<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่งปริปาก &#039;โดนัลด์-เมลาเนีย&#039;ยอมรับลูกชายติดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ คู่สามี-ภรรยาหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ เพิ่งยอมรับเมื่อวันพุธว่า &amp;quot;บารอน&amp;quot; ลูกชายวัย 14 ปีก็ติดไวรัสโคโรนาด้วยแต่หายแล้ว ทรัมป์ยกกรณีลูกชายติดเชื้อโดยไม่มีอาการป่วยเป็นตัวอย่างอันดีว่าเด็กมีภูมิคุ้มกันสมควรต้องเปิดโรงเรียนตามปกติได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมด้วยนางเมลาเนีย ภริยา และบารอน ลูกชายวัย 14 ปี ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ตอบรับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ซึ่งติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้สามี เปิดเผยผ่านแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 ว่าบารอน ลูกชายคนเดียวของเธอกับทรัมป์ ก็ติดเชื้อไวรัสเช่นเดียวกับพ่อแม่ แต่โชคดีที่บารอนเป็นหนุ่มน้อยที่ร่างกายแข็งแรงและไม่แสดงอาการป่วยแต่อย่างใดเลย ตอนนี้ผลตรวจเชื้อลูกชายคนนี้ออกมาเป็นลบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเริ่มกลับมาเดินสายหาเสียงตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา กล่าวต่อผู้สนับสนุนที่เมืองดีมอยน์ รัฐไอโอวา เมื่อวันพุธว่า ตอนนี้บาร์รอนสบายดีแล้ว และลูกชายของเขาเป็นตัวอย่างอันดีว่าทำไมโรงเรียนจึงควรกลับมาเปิดตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาติดเชื้อ เพราะพวกเขายังเด็ก และระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขายังแข็งแรง จึงต่อสู้กับมันได้&amp;quot; ทรัมป์กล่าว &amp;quot;พาเด็กๆ กลับเข้าโรงเรียนเถอะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า นางทรัมป์บอกว่าเธอมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่นปวดเมื่อยเนื้อตัว ไอ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย นางหวังว่าจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสุภาพสตรีหมายเลข 1 โดยเร็วที่สุดที่ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า ตัวเขาและภริยามีผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นบวก ทรัมป์ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลทหารและนอนโรงพยาบาลนาน 3 คืน โดยได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่อยู่ในขั้นทดลองที่พัฒนาโดยบริษัท รีเจเนอรอล ฟามาซูติคอลส์ และยาต้านไวรัสเรมเดซิเวียร์ของบริษัท กิลเลียด ไซแอนเซส รวมถึงยาสเตียรอยด์เดกซาเมทาโซน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80594</URL_LINK>
                <HASHTAG>บารอน ทรัมป์, ลูกชายทรัมป์, เมลาเนีย ทรัมป์, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87c10eade41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมลาเนีย ทรัมป์&#039;เรียกร้องความสามัคคีต่างสีผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกันผ่านทางระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์จากทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อของไวรัสโคโรนาและเรียกร้องให้มีความสามัคคีระหว่างคนต่างสีผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกันวันที่ 2 จากโรสการ์เดนในทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม เริ่มต้นด้วยการขอให้ร่วมกันสวดภาวนาให้แก่ผู้ป่วยและผู้ได้รับความทุกข์ทรมานจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทุกคน และขอแสดงความเสียใจต่อทุกคนที่ต้องสูญเสียบุคคลที่รักเพราะโรคนี้ ก่อนหน้านี้ในการประชุมวันแรก ผู้ที่กล่าวปราศรัยคนอื่นๆ หรือแม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงเหยื่อของโรคโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐกล่าวว่า ช่วงเวลาที่พิเศษเช่นนี้เธอจะไม่ใช้ไปเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม เธอกล่าวว่าได้ทบทวนถึงความรุนแรงทางเชื้อชาติสีผิวที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา นี่เป็นความจริงที่เจ็บปวด เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของประเทศของเราที่เราไม่ได้ภูมิใจ เธอขอเรียกร้องให้พลเมืองทุกคนของประเทศนี้มีช่วงเวลาที่หยุดนิ่ง และมองสิ่งต่างๆ จากทุกมุมมอง เรายังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่จะได้เรียนรู้จากกันและกันด้วยท่าทีของคนที่มีวัฒนธรรม เราสามารถทำงานด้วยกันและใช้ชีวิตตามมาตรฐานของชาวอเมริกัน