<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุทิตา..หายไปไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าแปลกใจมิใช่น้อยเลยทีเดียว สำหรับหัวข้อในการสนทนาของเหล่ามนุษย์ลุงมนุษย์ป้าที่เคยเรียนร่วมคณะในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ย้อนหลังไปเกือบ 40 ปี ที่ไถ่ถามกันว่า ..เหตุใด?? ทำไม?? เพื่อนบางคนไม่ออกมาเจอะเจอพบปะเพื่อนฝูงกันบ้างเลย ทั้งๆ ที่ก็มีเครื่องมือสื่อสารบอกข่าวสารให้รู้ และมีการชักชวนกันอย่างทั่วถึงมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตอบที่ชวนให้คิ้วต้องผูกโบ ก็คือ ..บางคนรู้สึกว่าเพื่อนเติบโตเป็นใหญ่แล้ว ส่วนตัวเองยังต๊อกต๋อย จึงไม่อยากมาฟังหรือมาเปรียบเทียบเพื่อซ้ำเติมกับชะตาชีวิตของตัวเอง ที่ย่ำอยู่กับที่หรือไม่สามารถเท่ากับคนอื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุเหม่!!! ทำไม??? เป็นอย่างนี้ไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ดูเหมือนว่าเป็นไปแล้ว และเป็นกันไม่น้อยทีเดียว เมื่อมีอายุมากขึ้น ก็จะมีความรู้สึกแบบนี้เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับคำกล่าวที่มักจะบอกเตือนกันในหมู่ผู้สูงวัยว่า ...คนยิ่งแก่ก็ยิ่งมีอีโก้สูง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากจะตัดสินว่า คนเหล่านี้เป็นคนคิดคับแคบ ชีวิตคงจะมีความสุขได้ยากในบั้นปลาย ก็อาจจะเป็นการมองมุมเดียว หรือมองปัญหาจากมุมของคนชนะ หรือคนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น เพราะจิตใจของคนแพ้หรือคนล้มเหลวนั้น เนื้อหารายละเอียดย่อมแตกต่างจากคนทำอะไรก็ดีไปเสียทุกอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อมูลที่ยืนยันว่า เพื่อนไม่มาพบเพื่อนเพราะไม่อยากทนเห็นความเฮฮาปาร์ตี้ที่ไร้สาระ อวดอ้างความสามารถ หรืออวยเพื่อนบางคนนั้น&amp;nbsp; ทำให้ต้องกลับไปทบทวนพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสักหน่อยนะคะ เป็นการเตือนใจตัวเอง และทุกๆ คนค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรหมวิหาร 4 หลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าเราจะเป็นผู้ชนะหรือเราจะเป็นผู้แพ้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะพรหมวิหาร 4 คือ&amp;nbsp; เมตตา..ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข, กรุณา..ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์, มุทิตา..ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี และ อุเบกขา..การรู้จักวางเฉย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตจริง อาจจะทำได้ยาก แต่เห็นทีเราต้องฝึกกันมากๆ นะคะ มิเช่นนั้น แก่ตัวกว่านี้ก็จะกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจจะเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ... ทุกครั้งที่เราเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ก็ตาม เป็นธรรมชาติของจิตใจที่ยังไม่ได้ถูกฝึกมา มักจะคิดอิจฉาริษยา ในความสำเร็จของเขาผู้นั้น สาเหตุก็เกิดจากการไม่อยากเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตน เพราะเหตุว่า...ตัวเอง..เป็นคนสำคัญที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอย่างแน่นอน ที่จะลองฝึกละเลิกความเป็นตัวเองลง ด้วยการตามหามุทิตาให้พบ แล้วแสดงความกล้าหาญทางจิตใจที่จะแสดงมุทิตาจิตออกไป กับทุกสิ่งที่เราได้พบได้เห็นและได้สัมผัส ซึ่งมองเห็นว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลองฝึกกันนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10820</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุณา, คนคิดคับแคบ, ป้าเอง, พรหมวิหาร 4, พระสัมมาสัมพุทธเจ้า, มหาวิทยาลัย, มองมุมสูง, มุทิตา, อีโก้สูง, อุเบกขา, เมตตา, โรคซึมเศร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมตตา..