<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งแม่มณีสู้คดี โกงแชร์1.3พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม่มณี&amp;quot; กับพวก ยืนกรานปฏิเสธสู้คดี หลังอัยการยื่นฟ้องร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หลอกตั้งวงแชร์จ่ายดอกสูงลิ่วจนมีผู้หลงเชื่อ 2.5 พันราย มูลค่าความเสียหายสูง 1.3 พันล้าน ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย 9 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มกราคมนี้ ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีแชร์แม่มณี หมายเลขดำ อ.167/63 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี ชาว จ.อุดรธานี เจ้าของวงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo;, นายเมธี หรือบอส ชิณภา อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี แฟนหนุ่มของ น.ส.วันทนีย์, นายปิยะ หรือเป้ คีรีสุวรรณกุล อายุ 22ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.พรสวรรค์ หรือฝ้าย ภูอินอ้อย อายุ 20 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 58 ปี ชาว จ.อุดรธานี มารดา น.ส.วันทนีย์, น.ส.วิไลวรรณ หรือมิ้น หงษ์ประชาทรัพย์ อายุ 26 ปี ชาว จ.อุดรธานี, น.ส.นิตยา หรือโบว์ พินนอก อายุ 28 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ, นายบริภัทร เข็มรัตน์ อายุ 23 ปี ชาว จ.อุดรธานี และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา อายุ 24 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 341 พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 3, 4, 5, 11/1, 12 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง พ.ศ.2527, พ.ศ.2534 มาตรา 345 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 5 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-30 ต.ค.2562 จำเลยที่ 1, 4 ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1, 4 กับพวก โดยจะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษ ซึ่งมีแผนการตลาดหรือรูปแบบการลงทุนจัดแบ่งออกเป็นวงแชร์จำนวนการลงทุนวงละ 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาทต่อ 1 วง เมื่อครบกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ลงทุนหรือวันที่ฝากเงินมายังบัญชีที่พวกจำเลยแจ้ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินที่ลงทุนพร้อมผลตอบแทนกลับไปจำนวนวงแชร์ละ 1,930 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ได้เปลี่ยนเป็นการลงทุนระยะสั้น ดังนี้ ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 100 บาท เมื่อครบกำหนด 7 วัน โดยจะได้รับคืนเป็นเงิน 500 บาท, ลงทุน 400 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 550 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 12 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท, ลงทุน 150 บาท ได้รับผลตอบแทน 150 บาท เมื่อครบกำหนด 13 วัน จะได้รับคืนเป็นเงิน 300 บาท โดยข้อความดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ เพราะความจริงแล้วจำเลยที่ 1, 4 กับพวก ไม่ได้จัดให้มีการออมเงินหรือร่วมลงทุนโดยได้รับผลตอบแทนมากกว่าปกติดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นอุบายให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวงเท่านั้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายรวม 2,533 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจำเลยที่ 1, 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดแล้ว จำเลยทั้ง 9 คนได้บังอาจร่วมกันฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนทั่วไป ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงฯ และร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาหรือประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมออมเงินหรือร่วมลงทุนกับจำเลยทั้งหมด จะได้ผลตอบแทนมากกว่าปกติเป็นพิเศษดังกล่าว โดยแผนการตลาดหรือการลงทุนแต่ละแผนนั้น จำเลยทั้งหมดจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ ตามพฤติการณ์แห่งการกู้ยืมเงินแก่ผู้ร่วมลงทุนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ โดยได้ผลประโยชน์ตอบแทนตั้งแต่อัตราร้อยละ 1,116-3,040.45 ต่อปี อันเป็นความเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพวกจำเลยทั้งรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าจะนำเงินที่ได้จากผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายนั้นหรือรายอื่น มาจ่ายเป็นผลประโยชน์หมุนเวียนให้แก่ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนรายก่อน เมื่อไม่มีผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนเพิ่ม ผู้ให้กู้ยืมหรือผู้ร่วมลงทุนก็ไม่สามารถได้รับผลตอบแทนและเงินร่วมลงทุนกลับคืนได้ และพวกจำเลยที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนไม่สามารถประกอบกิจการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้จ่ายเงินให้กับจำเลยทั้ง 9 ไปตามจำนวนเงินของผู้เสียหายแต่ละราย รวมทั้งสิ้น 1,376,215,359.74 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด และให้พวกจำเลยทั้ง 9 ชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายทั้ง 2,533 ราย รวม 1,376,215,359.74 บาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากเรือนจำมาสอบคำให้การ โดยศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้พวกจำเลยฟังจนเข้าใจ และสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย วันที่ 9 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ee2d266449.