และเรียกร้องให้ประชาชนหยุดใช้ความรุนแรงและหยุดการปล้นสะดมที่ทำลงไปด้วยข้ออ้างว่าเพื่อความยุติธรรม และอย่าได้ตัดสินคนอื่นจากแค่สีผิวของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมลาเนียเล่าถึงประสบการณ์ที่เป็นผู้อพยพมาอยู่สหรัฐว่า ตอนนั้นเธอเป็นนางแบบแฟชั่นอายุ 26 ปีมาจากสโลวีเนีย แต่เธอได้ยินถึงสถานที่น่ามหัศจรรย์ที่เรียกว่าอเมริกามานานแล้ว หลังใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งโอกาสแห่งนี้มา 10 ปี เธอก็ได้เป็นพลเมืองสหรัฐ เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เธอภูมิใจมากที่สุดในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมลาเนียกล่าวถึงประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เป็นคนที่ไม่มีความลับว่าเขารู้สึกอย่างไร ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แต่คุณจะรู้เสมอถึงสิ่งที่เขากำลังคิด ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาเป็นบุคคลที่รักชาติอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75654</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมแห่งชาติพรรครีพับลิกัน, รีพับลิกัน, เมลาเนีย ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f466c96113e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ปลดรองที่ปรึกษาความมั่นคงตามใบสั่ง &#039;เมลาเนีย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มการปรับคณะรัฐมนตรีตามความคาดหมายเมื่อวันพุธ เหยื่อรายแรกคือ &amp;quot;มิรา ริคาร์เดล&amp;quot; รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ที่สตรีหมายเลขหนึ่งไม่ชอบขี้หน้า เชื่อหัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาวและรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเป็นคิวถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมลาเนีย และโดนัลด์ ทรัมป์ ชมพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสครบ 100 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ประตูชัยในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ผ่านโฆษกของเธอเมื่อวันอังคาร เรียกร้องอย่างอึกทึกครึกโครมให้ประธานาธิบดีผู้สามีของนางปลดรองที่ปรึกษาหญิงรายนี้ โดยอ้างเหตุผลว่าริคาร์เดลไม่สมควรได้รับเกียรติให้ทำงานในทำเนียบขาวอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานกันว่า นางทรัมป์ไม่พอใจริคาร์เดลส่วนหนึ่งเพราะการโต้เถียงกันเรื่องการจัดที่นั่งบนเครื่องบินระหว่างที่ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางเยือนแอฟริกาแบบลุยเดี่ยวครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ทีมงานของนางทรัมป์ยังเชื่อด้วยว่า ริคาร์เดลเป็นต้นตอข่าวแง่ลบของนางทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานว่า ในวันพุธ ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า ริคาร์เดลถูกปลดพ้นจากตำแหน่งรองที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของทำเนียบขาวแล้ว โดยเธอถูกโยกไปรับหน้าที่ใหม่ภายในรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดอะเดลีคอลเลอร์ เว็บไซต์ของฝ่ายขวา อ้างคำพูดของทรัมป์ด้วยว่า จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมตามมาอีก &amp;quot;มีคนอีกมากอยากเข้ามา นักการเมืองที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในหน้าที่การงานจำนวนมากอยากเข้ามา&amp;quot; ทรัมป์คุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อสหรัฐคาดเดากันว่า บุคคลที่จะโดนทรัมป์ปรับออกนั้นรวมถึงจอห์น เคลลี หัวหน้าที่คณะทำงานประจำทำเนียบขาว โดยว่ากันว่าอดีตนายพลแห่งกองกำลังนาวิกโยธินผู้นี้ทำให้นางทรัมป์โกรธ เพราะเขาปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งคนของนาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคลลีเป็นพันธมิตรสำคัญของริคาร์เดล และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็น &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; ในรัฐบาลที่เต็มไปด้วยเรื่องวุ่นวายของทรัมป์ คาดกันว่านิค อายเยอร์ส หัวหน้าคณะทำงานของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ วัยเพียง 36 ปี อาจมารับตำแหน่งนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนที่อยู่ในข่ายโดนปลดคือคริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะตัดสินใจเกี่ยวกับกระทรวงนี้ในอีกไม่ช้า นีลเซนโดนทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงวิจารณ์เรื่องการรับมือปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองจากอเมริกากลางที่มาจ่อชายแดนเม็กซิโกแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22032</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสเตน นีลเซน, จอห์น เคลลี, มิรา ริคาร์เดล, รองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สั่งปลด, เมลาเนีย ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed379c874ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมลาเนีย&#039; เขม่นรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ จี้ &#039;ทรัมป์&#039; สั่งปลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ไม่พอใจรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ออกแถลงอย่างเปิดเผยเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สามี ปลดเจ้าหน้าที่อาวุโสรายนี้ในช่วงที่ทรัมป์เตรียมปรับ ครม.หลังเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งรัฐมนตรีความมั่นคงมาตุภูมิอยู่ในข่ายโดนปลดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมลาเนีย ทรัมป์ ลงจาเครื่องบินทหารที่สนามบินลิลองเวในมาลาวี ระหว่างทริปเยือนแอฟริกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวัน 14 พฤศจิกายน 2561 ว่านางทรัมป์ได้ประกาศเจตนารมณ์นี้ผ่านแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสเตฟานี กริชแชม โฆษกของนาง โดยระบุว่าสำนักงานของสตรีหมายเลขหนึ่งมีจุดยืนว่านางมีรา ริคาร์เดล ไม่สมควรได้รับเกียรติทำงานในทำเนียบขาวแห่งนี้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐกล่าวกันว่า หลังบ้านของประธานาธิบดีสหรัฐไม่ชอบหน้าริคาร์เดล รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะหลังจากนางทรัมป์ต้องเดินทางเยือนแอฟริกาใต้เป็นครั้งแรกโดยไร้เงาสามีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา วอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างแหล่งข่าวหลายรายที่ไม่เปิดเผยนามเมื่อวันอังคารว่า&amp;nbsp; ริคาร์เดลทะเลาะกับทีมงานของภริยาประธานาธิบดีระหว่างทริปนี้ และทีมงานของนางเมลาเนียเชื่อว่าริคาร์เดลอยู่เบื้องหลังการปล่อย &amp;quot;ข่าวลบ&amp;quot; เกี่ยวกับเมลาเนียและทีมงานของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานวอลล์สตรีทเจอร์นัลอ้างด้วยว่า ริคาร์เดลโดนไล่ออกและถูกพาตัวออกจากทำเนียบขาวแล้ว&amp;nbsp; แต่เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์รายหนึ่งปฏิเสธกับผู้สื่อข่าวเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ริคาร์เดลทำงานในตำแหน่งรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ภายใต้การนำของจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติมานาน 7 เดือน แต่ริคาร์เดลมีประสบการณ์ทำงานในรัฐบาลสหรัฐมานานหลายสิบปี ก่อนที่โบลตันจะดึงตัวเธอมาจากกระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ริคาร์เดลเคยทำงานในกระทรวงกลาโหมสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช&amp;nbsp; และยังเคยทำงานให้ ส.ว.บ็อบ โดล แห่งพรรครีพับลิกันครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งผู้นำวุฒิสมาชิกเสียงข้างมากในสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานข่าวของสื่อสหรัฐกล่าวกันว่า นางทรัมป์และนางริคาร์เดลทะเลาะกันเรื่องการจัดที่นั่งบนเครื่องบินในทริปเยือนแอฟริกา ระหว่างการเยือนครั้งนั้น นางทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับเอบีซีว่า มีคนในทำเนียบขาวที่เธอไม่ไว้ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เธอได้ให้คำแนะนำอย่างซื่อตรงและความคิดเห็นที่ซื่อตรงต่อประธานาธิบดี และประธานาธิบดีก็จะทำในสิ่งที่เขาอยากทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเวลาไล่เลี่ยกับรายงานข่าวนี้ ทรัมป์ได้โพสต์ทวิตเตอร์เป็นภาพชุดหลายภาพที่เขาร่วมพิธีดิวาลีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร โดยมีนางริคาร์เดลอยู่ในเฟรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิรา ริคาร์เดล (ขวาสุด) ร่วมคณะของประธานาธิบดีในพิธีดิวาลี ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคาร / Twitter @realDonaldTrump&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ทรัมป์กำลังเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีของเขาภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อต้นเดือนนี้ โดยข่าวระบุว่าผู้ที่อาจโดนปลดรวมถึงคริสเตน นีลเซน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของจอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว เนื่องจากทรัมป์ไม่พอใจผลงานของนีลเซนในการรับมือสถานการณ์ที่ชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21995</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิรา ริคาร์เดล, รองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ, สตรีหมายเลขหนึ่ง, สั่งปลด, เมลาเนีย ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec2eb7ad060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อตาแม่ยาย &#039;โดนัลด์ ทรัมป์&#039; ได้สัญชาติอเมริกันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พ่อแม่ของเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ที่เป็นชาวสโลวีเนีย เข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับสัญชาติอเมริกันเรียบร้อยแล้วที่นครนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดี โดยได้อานิสงส์จากโครงการรวมญาติที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คัดค้านอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 อามาเลีย และวิกตอร์ นาฟส์ พ่อแม่ของเมลาเนีย ทรัมป์ มายังสำนักงานคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ ที่นครนิวยอร์ก พร้อมกับไมเคิล วิลเดส ทนายความ (กลาง) / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล วิลเดส ทนายความด้านคนเข้าเมือง เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ว่า วิกตอร์ และอามาเลีย นาฟส์ พ่อตาและแม่ยายของประธานาธิบดีทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนเป็นพลเมืองของสหรัฐแล้วเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทนายความผู้นี้ยอมรับกับนิวยอร์กไทมส์ว่า พ่อแม่ของสตรีหมายเลขหนึ่งคงจะได้รับสัญชาติอเมริกันตามโครงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยใช้คำเรียกอย่างเย้ยหยันว่า &amp;quot;คนเข้าเมืองแบบลูกโซ่&amp;quot; ซึ่งอนุญาตให้พลเมืองอเมริกันที่ได้รับโอนสัญชาติ สามารถนำญาติสนิทมาพักอาศัยอยู่ในสหรัฐอย่างถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยกล่าวโจมตีนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐอย่างรุนแรงในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการให้สัญชาติเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า ทรัมป์อ้างว่า ระบบนี้ปล้นงานของคนอเมริกัน และคุกคามความมั่นคงของชาติ โดยเขาเห็นว่าการพิจารณาให้สัญชาติควรอ้างอิงจากคุณสมบัติที่ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่มีทักษะอาชีพที่พูดภาษาอังกฤษและมีการศึกษาสูงมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนเข้าเมืองแบบลูกโซ่ต้องยุติลงแต่บัดนี้ คนบางคนเข้ามาที่นี่ แล้วยกโขยงเข้ามาทั้งครอบครัว พวกที่อาจเป็นปิศาจตัวจริง ยอมรับไม่ได้เลย&amp;quot; ทรัมป์ทวีตไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการคนเข้าเมืองแบบรวมญาตินี้ ผู้นำสหรัฐมักอ้างตัวอย่างของไซฟุลโล ไซปอฟ คนเข้าเมืองชาวอุซเบกิสถานที่ได้สัญชาติอเมริกัน เขาขับรถกระบะที่เช่ามาพุ่งชนคนบนทางจักรยานในนิวยอร์กเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ฆ่าคนตาย 8 คน และทำให้บาดเจ็บ 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า สามีภรรยานาฟส์ได้รับกรีนการ์ดเมื่อใด แต่วิลเดสเปิดเผยให้รู้ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าทั้งคู่ได้สถานะผู้พักอาศัยถาวร ทนายผู้นี้บอกไว้กับไทมส์ว่า เมลาเนียเป็นสปอนเซอร์ให้พ่อแม่ของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายสหรัฐนั้น ผู้ขอสัญชาติต้องเป็นผู้พักอาศัยถาวรอย่างน้อย 5 ปี จึงจะยื่นขอสัญชาติได้ และกระบวนการยื่นขอสัญชาติต่อจากนั้นก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเมลาเนียนั้นได้รับสัญชาติอเมริกันเมื่อปี 2549 ภายหลังเดินทางเข้าสหรัฐด้วยวีซาไอน์สไตน์ที่ออกให้สำหรับผู้ที่มีความสามารถพิเศษ เมื่อปี 2543 ซึ่งตอนนั้นเธอทำงานเป็นนางแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกตอร์ พ่อของเธอเคยประกอบอาชีพเซลส์แมนขายรถที่สโลวีเนีย ส่วนนางอามาเลีย เคยทำงานโรงงานสิ่งทอ ทั้งคู่อายุมากกว่า 70 ปี และใช้เวลาส่วนใหญ่หลังเกษียณในสหรัฐเพื่ออยู่กับลูกสาววัย 48 และบาร์รอน หลานชาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15154</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเข้าเมืองแบบลูกโซ่, พ่อตาแม่ยาย, พ่อแม่เมลาเนีย, สัญชาติอเมริกัน, เมลาเนีย ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6da5c434a73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 22:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดรามา &#039;เมลาเนีย ทรัมป์&#039; ไปเยี่ยมเด็กอพยพ แต่สวมเสื้อ &#039;ฉันไม่แคร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ทำเซอร์ไพรส์ออกเยี่ยมเด็กอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายที่ถูกแยกจากพ่อแม่ไปอยู่ศูนย์พักพิงใกล้ชายแดนเม็กซิโกเมื่อวันพฤหัสบดี แต่เกิดดรามาเมื่อเธอสวมแจ็กเกต &amp;quot;ฉันไม่แคร์จริงๆ คุณล่ะ&amp;quot; ตัวละแค่ 1,200 บาท จุดกระแสเหน็บแนมทางอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ภายหลังลงจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ฐานทัพอากาศแอนดรูส์ รัฐแมริแลนด์ เพื่อเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐสวมเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนคล้ายเสื้อทหารตัวนี้ขึ้นเครื่องบินมายังเมืองแม็กอัลเลน รัฐเทกซัส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน แต่เมื่อมาถึงจุดหมาย เธอเปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมสไตล์ซาฟารีสีครีมติดกระดุมแบบเนี้ยบตามสไตล์ปรกติของเธอ แล้วขากลับทำเนียบขาวเธอก็กลับมาสวมแจ็กเกตสีเขียวตัวเดิมอีกครั้งลงจากเครื่อง ทั้งที่สภาพอากาศที่กรุงวอชิงตันนั้นมีความร้อนชื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ภาพที่เมลาเนีย ทรัมป์ สวมแจ็กเกตตัวนี้ ซึ่งด้านหลังสกรีนตัวหนังสือว่า &amp;quot;I really don&amp;#39;t care, do you?&amp;quot; (ฉันไม่แคร์จริงๆ คุณล่ะ?) ถูกเผยแพร่ทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว และก่อคำถามว่า เป็นการตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าโดยไม่สำเหนียก หรือเธอต้องการสื่อสารอะไร และถ้าเป็นเช่นนั้น นางทรัมป์ต้องการสื่อถึงใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมลาเนียสวมแจ็กเกตตัวนี้ขณะทักทายเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเครื่องบินออกเดินทางไปเทกซัส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตฟานี กริชแชม โฆษกของภริยาประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งกำลังถูกประณามอย่างหนักจากนโยบายที่พรากลูกผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากพ่อแม่จนต้องกลับลำยุตินโยบายนี้ ชี้แจงว่า ไม่มีการซ่อนข้อความใดๆ ผ่านเสื้อตัวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดลีเมล์ ซึ่งสังเกตเห็นเสื้อตัวนี้เป็นที่แรก กล่าวว่า แจ็กเกตตัวนี้เป็นของแบรนด์ซารา ที่ขายอยู่ในราคา 39 ดอลลาร์ (ราว 1,280 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็แค่แจ็กเกต&amp;quot; กริชแชมกล่าว และว่า ภายหลังการเดินทางเยือนครั้งสำคัญของนางทรัมป์ในวันนี้ เธอหวังว่าสื่อจะไม่เลือกให้ความสนใจที่เสื้อผ้าของสตรีหมายเลขหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตโจมตีสื่อตามเคยภายหลังภริยาเดินทางกลับวอชิงตันและเสื้อตัวนี้กลายเป็นประเด็นดรามา โดยทรัมป์กล่าวว่าข้อความบนเสื้อหมายถึงสื่อเขียนข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมลาเนียลงจากเครื่องบินที่สนามบินแม็กอัลเลนมิลเลอร์ รัฐเทกซัส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมลาเนียเดินทางเยือนที่พักพิงชั่วคราวของลูกหลานผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายและศูนย์ของหน่วยลาดตระเวนชายแดนเทกซัสโดยไม่ประกาศล่วงหน้าเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจาก 1 วันก่อนหน้านั้นสามีของเธอประกาศยกเลิกวิธีการปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งทำให้เด็กมากกว่า 2,300 คนถูกแยกจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่ดูแล ภาพข่าวรวมถึงภาพที่เด็กๆ ถูกควบคุมไว้ในสภาพเหมือนกรงขัง สร้างความเดือดดาลไปทั่วโลก แม้จะเปลี่ยนนโยบายแล้ว แต่รัฐบาลทรัมป์ยังไม่มีแผนจะให้เด็กเหล่านี้ได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่ถูกคุมขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี กองทัพสหรัฐเปิดเผยว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้จัดเตรียมที่พักให้แก่เด็กอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย 20,000 เตียง ไว้ภายในฐานทัพ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11927</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉันไม่แคร์, สตรีหมายเลขหนึ่ง, เมลาเนีย ทรัมป์, เยี่ยมเด็กอพยพ, แจ็กเกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2d19e840a29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
