<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งออกเม.ย.โตเกิน10% พาณิชย์โวพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนเม.ย.2564 คาดว่าจะขยายตัวได้เกิน 10% ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าการส่งออกของไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว หลังจากที่เดือนมี.ค.2564 ที่ผ่านมา การส่งออกสามารถทำตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 24,222 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.47% หรือคิดเป็นเงินบาทประมาณ 750,000 ล้านบาท และถ้าไม่นับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ก็ยังบวกถึง 12% ส่วนยอดรวม 3 เดือนปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) ก็กลับมาเป็นบวกแล้ว 2.27%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมกล้าพูดได้เลยว่าการส่งออกของไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และยังเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้ในยามที่เราต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ที่ตัวจักรสำคัญอีกตัว คือ การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัว แต่การส่งออกได้ฟื้นตัวและดีขึ้นต่อเนื่อง และในปีนี้ ได้ตั้งเป้าไว้จะขยายตัว 4% แต่ผ่านมา 3 เดือน การส่งออกก็ดีขึ้นแล้ว คาดว่าทั้งปีจะเกินเป้า 4% แน่นอน ส่วนจะโตเท่าไร ไม่ขอประเมินตัว แต่จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการทำตัวเลขให้ได้เยอะที่สุด&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับภาคเอกชน ในนาม กรอ.พาณิชย์ ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าและการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา ได้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้าไปแล้ว โดยอนุญาตให้เรือที่มีขนาดใหญ่ 400 เมตร สามารถเข้ามาเทียบท่ารับสินค้าไทยเพื่อการส่งออกได้ ส่วนปัญหาการค้าชายแดน ก็คลี่คลายลงไปมากแล้ว และตัวเลขการค้าชายแดนจะมีส่วนผลักดันการส่งออกของไทยในภาพรวมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะร่วมมือในการทำงานร่วมกับหอการค้านานาชาติ หลังจากที่มีคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่มีนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ เป็นประธาน และได้นำคณะเข้ามาแนะนำตัว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกระทรวงพาณิชย์ไปแล้ว โดยจะร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการส่งออก ด้วยการใช้เครือข่ายของหอการค้านานาชาติที่มีสมาชิกอยู่ใน 130 ประเทศทั่วโลก และมีบริษัทที่อยู่ภายใต้ทั้งหมด 45 ล้านบริษัท เข้ามาช่วย ส่วนในไทยมีหอการค้านานาชาติประจำประเทศไทยมาแล้วกว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) จะแถลงตัวเลขการส่งออกของเดือนเม.ย.2564 ในวันที่ 25 พ.ค.2564 ที่กระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103776</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ส่งออก, เมษายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b8e1ee1f86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.64  ดิ่งลงอีกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 2564 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือนเม.ย.2564 ปรับตัวลดลงอีกครั้งมาอยู่ที่ระดับ 43.5 จาก 47.5 ในเดือนก่อนหน้า เป็นการปรับลดลงทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคตในทุกภาคและทุกอาชีพ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 40.2 มาอยู่ที่ระดับ 36.4 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต ปรับลดลงจากระดับ 52.3 มาอยู่ที่ระดับ 48.2 ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากแยกเป็นรายภูมิภาค พบว่า ลดลงในทุกภูมิภาค โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากระดับ 47.5 มาอยู่ที่ระดับ 41.5 ภากลาง ลดจาก 45.3 มาอยู่ที่ 44.2 ภาคเหนือ ลดจาก 45.8 มาอยู่ที่ 43.5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดจาก 49.6 มาอยู่ที่ 45.3 และภาคใต้ ลดจาก 48.5 มาอยู่ที่ 44.