<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.ปิดฌาปนสถานฯแล้ว พร้อมระดมช่างศิลป์แทงหยวกตกแต่งให้เสร็จในวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่สวรายงานว่า ที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมือง สายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. นำทีมช่างศิลป์กว่า 30 คน ช่วยกันเร่งมือฉลุลวดลายพื้นบ้านอีสานลงบนหยวกกล้วย หรือการแทงหยวก เพื่อนำไปประดับบนเมรุลอยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขา สถานที่ถวายเพลิงศพครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(29 ม.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นิยม กล่าวว่า ทีมช่างศิลป์ได้รับภารกิจหลักใน 2 เรื่องคือการแทงหยวก และการจัดสถานที่ในการนำดอกไม้สดมาแทนที่ดอกไม้จันทน์ เพื่อเนรมิตให้ฌาปนสถานฯแห่งนี้กลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์สำหรับการน้อมส่งดวงวิญญาณครูใหญ่หลวงพ่อคูณให้ขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ดั่งที่ประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาที่เลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกคาดหวังเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแทงหยวกนั้นที่มาที่ไปมีสำหรับผู้วายชนม์ทุกคน เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีเตาเผา ไม่มีเมรุ มีแต่กองฟอนที่ใช้เผา โดยการนำโลงศพของผู้วายชนม์มาตั้งบนกองฟอนที่อยู่บนฟืน โดยมีปราสาทตั้งอยู่สูงสุดและก็ทำการจุดไฟ ซึ่งไฟก็จะโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงจะหมดเชื้อไฟรวมทั้งการควบคุมก็จะเป็นไปได้ยาก ต่อมาจึงเกิดภูมิปัญญาชาวบ้านนำหยวกกล้วยมาประดับและแทงหยวกให้เป็นลวดลายตามสมศักดิ์ของผู้วายชนม์ รวมทั้งฝีมือของช่างแทงหยวกของแต่ละคนด้วย ซึ่งหยวกนั้นจะมีน้ำอยู่ในตัวก็จะสามารถควบคุมการลุกไหม้ของเปลวไฟไม่ให้ลุกไหม้อย่างรุนแรง และสามารถควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้ ลวดลายต่างๆนั้นจะมีการสืบสานลวดลายแต่ละท้องที่ทุกภาค รวมทั้งลวดลายในราชสำนักด้วย ซึ่งในส่วนของครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น เนื่องจากงานวิจัยของ มข.ชี้ชัดและทุกคนก็ทราบดีว่าท่านเป็นคนอีสาน แต่เป็นอีสานโคราช ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างราชสำนักสยามกับความเป็นท้องถิ่นอาณาจักรล้านช้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;ทีมช่างศิลป์จึงได้ร่วมกันคิดและออกแบบให้ลวดลายฉลุในการแทงหยวกนั้นเป็นไปตามท้องถิ่นของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่งลวดลายที่นำมาฉลุแทงหยวกนั้นก็จะเป็นลวดลายทางภาคอีสาน ทั้งลายกนก ลายกระจัง ลายเครือเถาว์ ซึ่งชื่อของลวดลายนั้นอาจจะแตกต่างกันแต่ลักษณะของลวดลายนั้นไม่ต่างกันมาก โดยในวันนี้มีทีมช่างศิลป์ที่เชี่ยวชาญในด้านการแทงหยวกโดยเฉพาะมาฉลุลวดลายลงบนหยวก ซึ่งทุกคนมาด้วยใจที่ศรัทธาต่อครูใหญ่หลวงพ่อคูณทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกภารกิจสำคัญที่ทีมช่างศิลป์ต้องเร่งทำให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนั้นคือ การจัดดอกไม้สดภายในฌาปนสถานฯ โดยจะนำดอกไม้สดมาแทนที่ดอกไม้จันทน์ทั้งหมด โดยเฉพาะด้านบนรอบนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ สระอโนดาตในป่าหิมพานต์ ซึ่งจะมีสัตว์ป่าหินมพานต์จำนวน 32 ตนตั้งอยู่ ซึ่งทีมช่างศิลป์ตั้งใจเนรมิตให้กลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์ ทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิต ก่อนจะเริ่มพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์และส่งดวงวิญญาณของครูใหญ่พระเทพวิทยาคมสู่สรวงสวรรค์ในวันพรุ่งนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังคงมีสาธุชนที่เลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ หลั่งไหลเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ภายในฌาปนสถานฯอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นทางเข้าบริเวณฝั่งพุทธมณฑลอีสานก่อนถึงสะพานข้ามน้ำมายังฌาปนสถานฯ และตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป มข. มีคำสั่งงดการวางดอกไม้จันทน์ เพื่อให้ทีมช่างศิลป์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เตรียมสถานที่สำหรับพิธีถวายเพลิงในภาพรวมทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชม.