<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ปั้น&#039;เมด อิน ไทยแลนด์&#039;จับมือราชการจัดซื้อจัดจ้าง60%ต้องใช้สินค้าผลิตในประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาอนุมัติกฎกระทรวง กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานราชการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันด้านการตลาดในประเทศ จึงได้ดำเนินการผลักดันนโยบาย &amp;ldquo;Made in Thailand&amp;rdquo; (เมด อิน ไทยแลนด์) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน หันมาใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ส.อ.ท. ตั้งเป้าปี 64 จะมีผู้ยื่นขอการรับรอง Made in Thailand ไม่ต่ำกว่า 100,000 รายการสินค้า เป็นโอกาสสำคัญมากในการสร้างหรือเพิ่มยอดขายของผู้ประกอบการกับภาครัฐ โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของพัสดุที่จะใช้ และในส่วนของงานก่อสร้างกำหนดให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศก่อน โดยต้องไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่า หรือปริมาณเหล็กหรือเหล็กกล้าที่ใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดในครั้งนั้น ซึ่งหากเพิ่มสัดส่วนให้ได้ตามที่กำหนดไว้ 60% ก็จะช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการชาวไทยเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านล้านบาท และยังช่วยเพิ่มเม็ดเงินให้เกิดการหมุนเวียนภายในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยคุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนสินค้า Made in Thailand จะเป็นผู้ประกอบการไทยหรือต่างประเทศ ที่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย มีใบอนุญาตประกอบกิจการ มีการจดทะเบียน มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ถูกต้องในประเทศไทย และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด หากสินค้าใดที่ผ่านการรับรองจะได้รับเอกสารรับรองที่ ส.อ.ท. ออกให้แก่ผู้ประกอบการนำ ไปใช้แสดงคุณสมบัติสินค้า Made in Thailand กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต่อไปในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมบัญชีกลางอย่างเป็นระบบ โดยเร็ว ๆ นี้จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากฝั่งเอกชนเพื่อแสดงความต้องการและทำความเข้าใจร่วมกัน&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าในแต่ละปีหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศจะใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 1.77 ล้านล้านบาท และสำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวงการคลัง กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุทีดังกล่าว ในกรณีที่หน่วยงานรัฐไม่สามารถใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศได้ตามอัตราที่กำหนดได้ ไม่ว่าจะเกิดจากการขาดแคลน หรือผู้ประกอบการไทยไม่สามารถผลิตได้ หรือเหตุผลอื่น ๆ หน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ที่มีอำนาจเหนือขึ้นไป 1 ขั้นก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในส่วนของการจัดจ้างงานก่อสร้าง หากหน่วยงานของรัฐไม่สามารถใช้เหล็กหรือเหล็กกล้าไม่ครบตามข้อกำหนดจำนวน 90% ได้ ให้หน่วยงานรัฐไปจัดซื้อพัสดุชนิดอื่น ๆ ที่ผลิตภายในประเทศให้มีสัดส่วนครบตามที่กำหนด ซึ่งทางกรมบัญชีกลางได้ส่งเวียนแนวปฏิบัติไปยังส่วนราชการทุกหน่วยงานแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะได้ทะยอยออกทีโออาร์ จัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนต่อไปของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งได้ประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในประเทศไทยมาร่วมกันขึ้นทะเบียน Made in Thailand ให้มากขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ &amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นตัวสนับสนุนสำคัญที่ทำให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานการผลิตอยู่ต่างประเทศก็อาจจะเป็นปัจจัยให้ย้ายฐานการผลิตได้ ซึ่งคาดว่าภายในระยะเวลา 1 ปีจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การกีดกันทางการค้า เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวเป็นเพียงการดำเนินงานของภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกด้านอื่น ๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96435</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, ส.อ.ท., เมดอินไทยแลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d6a095461d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิใจไทย&#039; ชู &#039;เมดอินไทยแลนด์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 61 -&amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทย ว่า ส่วนตัวเห็นความพยายามของรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย แต่สิงที่กังวลคือวิธีการ เพราะท่านทำตามหลักความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่กว่าการลงทุนของท่านจะผลิดอกออกผลต้องใช้เวลา 3-4 ปี ประชาชนรอไม่ได้ และถ้าประชาชนไม่มีเงิน การจับจ่ายใช้สอยหยุดชะงัก การไหลเวียนของระบบเศรษฐกิจไทยต้องมีปัญหาตามมา คราวนี้ มันจะกระทบไปทั้งระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวอยากให้เรากลับไปยอมรับก่อนว่าเกษตรกรคือคนจำนวนมากของประเทศ การช่วยเหลือเกษตรกรไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้มาโดยตลอด ทั้งนโยบายเงินผัน เงินช่วยเหลือเกษตรกร กองทุนต่างๆ การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นเรื่องที่สมควรทำ และต้องรีบทำ เพราะเกษตรกรเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ถ้าคนกลุ่มนี้แข็งแรง ประเทศก็แข็งแรง แต่การช่วยเหลือ ต้องตั้งอยู่บนความจริงจัง และจริงใจ เม็ดเงินไหลตรงถึงมือเกษตรกร อย่าอ้างความทุกข์ของเกษตรกรมาหาผลประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนตัวอยากให้คนไทย เห็นความสำคัญของการใช้สินค้า และบริการจากคนในชาติเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;เมด อิน ไทยแลนด์&amp;rdquo; อาทิ ถ้ารัฐบาลมีงบ 1 ล้านล้านบาท ในการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ก็ควรใช้เงิน 1 ล้านล้านบาท ไปเพื่อการสร้างสิ่งที่คนไทยต้องการจริงๆ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย อาทิ การสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ลานกีฬา สวนสาธารณะ ถนน&amp;nbsp; โดยการซื้อสินค้าไทย ใช้บริการคนไทย ให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบ&amp;nbsp; ชาติได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั่งล่อง เงินไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในประเทศ ผ่านมือประชาชนทุกคน ให้ระบบเศรษฐกิจเข้มแข็ง และได้สิ่งก่อสร้างพื้นฐานในการพัฒนาประเทศตามมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18161</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกูล, ภูมิใจไทย, เมดอินไทยแลนด์, เสี่ยหนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ac9bc2efef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
