<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครเมลเบิร์นเตรียมยุติการล็อกดาวน์ยาวนานที่สุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นครเมลเบิร์นของออสเตรเลียซึ่งใช้มาตรการล็อกดาวน์มายาวนานที่สุดในโลกรวมแล้วเกือบ 9 เดือน เตรียมจะยกเลิกคำสั่งบังคับประชาชนอยู่กับบ้านในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เมื่ออัตราการฉีดวัคซีนครบโดสสูงถึงระดับที่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย่านเบิร์กสตรีทมอลล์ของนครเมลเบิร์นไร้รถราสัญจรระหว่างการล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564 แดเนียล แอนดรูว์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรียประกาศจะยุติการล็อกดาวน์หลังเที่ยงคืนวันพฤหัสบดีหน้า (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564 อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่รัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย ซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองหลวง ว่าเมืองที่มีประชากร 5 ล้านคนแห่งนี้จะยกเลิกข้อบังคับบางอย่างตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรัฐวิกตอเรียจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า อัตราการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสของรัฐนี้จะเพิ่มเป็นร้อยละ 70 ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งเปิดทางให้ทางการสามารถผ่อนคลายข้อจำกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมลเบิร์นล็อกดาวน์มาแล้ว 6 รอบนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ถึงกำหนดยกเลิกการล็อกดาวน์ในวันศุกร์จะเป็นการล็อกดาวน์รวมทั้งสิ้น 262 วัน สื่อของออสเตรเลียกล่าวกันว่า เป็นการล็อกดาวน์เมืองที่ยาวนานที่สุดในโลก นานกว่าการล็อกดาวน์กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาที่ล็อกดาวน์นาน 234 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสถานบริการและธุรกิจบางอย่างกลับมาเปิดบริการอีกครั้งหลังการยกเลิกล็อกดาวน์แล้ว แต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดด้านความจุในการรองรับผู้คน โดยคาดว่ารัฐบาลวิกตอเรียจะผ่อนคลายข้อบังคับเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการเปิดร้านค้าปลีกจำนวนมากอีกครั้ง เมื่อประชากรในรัฐนี้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วถึงร้อยละ 80 โดยประเมินว่าจะเป็นภายในวันที่ 5 พฤศจิกายนอย่างช้าที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอาทิตย์ รัฐวิกตอเรียรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหมี 1,838 คน เสียชีวิตเพิ่ม 7 คน ส่วนรัฐนิวเซาท์เวลส์เพื่อนบ้านติดกันซึ่งยุติการล็อกดาวน์ยาวนาน 100 วันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 301 คน เสียชีวิตอีก 10 คน รัฐนิวเซาท์เวลส์ซึ่งมีนครซิดนีย์เป็นเมืองหลวง มีประชากรฉีดวัคซีนครบโดสแล้วถึง 80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ออสเตรเลีย ซึ่งเคยใช้ยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์ในการควบคุมโรคระบาดอย่างได้ผล กำลังเดินหน้าเข้าสู่การใช้ชีวิตอยู่กับไวรัสผ่านการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวาง ยุทธศาสตร์ใหม่จะทำให้ไม่ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกหากประชากรร้อยละ 80 ฉีดวัคซีนครบแล้ว นับถึงสุดสัปดาห์นี้มีชาวออสเตรเลียที่อยู่ในข่าย ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วประมาณ 68%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119998</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐวิกตอเรีย, ออสเตรเลีย, เมลเบิร์นยกเลิกล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bf802d0091.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
