<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แพทย์สภาสอบข้อเท็จจริงเคส&#039;เมย์ จีระนันท์&#039;ศัลยกรรมเกาหลีทำพิษสัปดาห์หน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่แพทยสภา น.ส.จีรนันท์ กิจประสาน หรือเม อดีตนักร้องสาว พร้อมทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อแพทยสภาหลังได้รับความเสียหายจากการทำศัลยกรรมหน้าอกที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมี นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ที่ปรึกษาแพทยสภาเป็นผู้รับมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จีรนันท์ กล่าวว่า การมายื่นเรื่องร้องเรียนครั้งนี้เพื่อขอให้หน่วยงานที่ทำการคุ้มครองดำเนินการตรวจสอบคลินิกในเมืองไทย ที่เป็นสาขาของรพ.ศัลยกรรม ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งพบว่ามีแพทย์ และพยาบาลชาวเกาหลีเป็นคนดำเนินการ รวมถึงการตรวจสอบเอเจนซี่ที่ทำการติดต่อถูกต้องหรือไม่ โดยจะเดินทางไปร้องเรียนอีก2 ที่ คือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต่อไปซึ่ง ต้องยอมรับว่าในช่วง 2-3 ปี นี้ธุรกิจความงามเติบโตมาก มีคนไทยจำนวนมากที่ไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีโดยไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ หลังเคสของตนถูกเปิดเผยก็มีคนติดต่อผ่านอินบ็อกซ์เข้ามาเยอะมากบางคนเสียหายเล็กน้อย บางคนเสียโฉมแก้ไขไม่ได้ สำหรับคดีความของตนหลังเปิดเผยข้อมูลมีการรับผิดชอบเพียงค่าทำศัลยกรรมคืน แล้วยังไม่ได้รับการติดต่อ หรือการชี้แจงจากทางรพ. และแพทย์ที่เกาหลีอีกเลย มีเพียงการโพสต์ข้อความของเอเจนซี่เพียงครั้งเดียว ขณะนี้ทีมทนายความนำโดยนายวันชัย สอนศิริ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานฟ้องร้องซึ่งสัปดาห์หน้าเตรียมไปร้องเรียนที่กระทรวงการท่องเที่ยวให้ตรวจสอบเอเจนซี่ และอาจจะไปร้องกองปราบด้วย อย่างไรก็ตามเอเจนซี่ที่ตนเลือกไปนั้น เขาบอกว่าตัวเขาเป็นเอเจนซี่ที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ประเทศเกาหลี มีเลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษีจึงได้เลือกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จีรนันท์ กล่าวว่า แต่เราตรวจสอบกลับไปไม่พบข้อมูล ที่ผ่านมาพบเคยจัดงานคอนเซาท์ที่ประเทศไทย ซึ่งจริงๆ เป็นการจัดงานขึ้นเพื่อให้มาปรึกษาเรื่องการทำศัลยกรรม วางเงินมัดจำและนัดหมายเดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีจำนวนมาก เดือนละเป็นร้อยคน มีการให้ส่วนลด โปรโมชั่น โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ และดูแลไม่ทอดทิ้งในกรณีที่เกิดปัญหาเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับเอเจนซี่เถื่อน แต่ในทางปฏิบัติสำหรับตนแล้วการดูแลของเอเจนซี่ดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณาหรือให้ความมั่นใจ สุดท้ายแล้วกรณีที่เกิดขึ้นก็ปัดความรับผิดชอบ ซึ่งยอมรับว่าหาข้อมูลน้อย โดยหลังเกิดเรื่องขึ้นทำให้เราหาข้อมูลเพิ่ม ทำให้รู้ว่าจริงๆ แพทย์ไทยเก่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในเรื่องของการทำศัลยกรรมหน้าอก เพราะฉะนั้นถือเป็นความผิดพลาดของตัวเอง จึงอยากฝากถึงคนที่คิดทำศัลยกรรมว่าให้นำกรณีของตนไปเป็นตัวอย่างการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งยอมรับว่าคนทำศัลยกรรมแล้วประสบความสำเร็จจนเปลี่ยนชีวิตของเขาก็มี แต่อีกมุมก็มีหลายคนแล้วเสียหายแก้ไขกลับมาไม่ได้ บางคนเสียโฉม พิการไปตลอด รวมถึงมีการเสียชีวิตด้วย อย่างตนเองก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้ง และขอให้ศึกษาผลกระทบจากการทำศัลยกรรมเวลามีปัญหาแม้แพทย์ หรือเอเจนซี่จะบอกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเรามีความรู้ก็ดูแลตัวเองได้ทัน ทั้งนี้อยากให้เลือกทำในประเทศไทยเป็นที่แรกเพราะเวลามีปัญหามาแล้วการดูแลหลังผ่าตัดเป็นเรื่องสำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า จะมีการนำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมแพทสภาในสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่าย เพราะจากข้อมูลวันนี้เห็นว่ามี 3 ประเด็นที่สามารถดูแลดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายไทย คือ 1. การที่นำแพทย์ต่างชาติเข้ามาให้บริการเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ หากทำก็เท่ากับว่าเป็นแพทย์เถื่อน และ ดูว่าแพทย์ไทยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยการอนุญาตให้แพทย์ต่างชาติเข้ามาทำหัตการหรือไม่ 2. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสบส. ที่ต้องไปดูคลินิก สถานบริการว่าได้มาตรฐาน และมีการใช้แพทย์ต่างชาติหรือไม่ และ 3.เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาการพยาบาล เกรี่ยวกับเรื่องการนำพยาบาลต่างชาติเข้ามา ทั้งหมดนี้ก็ต้องมาดูก่อนว่าจริงหรือไม่ โดยรับฟังทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนเรื่องของเอเจนซี่นั้นก็นับเป็นปัญหามากที่สคบ.ต้องเป็นคนดูแล แต่ยังไม่ทราบว่าทางสคบ.จะดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันเรื่องเอเจนซี่มีปัญหามาก ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะคุมกำเนิดเอเจนซี่ แต่อย่างน้อยควรทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งตนอยากเสนอให้มีการออกกฎหมายที่ควบคุมมาตรฐาน เอเจนซี่ทางการแพทย์ เหมือนที่พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ ออกมาเขียนชัดเจนเรื่องเอเจนซี่ แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมเอเจนซี่ทางการแพทย์ทั้งหมด&amp;rdquo; นพ.สัมพันธ์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย&amp;nbsp;กีรติหัตถยากร&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส.ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนทั้งหมด ซึ่งเมื่อได้รับทราบเรื่องของคุณเมตั้งแต่ยังไม่มีการยื่นเรื่อง ก็ได้มีการลงไปตรวจสอบคลินิกที่มีการส่งต่อตัวคุณเมมารักษา ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องสถานประกอบการ เครื่องมือแพทย์และบุคลากรแพทย์ พยาบาลต่างๆ ซึ่งก็พบว่าทุกอย่างเป็นไปตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ที่ใช้ควบคุมสถานพยาบาลในราชอาณาจักรไทยไม่พบหมอหรือพยาบาลชาวต่างชาติแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้ที่คุณเมได้เดินทางมายื่นเรื่องก็ทำให้มีข้อมูลต่างๆพร้อมแล้วก็จะมีการลงไปตรวจสอบอีกครั้ง โดยเกี่ยวกับเรื่องการเข้ามาทำการรักษาหรือวินิจฉัยของแพทย์ชาวต่างชาตินั้น ต้องมีการขออนุญาตจากทางแพทยสภาก่อน ซึ่งมีกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน โดยในขณะนี้จากการสอบถามไปยังแพทยสภาพบว่ายังไม่มีผู้มาขออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องสถานประกอบการ จะเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาตินั้นใน พ.ร.บ.ฯ ไม่ได้กำหนดไว้ในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้พบว่ายังไม่มีต่างชาติเข้ามาขอขึ้นทะเบียน โดยในส่วนของแพทย์ที่ตามกฏหมายระบุว่าคือผู้ดำเนินการมีหน้าที่ดูแลสถานพยาบาล หากชัดเจนว่ามีการปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินการรักษา จะมีโทษทางกฎหมาย จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ส่วนตัวแพทย์ต่างชาตินั้นจะเข้าข่ายเป็นแพทย์เถื่อน ตาม พ.ร.บ. มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท ตามพ.ร.บ.วิชาชีพ เวชกรรม และสถานพยาบาลนั้นก็จะมีการตรวจสอบหากพบว่ามีการรับแพทย์เถื่อนมาโดยตลอด หรือเครื่องมือไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะรุนแรงถึงขั้นปิดสถานพยาบาล อย่างไรก็ตามการตรวจจับนั้นไม่ใช่ว่าจะทำได้ทันที ดังนั้นที่ผ่านมาจึงมีการล่อซื้อเพื่อให้มีหลักฐานชัดเจน โดยพบว่ามีแนวโน้มการลักลอบเข้ามาขอแพทย์ต่างชาติสูงเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มีการทำหนังสือส่งไปยังสถานฑูตให้มีการดูแลป้องปรามคนของตัวเองที่จะลักลอบเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ.ร.บ.สถานพยาบาลใช้ควบคุมภายในราชอาณาจักรไทย ดังนั้นขอให้ประชาชนใช้บริการทางการแพทย์ของไทยซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความงามที่เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเราไม่น้อยหน้าใครและหากมีความผิดพลาดเราจะสามารถตรวจสอบคุ้มครองได้ โดยท่าน รมว.สธ.ก็ได้กำชับมาโดยตลอดว่าให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งประชาชนก็ต้องคุ้มครองตัวเองก่อนด้วย โดยการตรวจสอบสถานพยาบาลว่ามีเลข 11 หลัก มีใบประกอบโรคศิลป์หรือไม่ และผู้ดำเนินการเป็นแพทย์จริงหรือไม่ นอกจากนี้อาจจะต้องเข้ารับการรักษาตามเวลาที่เปิดปกติ หากนอกเวลาให้สงสัยไว้ก่อนว่าผู้ดำเนินการอาจไม่ใช่แพทย์ ซึ่งกรณีนี้ก็เคยพบว่าเจ้าของสถานบริการซึ่งไม่ใช่แพทย์มีการให้บริการเองในเวลานอกเวลาทำการ โดยในเรื่องของคุณเมเราจะดำเนินการช่วยเหลือเต็มที่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่นๆต่อไป&amp;rdquo;นพ.ธงชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14579</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.วิชาชีพ เวชกรรม และสถานพยาบา, ศัลยกรรมเกาหลีทำพิษ, เมย์ จีระนันท์, แพทยสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62afbb857f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