นับจากนี้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสาธุชนทั่วไปยังคงสามารถวางดอกไม้จันทน์ และกราบลาสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณได้ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. จนถึงเวลา 12.00 น. ของวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูใหญ่หลวงพ่อคูณ, จังหวัดขอนแก่น, พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, วัดหนองแวงพระอารามหลวง, หลวงพ่อคูณ, เมรุลอยนกหัสดีลิงค์, แทงหยวก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4ec463699af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เมรุลอยนกหัสดีลิงค์&quot; เพื่อหลวงพ่อคูณ ความเชื่อนำวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์/โลงล็อก3ชั้นป้องกันนำเถ้ากระดูกออกไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ &amp;nbsp;ตามประเพณีโบราณที่จัดขึ้นเฉพาะการฌาปณกิจศพเจ้านายชั้นสูง หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้สร้าง เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ในวันที่ 29 มกราคม 2562 ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ สร้างขึ้นภายใต้งานวิจัย ศึกษา ค้นคว้า &amp;nbsp;ประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ การศึกษาข้อมูล &amp;nbsp;การออกแบบ และการก่อสร้าง &amp;nbsp;ด้านการศึกษาข้อมูล ได้ทำการสำรวจวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะในภาคตะวันอกเฉียงเหนือในการจัดพิธีการฌาปณกิจศพพระเถระชั้นผู้ใหญ่ให้เป็นไปตามธรรมเนียมประเพณีที่เหมาะสมดีงาม &amp;nbsp;ต่อมา &amp;nbsp;ด้านการออกแบบ ถอดอัตลักษณ์ของหลวงพ่อคูณ จากความเรียบง่าย สู่งานศิลปะสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง &amp;nbsp;และเมื่อถอดรหัสเอกลักษณ์ของหลวงพ่อผ่านงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณวัดบ้านไร่พบว่ามีรูปปั้นช้างมี 4 งา &amp;nbsp;ส่วนหัวของนกหัสดีลิงค์จึงเป็นช้าง 4 งา ด้วยเช่นกัน ตามเจตนาของหลวงพ่อที่ไม่ต้องการให้คนอื่นมาใช้ต่อ &amp;nbsp;นั่นหมายความว่าวันใดถ้ามีพระสงฆ์มรณภาพจะสร้างหัสดีลิงค์สีขาวเช่นเดียวกับหลวงพ่อไม่ได้ &amp;nbsp;และสุดท้ายการ ด้านการก่อสร้าง โดยช่างสิบหมู่ ได้รับเกียรติจากช่างหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน ช่างศิษยานุศิษย์ มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไทยโบราณ อาทิ เขียน แกะ สลัก ปั้น ปูน &amp;nbsp;รัก หุ่น บุ กลึง หล่อ โดยมีศูนย์กลางก่อสร้างที่ริมบึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น &amp;nbsp;โครงสร้างตัวนกเป็นไม้เนื้อแข็ง สูง &amp;nbsp;22.6 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;นำไม้ไผ่มาทำโครงด้านนอก และใช้กระดาษสีขาวมาพับคล้ายการทำเปเปอร์มาเช่ &amp;nbsp;หรือประติมากรรมกระดาษ &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดจะถูกเผาพร้อมกับร่างหลวงพ่อในวันที่ทำพิธีฌาปนกิจ ประดิษฐานบนฐานแปดเหลี่ยม กว้าง 16 เมตร ประกอบด้วยนาคที่มีความยาว 5 เมตร 12 ตน และรายล้อมด้วยสัตว์หิมพานต์ 32 ตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ ดำเนินแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 90 ซึ่งจะทำการเคลื่อนย้ายไปประดิษฐาน ณ พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ &amp;nbsp;7 มกราคม &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;จากนั้นทำการติดตั้งใช้เวลาประมาณ &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;วัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จครบถ้วน ภายในวันที่ &amp;nbsp;21 &amp;nbsp;มกราคม &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;อย่างแน่นอน ทั้งนี้พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;21-28 &amp;nbsp;มกราคม &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;เมื่อเข้าสู่วันที่ &amp;nbsp;29 &amp;nbsp;มกราคม &amp;nbsp;2562 &amp;nbsp;จะทำการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มายังพุทธมณฑลอีสาน &amp;nbsp; ซึ่งไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปยังมณฑลพิธีได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดำเนินงานได้จัดเตรียมจุดสักการะไว้ให้ประชาชนได้วางดอกไม้จันทน์ไว้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.ดร. นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานฝ่ายก่อสร้างนกหัสดีลิงค์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์นอกจากคำนึงถึงข้อมูลจากการวิจัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงโลง 3 โลง &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;โลงที่ 1 ทำด้วยไม้จันทน์หอม เป็นโลงที่สำคัญมากคือโลงที่ต้องบรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ &amp;nbsp; ส่วนโลง 2 &amp;nbsp;คือโลงสแตนเลส วางบนท่อนฟืนไม้จิก &amp;nbsp;ล็อคด้วยกุญแจ &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ตัว เพื่อกันเปลวไฟไม่ให้เข้าไปถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้ &amp;nbsp; โลงสุดท้ายคือ ประติมากรรมนกหัสดีลิงค์ ที่ครอบโลง 1 และ 2 อยู่ &amp;nbsp;เมื่อฌาปนกิจแล้วร่างของหลวงพ่อจะอยู่ในโลงสแตนเลสกันเปลวไฟ &amp;nbsp;และโลงจะล็อค เพื่อไม่ให้ผู้ใดสามารถเข้าถึงเถ้ากระดูกของหลวงพ่อได้ &amp;nbsp;ตามประสงค์ของหลวงพ่อ ซึ่งได้เตรียมการประกอบพิธีกรรม &amp;nbsp;นางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบธรรมเนียมไทย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;ตำนาน &amp;ldquo;นกหัสดีลิงค์&amp;rdquo; หรือ นกสักกะไดลิงค์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีส่วนหัวเป็นช้าง ตัวเป็นนกขนาดใหญ่ มีกำลังมหาศาล มาจากตำนานโบราณของนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานคร เมื่อพระมหากษัตริย์แห่งนครนั้นถึงแก่สวรรคต ต้องอัญเชิญพระศพออกไปฌาปนกิจที่ทุ่งหลวง มีนกหัสดีลิงค์ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารบินมาจากป่าหิมพานต์ จึงบินโฉบลงมาเอาพระศพไป เมื่อพระมหาเทวีเห็นเช่นนั้นก็ประกาศให้คนดีเข้าต่อสู้เพื่อเอาพระศพคืนมา นางสีดาจึงเข้ารับอาสาต่อสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตายตกลงมาพร้อมพระศพ พระมหาเทวีจึงโปรดสั่งให้ช่างทำเมรุคือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน หลังจากนั้นมาจึงได้ถือเอาประเพณีทำนกหัสดีลิงค์ประกอบเมรุของชั้นเจ้านาย ตามความเชื่อที่ว่า นกหัสดีลิงค์ สามารถนำดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สวรรค์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;รศ.ดร. นิยม &amp;nbsp;ยังกล่าวต่ออีกว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น &amp;nbsp;คณบดีคณแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานกรรมการคณะดำเนินงาน ยืนยันล่าสุดในที่ประชุมกรรมการอำนวยการพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2561 ระบุว่า ไม่มีนโยบายในการจัดทำทำเหรียญหรือวัตถุมงคลที่ระลึกใด ๆ เพื่อการจำหน่าย จ่ายแจก เรามีหน้าที่ ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ และอำนวยความสะดวกให้แก่ศิษยานุศิษย์ตามเจตนารมย์ของท่านเท่านั้น ส่วนสิ่งอื่นใด ใคร กลุ่มใด จะทำ ที่ไหนอย่างไร เราบังคับไม่ได้ &amp;nbsp;ถ้ามีแปลว่า บุคคล กลุ่มคน ทำการ แอบอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีบุญเหลือเกินที่ได้เป็นผู้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมเป็นกรณีพิเศษ &amp;nbsp;นับว่าการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มต้นกระทั่งถึงวันนี้ ไม่มีอุปสรรคการทำงานใด ๆ &amp;nbsp;มีเพียงเครือข่ายภาคีที่ร่วมช่วยงานอย่างคับคั่ง จนกระทั่งต้องมีกระบวนการรับรองผู้ที่อยากช่วยงานให้ชัดเจน เช่น เมรุทำอย่างไร จัดดอกไม้อย่างไร โลงในการบริจาค มีผู้เสนอชื่อช่วยเหลือ 10 คน &amp;nbsp;ดอกไม้จันทน์มีผู้บริจาคถึงหลักล้าน &amp;nbsp; จะมีเพียงปัญหาเล็กน้อย จากวัยรุ่นผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่เห็นต่างใช้สเปย์ฉีดพญานาครูปหล่อที่ใช้เป็นบริวารเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ พื้นที่ส่วนนี้ จากพื้นที่เปิดเพื่อให้ประชาชน พุทธศาสนิกชนได้ชมความสวยงาม จึงถูกปรับให้กลายเป็นพื้นที่ปิด เพื่อให้การดำเนินงานสะดวกมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;นอกจากนั้น การทำงานส่วนอื่น ๆ ทั้งในด้าน สถานที่ พินัยกรรม ไม่มีปัญหา &amp;nbsp;ซึ่งส่วนตัวมองว่านับเป็นยุครุ่งเรืองที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ทำงานให้กับหลวงพ่อซึ่งเป็นที่เคารพรักศรัทธา นับเป็นภาพที่จะอยู่ในความทรงจำของชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น และพุทธศาสนิกชนไทยทุกคนตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังแล้วเสร็จพิธีกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับฉันทานุมัติจากคณะดำเนินงานพิธีพระราชทานเพลงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ) เป็นกรณีพิเศษ ให้สร้างเจดีย์ครอบบริเวณที่ทำฌาปนกิจสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ โดยไม่มีการเคลื่อนย้าย นาคและสัตว์ป่าหิมพานต์ &amp;nbsp;รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ให้พุทธศาสนิกชน รำลึกถึง พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ตลอดกาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำนานความเชื่อ, นครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้ามหานค, นางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบธรรมเนียมไทย, รศ.ดร. นิยม วงศ์พงษ์คำ, หลวงพ่อคูณ, เมรุลอยนกหัสดีลิงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c345b6af1352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมติดตั้ง &#039;นกหัสดีลิงค์-สัตว์หิมพานต์&#039; ประดับเมรุลอยในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.61 - รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายของการก่อสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกและสัตว์ป่าหิมพานต์ สำหรับการใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลังการดำเนินการก่อสร้างในขั้นตอนต่างๆแล้วเสร็จโดยทั้งหมด และเตรียมเคลื่อนย้ายไปประกอบและตกแต่งพื้นที่ภายในบริเวณพุทธมณฑลอีสาน สถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นิยม&amp;nbsp;กล่าวว่า ภาคพิธีการและภาคพิธีกรรม ในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณนั้นขณะนี้เตรียมการไปแล้วมากกว่าร้อยละ 90 โดยสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณนั้นจะถูกย้ายจากคณะแพทย์ศาสตร์ มข.มายังศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. ในวันที่ 21 ม.ค.เพื่อร่วมในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ร่วมกับร่างครูใหญ่ทั้งหมดที่มีกำหนดพระราชทานเพลิงศพพร้อมกันประจำปี 2562 จากนั้นในวันที่ 28 ม.ค.สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมรุลอยชั่วคราวภายในบริเวณพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งเป็นสถานที่สร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งที่ 2 เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 ม.