กรุณา..ค้ำจุนโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กำลังเป็นคลิปวิดีโอที่มีการแชร์ต่อๆ กันมากที่สุด สำหรับปาฐกถาสั้นๆ ไม่เกิน 12 นาทีของหัวหน้าชาวพุทธนิกายเซน ในสหรัฐอเมริกา โจแอน ฮาลิแฟซ (Joan Halifax) และทำงานกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย (ในสถานพยาบาลและสถานกักกันนักโทษประหาร) &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหัวข้อที่เธอพูดคือ ความเมตตา กรุณา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเหมือนเป็นคำทั่วไปที่เรามักจะได้ยินอยู่ตลอดเวลาในสังคมไทย แต่น่าสนใจเหลือเกินว่า จะมีสักกี่คนที่จะตีความหมายได้ถูกต้อง และปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนลมหายใจเข้า-ออก มิใช่กระทำหรือแสดงความเมตตา กรุณา เพียงเพราะหน้าที่บังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแพทย์&amp;nbsp; พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์ทั้งหลาย ที่ต้องมีเมตตาและกรุณากำกับอยู่ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณโจแอนบอกว่า ความกรุณานั้นมีหลายแบบ มีทั้งแบบดุดัน เกรี้ยวกราด แบบนุ่มนวล แบบฉลาดเฉลียว องค์ทะไล ลามะ เคยกล่าวว่า ความรักและความกรุณาเป็นสิ่งจำเป็น หาใช่ความฟุ่มเฟือย มิฉะนั้นแล้ว มนุษยชาติจะไม่รอด ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น แต่รวมสิ่งมีชีวิตทั้งหมด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังขยายความว่า ความเมตตาทำให้สมองทำงานรอบด้าน เชื่อมโยงทุกส่วนของสมอง และมีงานวิจัยหลายชิ้นระบุตรงกัน ก็คือความเมตตาช่วยให้ภูมิคุ้มกันเราดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่น่าตระหนักมากๆ คือ สิ่งที่โจแอนย้ำว่า &amp;quot;ถ้าความเมตตาเป็นสิ่งดี ดิฉันมีคำถามค่ะ ทำไมเราไม่อบรมลูกหลานให้เป็นคนมีเมตตา ถ้าความกรุณาเป็นสิ่งดี ทำไมเราไม่อบรมแพทย์และพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วยด้วยความกรุณาล่ะคะ เพื่อคลายทุกข์ทางใจของผู้ป่วยด้วย หากเมตตา กรุณาเป็นสิ่งดี ทำไมเราไม่เลือกตั้งบนความเมตตาล่ะคะ ลงคะแนนให้รัฐบาล โดยดูจากความเมตตา กรุณาที่เขามี ให้โลกของเรา มีความห่วงใยกันและกันมากกว่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มนุษย์ป้าอายุใกล้เกษียณ (แล้ว) ยอมรับเลยว่า ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาก็มากมายหลายหน แต่ไม่เคยนำประเด็น &amp;quot;ความเมตตา&amp;quot; มาเป็นปัจจัยในการพินิจพิจารณาลงคะแนนเลือกผู้แทนสักครั้งเดียวเลย ทั้งๆ ที่คุณสมบัติข้อนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างสังคมน่าอยู่ และผลักดันให้ประโยคที่ว่า เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนนั้น เป็นจริงได้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะความเมตตาของนักการเมืองนั้น เราสามารถตรวจสอบ ค้นหาได้โดยไม่จำเป็นต้องไปสืบเสาะว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไรเลย แต่ทัศนคติและมุมมองของเขาต่อปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จะเป็นภาพฟ้องได้อย่างดีว่า&amp;nbsp; เขารู้จักคำว่า &amp;quot;เมตตา&amp;quot; จากหัวใจหรือแค่เสแสร้งสร้างภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมาเยอะพวกเข้าวัดเข้าวา หรือแจกของตามงานต่างๆ ปรากฏว่าทำกันเพื่อสร้างภาพ แต่ไม่ได้มาจากธรรมชาติของจิตใจที่อยากเห็นคนอื่นพ้นทุกข์หรอกนะ.