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกรายอาชีพ พบว่า ลดลงทุกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มไม่ได้ทำงาน ปรับลดลงจากระดับ 42.9 มาอยู่ที่ระดับ 37.2 กลุ่มรับจ้างอิสระ ลดจาก 45.1 มาอยู่ที่ 41.0 เนื่องจากทั้งสองกลุ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากที่สุด และมีความไม่มั่นคงในการดำรงชีพ ส่วนกลุ่มพนักงานของรัฐ ลดจาก 52.5 มาอยู่ที่ 49.6 เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และยังคงมีความเชื่อมั่นสูงกว่าทุกกลุ่ม ขณะที่ผู้ประกอบการ ลดจาก 49.3 มาอยู่ที่ 43.1 พนักงานเอกชน ลดจาก 45.7 มาอยู่ที่ 42.4 เกษตรกร ลดจาก 47.7 มาอยู่ที่ 44.3 และนักศึกษา จาก 45.9 มาอยู่ที่ 41.6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูสิตกล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการระบาดของโควิค-19 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ และต้องเข้าใจถึงความกังวลที่เกิดขึ้น และในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงถือเป็นเรื่องปกติ แต่การลดลงในครั้งนี้น้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เทียบกับการระบาดรอบแรกในเดือนก.พ.2563 ที่ค่าดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.1 การระบาดในเดือนก.ค.2563 ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 41.0 และการระบาดในเดือนม.ค.2564 ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ระดับ 43.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่าการระบาดในรอบนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะมาจากการที่เรายังมีความหวังจากวัคซีน ที่จะทยอยดำเนินการได้ต่อเนื่อง และสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากเครื่องชี้วัดต่างๆ ก่อนหน้านี้ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ของรัฐที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง น่าจะช่วยให้ประชาชนบางส่วนยังเชื่อมั่น&amp;rdquo;นายภูสิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนค.ประเมินว่า หากสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดให้กลับเข้าสู่ระดับก่อนการระบาดได้โดยเร็ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจอันเข้มแข็ง และแนวโน้มการฟื้นตัวที่มีสัญญาณดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงก่อนการระบาด ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในหลากหลายรูปแบบ น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศกลับเข้าสู่ทิศทางเดิมและพร้อมจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง และจะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, เมษายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a5c447e162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฐานะไทยเจ๋ง! ทุนสำรอง 7.8 ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.2561 &amp;ndash; เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 44 ง ได้เผยแพร่ประกาศประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ฝบช. 4/2561 ซึ่งลงนามโดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่อง รายงานฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศของทางการประจำเดือนเมษายน พ.ศ.2561 โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทำรายงานแสดงฐานะของเงินสำรองระหว่างประเทศของทางการ ทั้งในฐานะรวม ฐานะสุทธิ และฐานะล่วงหน้าสุทธิ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นประจำทุกเดือน นั้น ธนาคาร แห่งประเทศไทยประกาศรายงานดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศของทางการ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2561 มีทองคำ 6,505.04 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ &amp;nbsp;204,973.96 ล้านบาท, สิทธิพิเศษถอนเงิน 1,406.78 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ 44,327.51 ล้านบาท, สินทรัพย์ส่งสมทบกองทุนการเงินระหว่างประเทศและเงินให้กู้แก่กองทุนฯ 683.83 ล้านดอลลาร์ สรอ.&amp;nbsp;หรือ 21,547.46 ล้านบาท และสินทรัพย์ต่างประเทศ 206,556.43 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ 6,508,592.97 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้มีฐานะรวมอยู่ที่ 215,152.08 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ 6,779,441.90 ล้านบาท ส่วนฐานะล่วงหน้าสุทธิอยู่ที่ 34,160 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ 1,076,381.60 ล้านบาท ทำให้ฐานะสุทธิอยู่ที่ 249,312.08 &amp;nbsp;ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือ 7,855,823.50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลเทียบเท่าบาทคำนวณจากมูลค่าเทียบเท่าดอลลาร์ สรอ. ที่แสดงเป็นหลักหน่วย โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2561 ดอลลาร์ สรอ. ต่อ 31.510 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, ราชกิจจานุเบกษา, วิรไท สันติประภพ, เงินสำรองระหว่างประเทศ, เมษายน, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e614b2649b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