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIหอบสำนวน ส่งอัยการสั่งฟ้อง &#039;แม่มณี&#039;กับพวก จ่อเชือดแม่ทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีเอสไอ&amp;rdquo; หอบสำนวนแสนแผ่นส่งอัยการพิจารณาฟ้อง &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo; กับพวกคดีฉ้อโกงประชาชน ลุ้นสั่งคดีภายใน 26 ม.ค.นี้ ก่อนครบฝากขังครั้งสุดท้าย เผยผลสอบดาราเบื้องต้นยังไม่พบความผิด จ่อเชือดแม่ทีมอีกนับร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มกราคมนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้นำสำนวนคดีโกงแชร์ &amp;ldquo;แม่มณี&amp;rdquo; พร้อมความเห็นสมควรฟ้อง น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี หรือเดียร์ อายุ 30 ปี เน็ตไอดอลชื่อดัง กับพวกรวม 10 ราย ในความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (ยกเว้นผู้ต้องหาที่ 6-10 ฟ้องเฉพาะ 2 ข้อหาแรก) มาส่งมอบให้นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะศิริให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ดีเอสไอสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนมาก ได้สรุปสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก คือ น.ส.วันทนีย์ หรือแม่มณี กับบุคคลใกล้ชิดรวม 10 ราย โดย น.ส.วันทนีย์ กับพวกรวม 8 ราย ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ประกันตัว ขณะนี้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่ายังมีผู้ต้องหาชุดที่สอง ซึ่งอธิบดีดีเอสไอได้อนุมัติให้ดำเนินคดีต่อเนื่องด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นแม่ทีมหรือแม่สายของแชร์แม่มณี คาดว่าจะมีจำนวนถึงหลักร้อยราย แต่เราต้องแยกสำนวนการสอบสวน คาดว่าไม่น่าจะเกินเดือน เม.ย.นี้ ก็จะมีความชัดเจน สำหรับประเด็นมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ที่ 1,300-1,500 ล้านบาท เราสามารถติดตามทรัพย์สินคืนในส่วนแรกได้เพียงกว่า 50 ล้านบาท แต่ยืนยันว่ายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะคดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีนี้ ดีเอสไอมีอำนาจที่จะยึดอายัดทรัพย์ได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะศิริกล่าวด้วยว่า สำหรับดารานักแสดงที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอนั้น เรายังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดคดีแชร์แม่มณี แต่ยืนยันไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใคร ถ้ามีพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะเป็นแม่ทีม แม่สาย เราต้องแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน ในส่วนของดารานักแสดงที่รับงานว่าจ้างสินค้าโดยสุจริตนั้นไม่ผิด แต่ต้องดูว่านอกเหนือจากข้อตกลงดังกล่าวมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ มีลักษณะเข้าไปโน้มน้าวชักชวน หรือตัวเองเข้าไปมีส่วนให้ประชาชนหลงเชื่อ นอกจากตัวสินค้าด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการ ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวภายหลังรับสำนวนคดีแชร์แม่มณีจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า อัยการได้รับสำนวนคดีสำคัญจากดีเอสไอ กล่าวหาแม่มณีกับพวกรวม 10 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ โดยสำนวนเอกสารมีจำนวน 47 ลัง 110,982 แผ่น วันเวลาเกิดเหตุระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-30 ต.ค.2562 ทุนทรัพย์ที่เสียหาย 1,376,215,359.74 บาท จำนวนผู้เสียหาย 2,553 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวว่า นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ได้จ่ายสำนวนไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ ประกอบทั้งมีพยานหลักฐานเอกสารเป็นจำนวนมาก จึงมีคำสั่งให้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงาน โดยหลังจากนี้ทางคณะทำงานอัยการก็จะพิจารณาสำนวนที่ได้รับจากดีเอสไอ ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง คดีนี้มีจะครบฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ครั้งที่ 6 ในวันที่ 14 ม.ค.2563 ซึ่งตามกฎหมายจะฝากขังผู้ต้องหาได้ถึงครั้งที่ 7 ในวันที่ 26 ม.ค.2563 ทางคณะทำงานอัยการก็จะเร่งพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะทันกรอบเวลาฝากขังครั้งสุดท้ายหรือไม่นั้น นายประยุทธกล่าวว่า ต้องให้เวลาคณะทำงานพิจารณาสำนวนโดยละเอียด เนื่องจากคดีนี้มีพยานเอกสารนับแสนแผ่น แต่ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือกู้ยืมเงินฯ ความผิดเหล่านี้อัยการมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสำนวนและร่างฟ้อง เพียงแต่เอกสารจำนวนมาก ผู้เสียหายจำนวนมาก ทุนทรัพย์สูง อาจต้องดูรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย ประกอบด้วย น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, นายเมธี ชิณภา, นายปิยะ คีรีสุวรรณกุล, น.ส.พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, น.ส.