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, พยาบาล, มองมุมสูง, สหรัฐอเมริกา, เมตตา, แพทย์, โจแอน ฮาลิแฟซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมแสวงหา..ลูกโป่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับลูกโป่งคนละใบ และถูกขอให้เขียนชื่อตัวเองลงบนลูกโป่ง แล้วเอาไปใส่ไว้ในอีกห้องจนเต็ม จากนั้นพิธีกรได้บอกให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าไปในห้องนั้นแล้วหาลูกโป่งที่มีชื่อตัวเองนำกลับออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใน 5 นาที ห้องนั้นก็เหมือนเกิดจลาจล ทุกคนต่างรีบหาลูกโป่งของตัวเอง เหยียบลูกโป่งคนอื่น ทั้งดึง ทั้งดัน กระทบกระทั่ง ล้มลุกคลุกคลาน สุดท้ายไม่มีใครหาลูกโป่งที่มีชื่อตัวเองอยู่เจอเลย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีกรประกาศให้หยุด แล้วเริ่มกระบวนการใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาประกาศให้ทุกคนค่อยๆ หยิบลูกโป่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วประกาศเรียกหาเจ้าของชื่อมารับลูกโป่งไป ภายใน 3 นาที ทุกคนได้ลูกโป่งที่มีชื่อของตัวเองครบทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;....................&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีกรสรุปให้ฟังว่า สังคมของเราเป็นอย่างนี้ ทุกคนต่างมุ่งหาความสุข (ลูกโป่ง) ของตัวเองโดยไม่สนใจคนอื่น ไม่เอื้ออาทร ไม่แคร์แม้ต้องเหยียบย่ำความสุขของคนอื่น แต่เมื่อใดที่ทุกคนมอบความสุข (ลูกโป่ง) ให้กับเพื่อนร่วมสังคมก่อนทีละคน ทุกคนจะได้ความสุขเท่าๆ กัน ไม่ตกหล่นแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มนุษย์ป้าอายุปูนนี้ ยอมรับว่าจริงเสียยิ่งกว่าจริง มิเช่นนั้นเราคงไม่เห็นข่าวเห็นภาพคนเหยียบกันตาย เพราะจะหนีไฟไหม้ หรือวิบัติภัยต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ประสบการณ์จริงทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในยุคดิจิตอล ที่สามารถเห็นได้กับตาถึงความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ หรือชิงดีชิงเด่นต่างๆ นั้น ดูเหมือนเข้าทำนอง..เจ็บไม่รู้จักจำ หรือไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา สภาพสังคมแก่งแย่งกันโดยปราศจากวินัยจึงยังมีให้เห็นทุกบ่อย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กระทั่งการเข้าคิวเพื่อรับอาหารในวัด ที่มีการตั้งโรงทานแจกจ่ายให้รับประทานกันฟรีๆ ก็ยังปรากฏภาพของคนนุ่งขาวห่มขาวไม่รู้จักเคารพสิทธิ์ของผู้มาก่อนควรจะต้องได้ก่อน ผู้มาทีหลังควรจะต้องรอ นอกจากนั้นบางครั้งก็มักจะมีภาพของผู้ใหญ่เลือกที่จะหลีกทางให้เด็กแซงคิวไปก่อน โดยการมองว่านี่เป็นความมีน้ำใจไมตรี มีเมตตา แต่กลับมองข้ามความสำคัญของระเบียบวินัยที่จำเป็นต้องฝึกฝนกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำอะไรตามอำเภอใจ คือไทยแท้ ...ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้ถูกทิศถูกทาง จึงเป็นเหตุให้การแสวงหาความสุขแบบฉาบฉวย ไม่สนใจต่อคนรอบข้างเกิดขึ้นตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ความเอื้ออาทร ความมีน้ำใจ และความเมตตานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเลือกหยิบมาใช้ให้ถูกกับกาลเทศะ มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นความเคยชินที่เป็นดาบสองคม และเป็นการอยากมีอยากได้โดยไม่สนใจว่าถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9745</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเข้าคิว, ความสุขแบบฉาบฉวย, น้ำใจไมตรี, ป้าเอง, มองมุมสูง, มุ่งหาความสุข, ยุคดิจิตอล, ลูกโป่งคนละใบ, หนีไฟไหม้, เมตตา, เหยียบกันตาย, โรงทาน, ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