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกำหนดการที่ระบุนั้น คณะทำงานด้านการจัดเตรียมสถานที่และภาคพิธีกรรมนั้นได้กำหนดการเคลื่อนย้ายนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก และสัตว์ป่าหิมพานต์ รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆที่ใช้ในการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยทำการทยอยเคลื่อนย้ายจากบริเวณริมบึงสีฐาน ไปยังพุทธมณฑลอีสานระหว่างวันที่ 7-10 ม.ค.2562 จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการประดับตกแต่งและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ โดยขั้นตอนดังกล่าวนี้จะใช้เวลาประมาณ 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะทำงานทุกฝ่ายที่ได้รับมอบหมายร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด 3 ท่านและคณะศิษยานุศิษย์ ได้มีการประสานการทำงานและหารือแนวทางการทำงานร่วมกันทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาไม่กี่วันก็จะถึงงานพิธีการสำคัญที่พุทธศาสนิกชนและผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ จากทั่วทั้งโลกจะเดินทางมาร่วมพิธีการสำคัญ ซึ่งขั้นตอนของการก่อสร้างเฉพาะในส่วนของภาคพิธีกรรมนั้นขณะนี้เตาเผาของหลวงพ่อคูณนั้นมีการติดตั้งไว้บริเวณลานดินไว้แล้ว ซึ่งเมื่อนกหัสดีลิงค์เดินทางไปถึงก็จะทำการติดตั้งส่วนฐาน ส่วนบุษบก และธรรมมาศน์ทั้ง 4 ทิศทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจะทำการติดตั้งพญานาคทั้ง 8 ทิศรวม 16 ตัว การประดับตกแต่งสัตว์ป่าหิมพานต์ในตำนานทั้ง 32 ตัว โดยทั้งหมดจะติดตั้งครอบเตาเผาตามขั้นตอน ขณะที่โลงของหลวงพ่อคูณ ที่วางเทินอยู่บนยอดบุษบกนั้นจะมีการระดมทีมช่างแทงหยวกมาร่วมกันแทงหยวกตกแต่งโลงศพของหลวงพ่อในวันที่ 28 ม.ค.ดังนั้นตามกำหนดขั้นตอนของการประดับตกแต่งและติดตั้งเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณที่ได้กำหนดให้เป็นรูปของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกจะแล้วเสร็จในวันที่ 20 ม.ค.โดยจะเปิดให้ประชาชนนั้นได้เข้าชมระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค.2562 เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.นิยม กล่าวอีกว่า พื้นที่ภายในสถานที่ของการจัดงานพระราชทานเพลิงศพของหลวงพ่อคูณนั้นสามารถที่จะรองรับประชาชนได้เพียงประมาณ 15,000 คนเท่านั้น แต่งานในครั้งนี้มั่นใจว่าจะมีคนมาร่วมงานไม่น้อยกว่า 500,000 คน โดยจะทยอยเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2562 ซึ่งในวันที่ 29 ม.ค.จะไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าไปภายในบริเวณงานเด็ดขาด เนื่องจากเป็นงานพระราชพิธีที่สำคัญที่จะอนุญาตให้เฉพาะคนในครอบครัวของหลวงพ่อคูณ &amp;nbsp;รวมไปถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายในงานพระราชทานพิธีเท่านั้น ซึ่งลำดับพิธีการหรือข้อห้ามต่างๆนั้นขอให้ทุกคนเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารและติดตามการประกาศจากทาง ม.ขอนแก่น อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงพิธีการทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้เริ่มมีผู้ที่ไม่หวังดีเตรียมที่จะดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เรียกว่านำหลวงพ่อคูณไปหากินด้วยการพยายามที่จะทำเหรียญวัตถุมงคลหรือกระทำการใดๆโดยที่ ม.ขอนแก่น ในฐานะผู้ดำเนินงานตามพินัยกรรมนั้นไม่ทราบหรือไม่ได้จัดทำขึ้น จึงขอให้คณะศิษยานุศิษย์รวมไปถึงผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ร่วมกันสอดส่องพฤติกรรมของกลุ่มคนเหล่านี้ หากพบขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบทันที เนื่องจาก ม.ขอนแก่น ไม่มีนโยบายในการจัดทำของที่ระลึกใดๆในงานพระราชทานเพลิงศพ นอกจากหนังสือที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25032</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก, พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, ม.ขอนแก่น, รศ.ดร.นิยม วงษ์พงศ์คำ, หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ, เมรุลอยนกหัสดีลิงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21da1601ba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2018 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตาเผาสรีระสังขาร &#039;หลวงพ่อคูณ&#039; เสร็จแล้ว สีเหลืองทองอร่าม พระราชทานเพลิง 29 ม.ค.62</HEADLINE>
