต่ออายุต้องใช้เวลาสักระยะ ผู้รับเหมาเกรงจะเกิดการขาดแคลนมากขึ้น จึงต้องเร่งซื้อของเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปีนี้คาดว่า ราคาน่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น อีอีซี โครงการด้านคมนาคมขนาดใหญ่ ขณะที่ภาคเอกชนที่เชื่อมั่นเศรษฐกิจดีขึ้น จึงมีการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น ล้วนแต่เป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาสูงขึ้น ดังนั้น ใครที่คิดจะสร้างบ้าน สร้างเรือนหอ ก็ให้รีบทำตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวราคาขึ้นจะสร้างไม่ได้ เป็นห่วงคนที่กำลังจะมีคู่&amp;rdquo;&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า จากการสำรวจดัชนีวัสดุก่อสร้างเดือนม.ค.2561 พบว่า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 107.5 เพิ่มขึ้น 2.8% จากเดือนม.ค.2560 ซึ่งมาจากการสูงขึ้นของดัชนีราคาหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ 3.9% , หมวดซีเมนต์ 4.0% , หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต 2.9% , หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์ 8.1% และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย ยางมะตอย) 1.2% ขณะที่หมวดอื่นๆ ดัชนีราคาลดลง เช่น หมวดกระเบื้อง ลดลง 0.5% , หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง 0.1% , หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง 0.6% และหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ลดลง 2.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับดัชนีราคาหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น ทั้งไม้ฝา ไม้คาน ไม้โครงคร่าว วงกบประตู-หน้าต่าง บานประตู-หน้าต่าง มาจากราคาไม้ที่เริ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่เดือนมี.ค.2560 , หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นทั้งปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์ขาว จากสถานการณ์ปูนล้นตลาดก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการปรับลดปริมาณการผลิต แต่ความต้องการใช้เริ่มกลับมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 แต่กำลังการผลิตยังไม่เพิ่ม เพราะต้นทุนการผลิตด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย) ปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ เพราะเป็นวัสดุธรรมชาติ ที่เริ่มลดน้อยลง ส่วนยางมะตอย ราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2386</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ผู้รับเหมา, วัสดุก่อสร้่าง, เมกะโปรเจค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a77116fa2870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2018 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>13โครงการยักษ์จ่อเข้าครม. รถไฟทางคู่เกือบ4แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่ประชุมติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของโครงการลงทุน ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ด้านโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp; เปิดเผยเตรียมเสนอ13โครงการ เพื่อขออนุมัติจากครม.ในปี2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วยโครงการรถไฟทางคู่ 9 โครงการมูลค่ารวมกว่า 390,435 ล้านบาท ได้แก่รถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย มูลค่า 56,066.25 ล้านบาท,.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี มูลค่า 35,893.74 ล้านบาท , ช่วงขอนแก่น-หนองคาย มูลค่า 26,065.75 ล้านบาท ,.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี มูลค่า 23,384.91 ล้านบาท,.ช่วงสุราษฎร์-หาดใหญ่-สงขลา มูลค่า 51,823.83 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ มูลค่า 59,924.24 ล้านบาท&amp;nbsp; ,ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มูลค่า 76,978.82 ล้านบาท,.ช่วงบ้านไผ่-นครพนม มูลค่า 60,351.91 ล้านบาทและ.หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ มูลค่า 7,941.80 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของโครงการรถไฟทางคู่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เพิ่มเติมข้อมูล คาดว่าจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมเสนอ ครม.อนุมัติโครงการได้ประมาณ1-2เดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ในส่วนของ โครงการรถไฟชานเมือง สายสีแดงอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย รถไฟสายสีแดงอ่อน ช่วง ตลิ่งชัน-ศาลายา , ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช และรถไฟสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอ ครม. เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพีระพล นอกจากนี้ในส่วนของโครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) อีก 1โครงการคือโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอพิจารณาขออนุมัติจาก คณะกรรมการ(บอร์ด)&amp;nbsp; กทพ., และโครงการที่ 13 โครงการรถเมล์ไฟฟ้าและสถานีประจุไฟฟ้า ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ขณะนี้อยู่ระหว่างฝ่ายบริหาร ขสมก. จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการขององค์การ ก่อนที่จะเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการจัดหารถโดยสารก่อนเสนอ ครม. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน มูลค่า 95,000 ล้านบาทเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ให้ต่อ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ในวันที่ 1 ก.พ.61นี้&amp;nbsp; รวมถึงโครงการศูนย์ซ่อมเครื่องบินอู่ตะเภา มูลค่า 11,000 ล้านบาท เข้าบอร์ด คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., รถไฟรางคู่, เมกะโปรเจค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6f537199c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