สุพรรณี นิกรกุล ผู้ต้องหาที่ 1-5 ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่วนนายธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์, น.ส.นิตยา พินนอก, นายบริภัทร เข็มรัตน์ และนายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา ผู้ต้องหาที่ 6-10 ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยะ คีรีสุวรรณกุล, ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร, พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, สุพรรณี นิกรกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15d6d02e94f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่มณีเข้าคุก ไม่ยื่นประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เค้นสอบแม่มณีหลังปูดข้อมูล &amp;quot;เฮียกู้&amp;quot; นายทุนใหญ่มีเอี่ยว ตำรวจคุ้มกันเข้มระหว่างคุมตัวฝากขัง ขณะที่สองผู้ต้องหาตัดสินใจไม่ยื่นประกัน ถูกส่งเข้าเรือนจำอุดรทันที แชร์ใหม่โผล่ที่สุพรรณบุรี เหยื่อทยอยแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้วงวันจันทร์ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในคดีแชร์แม่มณี ที่ สภ.เมืองอุดรธานี โดยในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานีได้นำตัว น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี และนายเมธี ชิณภา อายุ 20 ปี สามี ไปยัง กก.สส.ภ.อุดรธานี เพื่อทำการสอบปากคำเพื่อเติม โดยปิดประตูล็อกห้องไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพและรับฟัง มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยืนคุมประตูทางเข้าและทางออกอย่างหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การสอบปากคำเพิ่มเติมครั้งนี้ ตำรวจได้สอบเรื่องเส้นทางการเงินและเครือข่ายว่ามีใครเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า &amp;ldquo;เฮียกู้&amp;rdquo; นายทุนใหญ่ใน จ.อุดรธานี มีส่วนพัวพันกับแชร์แม่มณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 09.30 น. กำลังตำรวจสายตรวจ 191 จำนวน 30 นาย พร้อมกับตำรวจชุดสืบสวนตั้งแถวคุ้มกันผู้ต้องหาทั้งสองคน ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะผู้ต้องหาทั้งสองเดินออกจากห้องสืบสวน สังเกตได้ว่ามีสีหน้าเคร่งเครียด แตกต่างจากวันก่อน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.วันทนีย์ ว่าอยากจะพูดอะไรบ้างไหม ทั้งสองคนได้แต่ก้มหน้าขึ้นรถตู้ไปโดยไม่กล่าวอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของ น.ส.วันทนีย์แจ้งว่า การประกันตัวคงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีหลักทรัพย์มาประกันตัวเนื่องจากโดนยึดอายัดไว้หมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย พ่อ ลูกน้อง อดีตทหารเรือ และป้าเจ้าของร้านทำผม ที่มีส่วนช่วยเหลือพา น.ส.วันทนีย์และนายเมธีหลบหนี โดยทาง ภ.จว.อุดรธานีอยู่ระหว่างพิจารณาพยานหลักฐานการกระทำผิด จากการสอบสวน น.ส.วันทนีย์รับว่า อดีตทหารเรือซึ่งรู้จักกับพ่อของตน ช่วยพาหลบหนีโดยเป็นคนให้ที่พัก แนะนำให้ปิดโทรศัพท์มือถือ และปิดบัญชีธนาคาร ส่วนทรัพย์สินของตนขณะนี้มีเพียงบ้านพักในซอยนาคนิวาส 41 มูลค่า 30 ล้านบาท ที่เพิ่งซื้อได้เพียง 6 เดือน บ้านอีกหลังอยู่ในซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 และมีอาคารพาณิชย์ที่ จ.อุดรธานี อีก 2 แห่ง ส่วนเงินสดไม่มีเพราะถูกอายัดบัญชีไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยื่นฝากขัง น.ส.วันทนีย์และนายเมธี ที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายสูง ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองก็ได้ตัดสินใจไม่ขอประกันตัว เนื่องจากถ้าประกันตัวออกไป อีกไม่กี่วันก็ถูกพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ดำเนินคดีอยู่ดี เนื่องจากได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งสองคนส่งเข้าเรือนจำจังหวัดอุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มผู้เสียหายประมาณ 50 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล อายุ 25 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ระบุว่าหลอกให้ร่วมลงทุนเงินออมในลักษณะแชร์ลูกโซ่ อ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมพรกล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายที่มาแจ้งความ เนื่องจากมีการฉ้อโกงประชาชนในลักษณะหลอกลวงลงทุนให้เล่นแชร์และมีผลตอบแทนได้อัตราดอกเบี้ยสูงประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีประชาชนผู้เสียหายจำนวนมาก บางคนก็ได้เงิน บางคนไม่ได้ สุดท้ายผู้ต้องหาคือ น.ส.วิจิตราได้หลบหนีไป กลุ่มผู้เสียหายจึงมีความประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคือ น.ส.วิจิตรา ซึ่งเป็นเท้าแชร์ โดยหากรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จก็จะขออนุมัติออกหมายจับทันที เท่าที่สอบถามไม่น่าจะเกี่ยวหรือเชื่อมโยงกับแชร์แม่มณี เพียงแต่วิธีการคล้ายกันกับแม่มณี และทราบว่ามีผู้เสียหายรวมแล้วนับร้อยราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49521</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, วิจิตรา คล้ายอุบล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมธี ชิณภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc02583bf787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