                <CONTENT>

23 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างยังคงเร่งก่อสร้างเมรุภายในพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่มีกำหนดวันพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 29 ม.ค. 2562&amp;nbsp;โดยพบว่าจุดที่สร้างเมรุลอยนั้น ฐานเมรุเสร็จแล้ว โดยมีการวางเตาเผาไว้ตรงกลาง เหลือเพียงการก่อสร้างและเก็บรายละเอียดรอบเมรุที่ยังไม่เรียบร้อย รวมทั้งยังคงมีการสร้างอาคารและถนนทางเข้าและพื้นที่โดยรอบเมรุดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

&amp;nbsp;

รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า เตาเผาที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ นั้นสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเตาเผาสีทองอร่าม ประตูเตาเผา ฉลุเป็นรูปหลวงพ่อคูนในท่านั่ง ซึ่งขณะนี้ได้ถูกนำมาวางไว้ตรงกลางเมรุลอย&amp;nbsp;ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส ไม่ให้โดนฝุ่นละออง ซึ่งเตาเผานี้จะถูกใส่ไว้ภายในเมรุลอยนกหัสดีลิงค์

&amp;nbsp;

&amp;quot;เตาเผาดังกล่าวนี้มีขนาดเตาหากวัดจากภายนอกได้ ไม่รวมฐานเหล็ก กว้าง 1.52 เมตร ยาว 2.78 เมตร สูง 1.61 เมตรใช้อิฐประสาน 860 ก้อน ภายในเตาจะวางเรียงด้วยไม้จิก 129 ท่อน และไม้มงคลชนิดต่างอีก 6 ท่อน แบ่งเป็นไม้รองฟืน 2 ท่อน ไม้รองโลง 2 ท่อน และไม้ล็อคหัวโลง 2 ท่อน&amp;nbsp; เมื่อเกิดการเผาไหม้ เถ้าอัฐิ จะหล่นลงถาดแสตนเลส ไม่ฟุ้งกระจาย และจะนำไปลอยอังคารแม่น้ำโขงตามพินัยกรรม&amp;quot;

&amp;nbsp;

รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;สำหรับสถานที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งเมรุลอยในพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ นั้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ มข.&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้ที่หลวงพ่อคูณ ระบุไว้ในพิธีกรรมให้เป็นผู้ดำเนินการฌาปนกิจศพหลวงพ่อ จึงได้มีการหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับคณะศิษยานุศิษย์ที่จะใช้สถานที่ดังกลางในการประกอบพิธี แต่ด้วยการที่หลวงพ่อคูนเป็นพระผู้ปฏิบัติ ที่มีผู้คนเคารพ และต้องการให้สมเกียรติจึงขอพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ และจัดสร้างเมรุลอย ณ พุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมือง พื้นที่บ้านเต่านอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งสามารถรองรับศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณที่จะมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงฯ ได้มากกว่า 5 แสนคน

&amp;nbsp;

&amp;quot;เตาเผาดังกล่าวจะอยู่ในเมรุลอย ที่ออกเเบบโดยอาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยเป็นรูปแบบ นกหัสดีลิงค์ ซึ่งเป็นตำนานตามความเชื่อของชาติพันธุ์ไทอีสานโบราณ ด้วยการจำลองเขาพระสุเมรุ มีสระอโนดาต และสัตว์ในตำนาน 30 ตัว ความสูง 22 เมตร โดยการก่อสร้างทั้งหมดเป็นสีขาว สื่อถึงความบริสุทธิ์ เรียบง่าย ตามเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคูณ ที่ระบุไว้ในพินัยกรรม&amp;quot;




</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24871</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพวิทยาคม, พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ, พุทธมณฑลอีสาน, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หลวงพ่อคูณ, เมรุลอยนกหัสดีลิงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f42aa2c351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
